มองไปทางไหน ก็มีแต่ Cafe' เต็มไปทุกที่ ไม่ว่าจะสายกาแฟ สายถ่ายรูป เรียกได้ว่ามีมาให้เลือก Check-in กันอยู่ทุกวัน แต่จะมีร้านแกแฟซักกี่ที่ ที่เราจะเข้าไปหา แรงบันดาลใจ  มีพลัง มากกว่าแค่อิ่มท้อง รูปสวยๆ หรือเติมคาร์เฟอิน ให้กับตัวเอง 

      วันนี้ รู้สึกโชคดีมากๆค่ะ ที่ได้แวะเวียนไปยังร้าน " บ้านกาแฟป้าตุ่น " ร้านกาแฟ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอย วชิรธรรมสาธิต 57 ร้านกาแฟ ที่ให้บรรยากาศอบอุ่น เหมือนอยู่บ้านที่แท้จริง อบอุ่น รู้สึกเป็นกันเอง เหมือนแวะไปบ้านคนที่คุ้นเคย 

ร้านตั้งอยู่ในซอยวชิรธรรมสาธิต 57 ร้านไสตล์บ้าน ตั้งอยู่ริมถนน อาจจจะต้องสังเกตุกันนิดนึงนะคะ ร้านเข้าไปก็แอบ สงสัยว่า ร้านเปิดหรือปล่าว? ก็เลย รวบควมความกล้า เปิดประตูเข้าไปถามกันให้รู้ไปเลยค่ะ 

ร้านป้ายสังเกตุง่ายๆเมนูนะคะ

ร้านปิดเปิดเวลานี้นะคะเข้ามาในร้าน บรรยากาศอาจจะแปลกหูแปลกตา จากร้านกาแฟทั่วไปที่เราเห็นๆ อาจจะไม่ได้สวย อาจจะไม่ได้นั่งสบาย แต่ที่รู้สึกตั้งแต่ แรกเห็นคือ การทักทาย ที่อบอุ่น ของคุณป้าตุ่น และคุณพี่ลูกชายของป้านั่นเอง 

ป้าชงกาแฟให้ลองชิมด้วยนะเออคุณป้าทักทายเราด้วยรอยยิ้ม และเป็นกันเอง เหมือนเราเป็นลูกหลาน ที่ไม่ได้มาเยี่ยมบ้านซะนาน จนเราก็รู้สึกเขินๆ เหมือนกัน วันนี้ มิญ เลือกดื่ม Latte เมนูประจำที่ดื่มทุกวัน สั่งดื่มด้วยความเคยชิน แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว 

อุปกรณ์ในการชงกาแฟ

ชงด้วยมือเมื่อสั่งเสร็จ ก็แบบแปลกใจเล็กน้อยว่าเขาจะสกัดด้วยอะไร เพราะร้านนี้ไม่มีเครื่องสะกัดกาแฟ แบบทั่วไปที่เราพบเห็น แต่เข้าใช้วิธีการบดเมล็ดกาแฟด้วยมือแล้วต้มในกา แบบโบราณ Moka Pot ก็แอบแปลกใจ แต่ก็ดูเพลินๆ ดีเหมือนกันนะ 

ชงกาแฟ ด้วย Moka Potด้วยความขั้นตอน บวกกับเวลาที่ไม่ได้รีบเร่ง ทำให้เรา ได้มีเรื่องคุยใน ระหว่างที่ทำกาแฟมากมาย  คุยกันเรื่องทั่วไป ฟ้าฝน ชีวิต ทำให้เราหลงลืมเวลาไปเลยว่า ความเร่งรีบ ที่เป้นทุกวัน มันได้หายไปกับกาแฟ แก้วนี้ รู้สึกเลยว่า มันเป็นมากกว่ากาแฟ แต่มันเต็มไปด้วยเรื่องราว ต่างๆ มากมาย ที่ใส่ไปในกาแฟแก้วนี้มากกว่า นม หรือ กาแฟ ที่เราเคยดื่มทั่วไป  Scone

ระหว่างที่ดื่มด่ำกับกาแฟ ก็มีลูกค้าเดินเข้ามา หอบขนมของคุณป้าไปหลายชิ้นมากๆ เราก็ประหลาดใจ ว่าทำไมซื้อครั้งละเยอะๆมากๆ  คุณป้าก็เหมือนรู้ว่าเรามีความสงสัย เลยหันมายิ้ม แล้วบอกกับเราว่า "ลูกกค้าประจำของป้าเอง มาทีซื้อไปเยอะมากๆ เขาบอกของป้า อร่อย ไม่หวาน " ฟังแค่นั้นก็เลยสั่งมาลอง

ตอนแรกก็แอบสงัสยว่าจะเป้นแผนการตลาดของป้าตุ่นหรือปล่า แต่พอได้ลองกินแล้ว บอกเลยว่าป้าเข้าไม่ได้โม้จริงๆ อร่อยมาก มันไม่ธรรมดาเลยจริงๆ 

เริ่มต้นที่ Scone (40 บาท) ของป้าเนื้อแน่น อุ่นร้อน กินจะสัมผัสในความแน่นของเนื้อสโคน บวกกับแครนเบอร์รี่ ที่ให้ควาบหวานอบเปรี้ยวๆนิดๆ บอกเลยว่า เข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ และแอบคิดว่าทำไมมันแอบมีรสชาติ อะไรซ่อนอยู่ แต่ก็คิดไม่ออก จนได้ยินมาว่า " Scone ของพี่ไม่ใส่ สารกันบูดนะ แต่ใส่ คีเฟอร์ ลงไป " นั่นเป้นเสียงของคุณพี่ลูกชายของคุณป้าตุ่นนั่นเอง  ใช่แล้วความพิเศษ ของที่นี่คือ ขนมไม่ใส่สารกันบูด ใช้ธรรมชาติล้วน ๆ  คุณพี่เขาก็เล่าให้เราฟังถึงหลักการ ว่าทำไมจึงต้องใส่  และยังไม่พอ ยังนำมาโชว์ให้เราดูว่าทำเองทุกขั้นตอน 

