1.  ทองคำนั้นเป็นฟองสบู่ (Bubble)

                 ทองคำนั้นเป็นฟองสบู่ที่มีเเต่จะเป็นขาลงในระยะยาว สิ่งที่ชี้ชัดอย่างหนึ่งก็คือการที่ทองคำนั้น Over Bought หรือมีการซื้อกันมากเกินไปบางคนที่อาจจะไม่เข้าใจลึกซึ้งอาจจะไม่เห็นภาพความร้ายเเรงของฟองสบู่ เพราะมันจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการลงทุนระยะยาว โดยความหมายในเรื่องของฟองสบู่นี้ กล่าวโดยย่อคือสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งที่มีการสร้างราคาจนเกินจริงเเละมีจำนวนมากเกินความต้องการ ในท้ายที่สุดผู้คนจะเเย่งกันขายสินทรัพย์จนราคากลับเข้าสู่ความเป็นจริง เเม้ทองคำจะมีประวัติศาสตร์อันยาวนานเพียงใดในฐานะเป็นโลหะที่มีมูลค่าจริงที่เราใช้ Back up เพื่อพิมพ์เงินที่เป็นกระดาษออกมาคุณค่า เเละความหมายของทองคำในอดีตกับทองคำในปัจจุบันนั้นได้เปลี่ยนไปเเล้วอย่างสิ้นเชิง

ทองคำเเท่ง2. ไม่มีปัจจัยพื้นฐานหนุนหลัง (Fundamental Support)

Advertisement

Advertisement

       ปัจจุบันนี้ทองคำไม่มีความต้องการที่เเท้จริงจากตลาด หรือ Real Demand หนุนหลัง ซึ่งก็คือความต้องการทองคำเพื่อนำมาทำเป็นเครื่องประดับของมนุษย์นั้นลดลงไปมาก ตามเทรนด์ของโลก เเม้เเต่จีนหรืออินเดีย ความต้องการทองคำในรูปของเครื่องประดับก็ลดน้อยลงเช่นกัน ถึงเเม้ว่าทองคำบางส่วนอาจจะมีความต้องการอยู่บ้างในทางการเเพทย์เเละวิทยาศาสตร์เเต่ก็ยังเป็นส่วนน้อยอยู่ดี คนส่วนใหญ่เริ่มลดการสวมใส่ทองรูปพรรณลง เเละหันมาซื้อขายกันเเต่ทองคำเเท่งเป็นหลัก ความต้องการทองรูปพรรณหายไปเเล้ว เเละคนหันมาซื้อทองคำเเท่งเพื่อเก็งกำไรกันเป็นส่วนใหญ่

3. คุณค่าของการคิดถูกตามเหตุผลหายไป เมื่อทุกคนซื้อทองคำเพื่อลงทุนเหมือนๆกัน

        ทองคำส่วนใหญ่ในตลาดถูกนำไปอยู่ในการลงทุนเพื่อเก็งกำไร หรือการเก็บต่อๆกัน ซึ่งคุณค่าของการเก็บทองคำเพื่อลงทุนนี้ได้ลดคุฯค่าหายไปมาก เพราะทุกๆคนก็เก็บทองคำเพื่อลงทุนเหมือนๆกัน ทองคำนั้นถูกโปรโมตในการเป็น Safe Haven เป็นการลงทุนที่มั่นคงในระยะยาวยิ่งกว่าสิ่งใดผู้คนจำนวนมากก็ซื้อทองคำเก็บสะสมกันอย่างเเพร่หลาย คุณค่าของการเก็บทองคำเพื่อลงทุนก็หายไปเมื่อเราทุกคนทำเหมือนๆ กันหมด กลายเป็น over Bought เเละ Over Supply เเทน เเละถ้าวันหนึ่งทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่คิดเเละราคาขายตกต่ำลง เราจะเอาทองคำที่เราเก็บไว้ในตู้เซฟไปทำอะไร 

Advertisement

Advertisement

ทองคำ4. ไม่มีใครมีอำนาจควบคุมเหนือทองคำ

        เราไม่สามารถจัดการหาผลตอบเเทนกับทองคำได้ในระหว่างที่ถืออยู่ในมือ นอกจากการซื้อมาเเล้วคาดหวังที่จะขายต่อในราคาที่เเพงขึ้นเพียงอย่างเดียว เพราะทองคำไม่มีปันผลมีเพียงการขึ้นลงของราคาเท่านั้น ทองคำจึงเป็นการถือครองไว้เพื่อ "ประกันความเสี่ยง" ในพอล์ตการลงทุนของหลายๆคน

Advertisement

Advertisement

     5. ทองคำไม่เข้ากับเเนวโน้มใหญ่ในโลกใบใหม่

         ประเด็นนี้สำคัญไม่น้อย เมื่อมองคุณค่าของทองคำในระยะยาวเพราะว่าโลกในอนาคตจะเป็นโลกที่เสื่อมโทรมลง โดยเฉพาะในเรื่องของธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม ภัยพิบัติ จะรุนเเรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้สิ่งที่จะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นในอนาคตจะเป็นเรื่องของสินค้าทางการเกษตร เพราะพื้นที่เพาะปลูกอาหารจะหายไป สินค้าที่เกี่ยวกับการกินการอยู่ของมนุษย์เเละที่ดินที่อุดมสมบูรณ์จะมีราคาเเพงขึ้น นี่เป็นเรื่องของภาค Real Sector ที่จะต้องเกิดขึ้นภายในอนาคต

ทุ่งนา

ภาพปกโดย OpenClipart-Vectors จาก Pixabay 

ภาพที่ 1 โดย istara จาก Pixabay 

ภาพที่ 2 โดย DarkWorkX จาก Pixabay 

ภาพที่ 3 โดย Sasin Tipchai จาก Pixabay