“การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน”  เป็นข้อความโฆษณาสินค้าและบริการด้านการลงทุนที่เราต่างคุ้นหู ในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน การลงทุนมีความเสี่ยงจริง ๆ ค่ะ เพราะนักลงทุนไม่มีสื่อดิจิทัลในการเข้าถึงและสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่จะลงทุน ต้องลงทุนผ่านตัวแทน หรือฟังจากคำบอกเล่าของกูรู แต่มาในยุคปัจจุบัน นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ด้วยตนเอง เลือกฟังนักวิเคราะห์ตามจริต แล้วเลือกลงทุนได้ตามความเชื่อของตนเอง อีกทั้งนักลงทุนในยุคปัจจุบันไม่จำกัดอยู่เพียงกลุ่มคนทำงานเท่านั้น แต่นักลงทุนมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ เพราะเด็กรุ่นใหม่เติบโตมาพร้อมกับทักษะทางดิจิทัล สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่สนใจ และตัดสินใจลงทุนได้ด้วยตนเอง แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับใครหลายคน การลงทุนไม่ได้ง่ายเหมือนที่ผ่านมา เพราะภาคธุรกิจการค้าทั่วโลกและประเทศไทยต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว ดังนั้น การลงทุนในช่วงเวลานี้จึงมีความเสี่ยงจริง ๆ ค่ะ โดยเฉพาะกลุ่ม First Jobber โอกาสที่จะเป็นอายุน้อยร้อยล้านในช่วงนี้คงเป็นไปได้ยากเหลือเกิน

Advertisement

Advertisement

First Jobber คือ คนที่เพิ่งเรียนจบและได้ทำงานเป็นครั้งแรก น้องคนไหนที่พึ่งได้งานทำครั้งแรกในยุคโควิด-19 น้องถือเป็นกลุ่มคนแห่งยุคสมัยที่จะได้เรียนรู้วิกฤตการณ์สาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคมในเวลาเดียวกัน ทฤษฎีการลงทุนที่น้องได้ศึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอาจต้องพักไว้ก่อน แล้วเปลี่ยนมุมมอง ไปศึกษาเรื่อง “การออม” แทนที่ชุดความคิดดังกล่าว จนกว่าวิกฤติต่าง ๆ จะผ่านพ้นไปนะคะ แต่จะว่าไปแล้ว การออมก็คือการลงทุนชนิดหนึ่ง แต่เป็นการลงทุนด้วยเงินและเวลา ซึ่งผลตอบแทนงอกงามมาก

Advertisement

Advertisement

ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เราก็เคยเป็น First Jobber อาชีพแรกซึ่งสืบเนื่องมาเป็นอาชีพหลักจนถึงปัจจุบัน คือ อาชีพข้าราชการ เราจำได้แม่นยำว่าเงินเดือนเดือนแรก 6,360 บาท เราใส่ซองให้แม่ เพื่อตอบแทนสิ่งต่าง ๆ ที่แม่เลี้ยงดูมาตลอดหลายสิบปี และที่สำคัญเป็นการแสดงให้แม่เห็นว่า ลูกสามารถยืนหยัดเลี้ยงตัวเองได้แล้ว ซึ่งแม่ไม่ต้องห่วงอีกต่อไป จากนั้นเราก็เริ่มวางแผนการใช้จ่ายเงินเดือนที่มีน้อยนิด ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวเอง ซึ่งเราเลือกการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ และเป็นการลงทุนระยะยาว เพื่อเป็นเงินเก็บที่จะเลี้ยงดูตนเองเมื่อชราภาพ โดยวิธีการออมที่เราเลือกตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบัน มีดังนี้ค่ะ

1. ลงทุนซื้อประกันชีวิต : มีหลายแบบให้เลือกลงทุน หากไม่มีความรู้ลองหาตัวแทนดี ๆ ที่ไว้ใจได้ ไม่เบื่อจะเล่าเรื่องมาเป็นเพื่อนคู่คิดนะคะ ส่วนตัวเรามีนายประกันประจำตระกูล ดูแลตั้งแต่รุ่นแม่ ไปจนถึงรุ่นหลานของครอบครัว โดยประกันที่เราเลือกซื้อมีหลายแบบ เช่น แบบสะสมทรัพย์ ประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุ ฯลฯ ซึ่งการส่งค่างวดมีทั้งแบบรายเดือน จ่ายหลักร้อย/หลักพันบาทต่อเดือน หรือจะจ่ายรายปี ก็ประมาณหมื่นบาท จากนั้นก็ส่งไปเรื่อย ๆ ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ หรือนอนโรงพยาบาล ก็ได้รับสิทธิค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียโอกาสในการประกอบอาชีพจากประกันชีวิตด้วยนะคะ และเมื่อครบอายุกรมธรรม์ เราก็รอรับเงินหลักแสนที่บ้านได้เลยค่ะ 

