cr.Антон Зайцев ภายใต้การอนุญาต CC BY-SA 3.0

แฮรี่ แม็คไกวร์  ( Jacob Harry Maguire ) นักเตะกองหลัง ของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ถูกซื้อตัวมาจากสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ เข้าร่วมทัพกับทีมผีแดงในฤดูกาล 2019-2020 ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ทำให้เขากลายเป็นกลองหลังค่าตัวแพงระดับโลก  และกำลังเป็นที่ครหาในกลุ่มของแฟนบอล Manchester United และแฟนบอลทีมอื่นว่าเป็น กองหลังเซิ่นเจิ้น นักเตะก๊อปเกรด A ที่กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ซื้อตัวมาผิดพลาด 

หากให้มองกันตามความจริง ตามทัศนะความคิดเห็นในมุมมองของแฟนบอล แม้ว่าเราจะไม่ใช่แฟนบอล Manchester United แต่การติดตามชมเกมพรีเมียร์ลีกกลับคิดว่านักเตะรายนี้มีฝีเท้าในระดับหนึ่ง อย่างน้อยการเป็นนักเตะทีมชาติก็น่าจะพอการันตีความสามารถเขาได้ แต่ในเมื่อเขาอยู่กับ  Manchester United ก็ต้องถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เวอร์กิล ฟานไดจ์ ของหงส์แดง ลิเวอร์พูล แบบเลี่ยงไม่ได้แถมค่าตัวตอนซื้อมาเข้าทีมก็แพงกว่าด้วย ทำให้เกิดคำถามมากมายในตอนนี้ แต่มันก็หลายประเด็นให้คิดตามว่าเพราะอะไร 

Advertisement

Advertisement

แมคไกวร์ แมนยูcr.soccer.ru  ภายใต้การอนุญาต  CC BY-SA 3.0

1.ฟอร์มการเล่นที่ผิดตา หากเทียบกับตอนที่อยู่กับ เลสเตอร์ซิตี้ 

ในสายตาของเรามองว่า ตอนที่เขาเล่นให้กับสโมสรเลสเตอร์ซิตี้นั้น ดูจะเข้าระบบกับอดีตต้นสังกัดมากกว่า การประสานงานในเกมกับเพื่อนร่วมทีมเขายังทำได้ดีมากกว่านี้ ทีเด็ดทีขาดในเกมมีหลายครั้งจนทำให้เป็นกำลังสำคัญของทีม และตอนที่มีข่าวซื้อขายกันนั้นอดีตต้นสังกัดเอง ก็ไม่อยากจะปล่อยนักเตะรายนี้ เพียงแต่เจ้าตัวอยากจะมาร่วมทัพกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อยากมาหาความท้าทายใหม่ในโรงละครแห่งความฝัน ดังนั้นเลสเตอร์ซิตี้จึงต้องยอม แต่ก็ต้องการกำไรราคาจึงแพงอย่างที่เห็น 

Advertisement

Advertisement

 

2.บรรยากาศในทีมที่แตกต่าง

มันเป็นเรื่องปกติการย้ายทีมใหม่ นักเตะจะต้องปรับตัวไม่ว่าจะเป็นระบบการฝึกซ้อม การปรับทัศนคติให้เข้ากับสโมสรใหม่ และปรับตัวเข้าเพื่อนร่วมทีมใหม่ บรรยากาศภายในทีมเลสเตอร์ซิตี้ กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แตกต่างกันอย่างแน่นอน จากประสบการณ์ที่ติดตามทีมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ดูคลิปบรรยากาศการซ้อมจากข่าวของสโมสร ติดตามข่าวจากหลาย ๆ ทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นทีมใหญ่ แรงกดดันย่อมมีเยอะกว่าทีมอื่น นักเตะในทีมหลายคนเป็นนักเตะระดับ superstar ระดับ World Class ดังนั้นความมีอีโก้ของเพื่อนร่วมทีม มันก็ส่งผลกับนักเตะที่ย้ายเข้ามาใหม่ ความสนุกสนานในการลงสนาม บรรยากาศความสนุกในการซ้อม มันแตกต่างกันก็ส่งผลกระทบด้วยเช่นเดียวกัน

 