คีเฟอร์ด้วยเจ้า "คีเฟอร์" นี้จะเป็นจุลินทรีย์ชนิดดี ต่อร่างกาย และสามารถทนกับความร้อนได้ดี จึงถูกขนานามว่าเป็น จุลินทรีย์ เจ้าถิ่น ที่จะไม่มีเชื้อตัวอื่นเช้ามาแทนที่ได้ จึงทำให้ขนม อยู่ได้นาน โดยไม่ใส่สารกันบูดนั่นเอง (ขาดตกยังไงขออภัยด้วยนะคะ)  แต่ก็ทำให้รู้ได้ว่า ที่นี่เขาตั้งใจ ใส่ใจทุกอย่างจริงๆ 

ฺBrownieนอกจาก Scone ที่เป็นพระเอกของที่นี่แล้ว ยังมี Brownie ที่เป็นราชินี ของที่นี่เช่นกัน หน้าตาผิวเผน อาจจะดูธรรมดาทั่วไป แต่ถ้าได้ลองทานแล้ว 

จะรู้เลยว่าเนื้อแน่น  แน่น จนหยุดทานไม่ได้ รู้สึกตัวอีกที คือหมดไปครึ่งชิ้นแล้ว และนั่น ก็ทำให้เราตัดขาดจากคุณป้าตุ่น และลูกชายของไปเลย 

เนื้อแน่นโชว์ให้ดูความแน่นภายในของ  Brownie (40 บาท) ว่าแน่นมากจริงๆ ยังไม่พอ คุณป้าตุ่นยังเสริม มาว่า คุณป้าเลือกใช้ ถั่ววอลนัท แทนที่จะเป็นอัลมอน เพราะป้าบอกว่า ป้าว่ามันอร่อยกว่า ป้าเลยเลือกใช้ แล้วมันก็อร่อยกว่ามากจริงๆ เริ่มรักป้าขึ้นมาแล้วสิ  

Cold Brewระหว่างที่นั่งกินขนมจนลืมไปว่ากาแฟที่ตัวเองสั่งหมดแล้ว แต่เริ่มหิวน้ำ พี่ลูกชายป้าตุ่น ก็เลย ให้ลองชิม Cold Brew ของพี่แกที่ทำเอง ซึ่งเราก็ชิม อย่างไม่ปฏิเสธ เลย ชิมเข้าไปรู้สึก ชอบมาก มันให้รสชาติอ่อนๆ และไม่ออกรสฟาด หรือเปรี้ยว เลย (ซึ่งส่วนตัวไม่ชอบกาแฟที่ติดรสเปรี้ยว) ซึ่งพี่แกก็ให้สูตรการทำมา ถ้าใครอยากรู้ต้องลองไปขอสูตรกับพี่เขาเองที่ร้านนะ พี่เขาบอกหมดและ บอกแล้วว่าเหมือนไปจิบกาแฟบ้านเพื่อน อบอุ่นสุดๆ ไม่มีหวงสูตรอะไรเลยจริงๆ 

คุณป้าตุ่น

ลูกค้าที่นี่ดูแล้ว ก้รักป้าตุ่นกันทุกคนนะคะ มีแม้กระทั้งถ่ายรูปให้คุณป้าด้วย น่ารักมากจริงๆ เช่นกันค่ะ เราก็รักป้ามากเช่นกัน มาที่นี้รู้สึกเลยว่า เราไม่จำเป้นต้องวิ่งเหมือนคนอื่น หรือต้องพยายามเป้นเหมือนใคร โลกสมัยนี้ มันหมุนเร็วมาก อ๊อ! แอบบอกนะคะ ว่าป้าตุ่นเองเป็นนักโซเชียลตัวยงนะคะ  มี Facebook เป้นของตัวเอง ก่อนออกจากร้านมา ยังแอบแอดป้าตุ่นไปเลยค่ะ  นั่นแหละค่ะ ป้าทำให้เรารู้ว่า เราหมุ่นตามโลกได้ แต่ต้องไม่เปลี่ยนตัวเองไปตามโลก แต่มีความสุขกับตัวเองในทุกๆวัน ทำในสิ่งที่รัก ให้เป็นความสุข  แล้วแน่นอนว่าวันนี้ก้มีความสุขกลับบ้าน 

ขอบคุณอยากให้ลองแวะมาอุดหนุนคุณป้าตุ่นกันนะคะ  ล่าสุดที่เข้าไปในร้าน มีรายการมาถ่ายทำป้าด้วย ดังไม่หยอกเลย แถมเรายังแอบเข้าเฟรมเป้นตัวประกอบให้ป้าเขาด้วย เรียกว่าอบอุ่นมากๆค่ะ ติดตามผลงาน เป็นกำลังใจให้ป้าตุ้นได้กันได้ที่เพจ /www.facebook.com/manoottangwai 

 

ร้าน  บ้านกาแฟป้าตุ่น 

เปิดทุกวัน:  07.30 AM - 07.45 PM 

พิกัด :ซ.สุขุมวิท 101/1 หรือ ซอย วชิรธรรมสาธิต 57  โทร : 02 746 1248

FACEBOOK : https://www.facebook.com/homecoffeepatun/