Advertisement

Advertisement

แนะนำการออมเงินสำหรับ First Jobber ลงทุนง่าย ไร้ความเสี่ยง


2. ลงทุนซื้อสลากออมสิน : มีหน่วยลงทุนเพียงหน่วยละ 50 บาท โดยเก็บสะสมเงินเดือนละ 1,000 บาท เมื่อครบ 1 ปี จะมีเงินเก็บสะสม 12,000 บาท จากนั้นเราจะนำไปซื้อสลากออมสินได้ดอกเบี้ยและลุ้นรางวัลใหญ่ทุกวันที่ 16 ของทุกเดือน โดยผู้ถือสลากมีโอกาสถูกรางวัลใหญ่เป็นเงินรางวัล 6 ล้านบาท หลังจากซื้อสลากเป็นรายปี นาน ๆ ครั้งก็ถอนออกมาเป็นเงินก้อน แล้วซื้อเป็นเลขชุดเดียวกกัน ซึ่งทำให้มีโอกาสถูกรางวัลใหญ่มากขึ้นด้วย (มีความโลภนิด ๆ ) แต่เราไม่เคยถูกรางวัลใหญ่กับเขาเลย แต่ถูกรางวัลน้อย ๆ เป็นประจำต่อเนื่องทุกเดือน นอกจากนี้ ในกรณีขัดสนหรือต้องการใช้เงินแบบด่วน ๆ เราสามารถกู้เงิน โดยใช้สลากออมสินค้ำประกัน แล้วทยอยผ่อนส่ง หรือนำเงินก้อนมาโปะในภายหลังก็ได้ โดยระหว่างการกู้เงินออกมาใช้จ่าย สิทธิในการถูกสลากออมสินของเรายังคงอยู่เหมือนเดิมด้วยนะคะ

แนะนำการออมเงินสำหรับ First Jobber ลงทุนง่าย ไร้ความเสี่ยง


3. ลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์ของหน่วยงาน โดยเราบังคับตัวเองให้ฝากเงินกับสหกรณ์ฯ เดือนละ 2,500 บาท จนถึงปัจจุบันเรามีเงินฝากที่นอนนิ่ง ๆ มากถึง 435,400.- บาท โดยสหกรณ์ฯ จะนำเงินฝากของเราและเพื่อนสมาชิกไปลงทุนในหน่วยลงทุนต่าง ๆ รวมทั้งปล่อยเงินกู้ให้แก่สมาชิกด้วยกันเอง จากนั้นในแต่ละปีจะมีการเฉลี่ยคืนเงินปันผลคืนให้แก่สมาชิกด้วย ที่สำคัญสมาชิกสามารถกู้เงินสหกรณ์ฯ ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ หรือหากไม่อยากเป็นภาระให้คนอื่นมาค้ำประกัน ก็สามารถใช้เงินสะสมของตัวเองค้ำประกันได้ด้วย โดยกู้ได้ถึง 90% ของเงินสะสมเลยนะคะ จากนั้นก็ทยอยผ่อนส่งใช้หนี้กันไป ซึ่งดอกเบี้ยของสหกรณ์ฯ ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารมาก ๆ เลยนะคะ

แนะนำการออมเงินสำหรับ First Jobber ลงทุนง่าย ไร้ความเสี่ยง


จากอดีต First Jobber จนถึงปัจจุบันเป็น Senior Professional เรามีรายได้หลักจากเงินเดือนประจำ เงินประจำตำแหน่ง เงินพิเศษจากการขายของออนไลน์ และรายได้เสริมจากการเขียนบทความบนแพลตฟอร์มของ TrueID เราก็ยังไม่หยุดการลงทุนผ่านการออมตามที่แนะนำไว้ข้างต้นนะคะ แม้ผลตอบแทนจะไม่หวือหวา แต่งอกงาม เติบโตอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง เพราะไม่มีความเสี่ยงนั่นเองค่ะ

สำหรับ First Jobber การลงทุนรูปแบบอื่นในช่วงเวลานี้ ต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้านนะคะ เพราะสถานการณ์ต่างไปจากเดิม โรคโควิด-19 และวิกฤติต่าง ๆ จะยังคงอยู่กับพวกเราอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง ขอเอาใจช่วยและเชิญชวน First Jobber มาเป็นนักลงทุนด้วยการออมกันนะคะ

// ภาพประกอบโดยผู้เขียน //