3. ความเข้าใจในระบบแผนการเล่นของทีม

Advertisement

Advertisement

ความเข้าใจในเกม ความเข้าใจในระบบของแต่ละทีมมันก็แตกต่างกัน ระบบการซ้อมรวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยอื่น ๆ ที่นักเตะจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสโมสรใหม่ให้ได้มันก็มีผล แม้ว่าดูเหมือน แฮรี่แม็คไกวร์ จะปรับตัวเข้ากับทีมใหม่ได้แล้ว แต่ผลงานในสนามดูเหมือนเจ้าตัวจะเล่นไม่ค่อยเข้าระบบกับคนอื่นสักเท่าไหร่ ( จากที่เราเห็นในเกมกันมาหลายนัด )

 

4. การประสานงานและความไว้ใจของเพื่อนร่วมทีม

มันเป็นสิ่งที่ต้องมี และ ต้องปรับตัวเข้าหากัน ระหว่างนักเตะใหม่และเก่า เรามักจะเห็นกันบ่อย ๆ เพราะเป็นกันทุกสโมสร หากมีนักเตะใหม่เข้ามาร่วมทีม และได้รับโอกาสให้ลงสนามเป็นตัวจริง มันจะเกิดความแตกต่างที่เห็นได้ชัด อย่างแรกคือนักเตะเก่ามักไม่ส่งบอลให้นักเตะใหม่ การประสานงานยังอาจจะติดๆ ขัด ๆ เหมือนยังไม่ไว้ใจกัน แม้ว่าจะซ้อมด้วยกันมาสักระยะแล้วซึ่ง แฮรี่ แม็คไกวร์ ก็ยังมีส่วนนี้ให้เห็นอยู่บ้างและดูจะกดดันเจ้าตัวพอสมควร ทำให้ทำผลงานได้ไม่ดี มีความผิดพลาดในสนามบ่อยครั้ง เพราะถึงตอนนี้ก็ครึ่งทางของฤดูกาลนี้แล้ว

แมนยูcr. Tor Atle Kleven ภายใต้การอนุญาต  CC BY-SA 2.0

5. แรงกระตุ้นจากกุนซือ

ข้อนี้ก็มีผลอย่างมาก เพราะหากกุนซือไม่กระตุ้นให้นักเตะเค้นศักยภาพตัวเอง หรือที่ภาษาแฟนบอลมักเรียกกันง่าย ๆ ว่า ไม่มีคู่มือการใช้งาน ก็จะไม่สามารถเค้นฟอร์มของนักเตะคนนั้นออกมาได้จนถึงขีดสุด ไม่สามารถที่จะสร้างแรงจูงใจ หรือ ให้นักเตะทำความเข้าใจในแผนการเล่น ซึ่งเรื่องนี้มันคงไม่ใช่แค่คำพูดลอย ๆ เพราะหากเทียบกับผลงานของ แฮรี่แม็ค ไกวร์ ช่วงที่อยู่กับสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ กับ ตอนนี้ที่อยู่กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เรียกได้ว่าผิดกันคนละฟอร์มเลยทีเดียว

 

และกับการที่เขาโดนคำครหาว่าเป็น นักเตะเป็นโอเวอร์เรท เป็นดีลที่ผิดพลาดของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หากมองกันจริง ๆ แล้วนักเตะก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน แต่ปัจจัยบวกต่าง ๆ มันก็มีผลกับฟอร์มการเล่น และทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นทีมที่มีความกดดันค่อนข้างสูง มีปัญหาภายในทีมหลายด้านในตอนนี้ นักเตะหลายคนอีโก้จัด ก็ทำให้บรรยากาศภายในทีมดูจะไม่สนุก เหมือนกับทีมอื่น ๆ

และมันเห็นได้ชัด ในเกมศึกวันแดงเดือดนัดล่าสุด ฟอร์มของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ไม่ดีเท่าไหร่เหมือนเป็นภาระของเพื่อนร่วมทีมไปดื้อ ๆ และเมื่อเจอกับ เวอร์กิล ฟานไดจ์ ของหงส์แดงลิเวอร์พูล ยิ่งเห็นชัดมากขึ้น โดนเปรียบเทียบหนักกว่าเดิมว่า ฝีเท้าในสนามของคู่นี้เหมือนผู้ใหญ่สอนบอลเด็กกันเลยทีเดียว ก็คงจะต้องมาลุ้นกันว่าเขาจะสามารถดึงศักยภาพและเค้นฟอร์มตัวเองออกมาได้หรือไม่ หรือ อนาคตของเขากับการเลือกมาโรงละครแห่งความฝันคือการเอาชื่อมาทิ้ง

แมนยู cr. HonorTheKing ภายใต้การอนุญาต CC BY-SA 4.0