สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดอยู่ในประเทศไทยตอนนี้ บวกกับมาตรการภาครัฐที่ออกแนวปฏิบัติหลายอย่าง ในเชิงขอความร่วมมือและมาตรการทางกฎหมาย เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของไวรัสไม่ให้ลุกลามเร็วเกินไป จนล่าสุดได้ประกาศเคอร์ฟิวห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น.

ปัจจุบัน หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มีหน้าที่ด้านสาธารณสุขโดยตรง ต่างระดมสมองและสรรพกำลังด้านต่าง ๆ อย่างเต็มที่ เพื่อค้นหาและพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อช่วยให้การดูแลสุขภาพทางไกล (Telehealth) การกักตัวเองที่บ้าน (Self- Isolation) การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) สวมหน้ากากอนามัย ใช้ช้อนกลางและล้างมือประจำ มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยทุกมาตรการที่ออกมา ล้วนมุ่งประสิทธิผลให้ประชาชนตระหนักในการดูแลตัวเองและสนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ลดภาระและเวลาในการให้บริการอย่างมาก

Advertisement

Advertisement

วันนี้ ผมจะพาไปดูว่า สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ซึ่งร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข และเครือข่าย HealthTech Startup ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้พัฒนาและผลิตนวัตกรรม Telehealth อะไรบ้าง ที่สำคัญ ได้เปิดให้คนทั่วไปและบุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้ามาใช้งานได้ด้วย ไปดูกันเลยครับ

1

กลุ่มที่ 1 ระบบแนะนำด้านการแพทย์เบื้องต้น ประกอบด้วย

สบายดีบอท : ระบบแนะนำข้อมูลสุขภาพเบื้องต้นด้วย AI สามารถแอดผ่าน Line ID : @sabaideebot หรือคลิกที่ https://line.me/R/ti/p/@sabaideebot แอปพลิเคชั่นนี้ ฟรี

ใกล้มือหมอ : ระบบตรวจและคัดกรองโรคเบื้องต้นอัตโนมัติ  สามารถดาวน์โหลดฟรี ได้ทั้งระบบ Android และ IOS โดยพิมพ์ค้นหาแอปพลิเคชั่น “ใกล้มือหมอ”

ZeekDoc : ค้นหาหมอใกล้บ้าน และทำการนัดหมาย สามารถเข้าใช้ได้ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น ZeekDoc ฟรี

Advertisement

Advertisement

2กลุ่มที่ 2 ระบบคัดกรองผู้ป่วย ประกอบด้วย

rajavithi.emergencymed.net/corona และ https://cmsdm.net/Self-Screening : แบบประเมินความเสี่ยงการติดเชื้อ COVID-19 เข้าใช้ฟรีผ่านเวบไซต์ข้างต้นได้เลย

DDC-Care : ระบบติดตามและประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อ COVID-19 เป็นแอปพลิเคชันเข้าใช้ได้ฟรีและเปิดให้ใช้เฉพาะผู้ที่ได้รับการคัดกรองและลงทะเบียนผ่านด้านควบคุมโรคหรือโรงพยาบาลเท่านั้น

3กลุ่มที่ 3 ระบบบริการปรึกษาแพทย์ทางไกล ประกอบด้วย

ChiiWii : บริการพบแพทย์ทางไกล สำหรับโรคทั่วไป แอปพลิเคชั่นนี้ มีค่าบริการ

Clicknic : บริการครบวงจรด้านสุขภาพ ปรึกษา แนะนำ และซื้อยาผ่านแอปพลิเคชัน ให้บริการฟรี

OOCA : ปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาการทางไกล แอปพลิเคชั่นนี้มีค่าบริการ

Advertisement

Advertisement

4กลุ่มที่ 4 ระบบการดูแลผู้ป่วย ประกอบด้วย

Diamate : ระบบดูแลผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นเบาหวาน ให้บริการฟรีเฉพาะการคัดกรองเบาหวาน

Sharmble : ระบบดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ให้บริการฟรี

Pharmasafe : ระบบแจ้งเตือนการใช้ยา ใช้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

หุ่นยนต์ดินสอ : หุ่นยนต์สำหรับดูแลผู้สูงอายุ มีค่าใช้จ่ายตามรุ่นของหุ่นยนต์

5กลุ่มที่ 5 ระบบบริหารจัดการและกระจายอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ประกอบด้วย

    ไปรษณีย์ไทย / GIZTIX / Skootar / Shippop / ClaimDi : บริการขนส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ

         ทั้ง 5 ระบบที่แนะนำมาข้างต้นนี้ ส่วนใหญ่เป็น แอปพลิเคชัน สามารถโหลดได้จากเพลย์สโตร์และสมัครใช้งานได้ทันที ระบบที่เป็นเวบไซต์ก็สามารถเข้าไปกรอกสมัครใช้บริการที่หน้าเวบไซต์นั้น ๆ ได้เลยเช่นกันครับ  ซึ่งเหมาะกับทั้งระดับหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ รวมถึงส่วนบุคคลอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบนอกและห่างจากโรงพยาบาลหรือหน่วยการแพทย์ต่าง ๆ หากได้โหลดแอปพลิเคชันเหล่านี้ไปใช้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายและช่วยให้ตัวเองอยู่ในพื้นที่โดยไม่ต้องไปในพื้นที่เสี่ยงแต่อย่างใด

          ส่วนผมใช้ตัวนี้ครับแอปพลิเคชัน OOCA ไว้ปรึกษาจิตผ่านวิดีโอคอล ผมว่าผมไม่ได้เป็นโรคจิตอะไรมากหรอกครับ แค่สงสัยตัวเองถี่ไปหน่อย ว่า “เราติดเชื้อหรือยังนะ” แค่นั้นเองครับ

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://web.facebook.com/NIAThailand/?_rdc=1&_rdr

ภาพประกอบอื่นๆ ได้รับการอนุญาตให้นำมาใช้เรียบร้อยแล้ว