วันนี้ผมจะมาแชร์เรื่องราวจากประสบการณ์สยองขวัญที่ไม่ได้พบเจอมาเองกับตัว โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นผมค่อนข้างมั่นใจว่า ไม่ได้เป็นการปรุงแต่งจิตหรือหลอนใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากผมไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้นเพียงคนเดียว แต่เจอกับเหตุการณ์สยองนั้นพร้อมกันถึง 5 คน

https://onscene-prod.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/files/styles/body_image_480w/public/inline-images/stairs_architecture_steps_climb_high_staircase_stair_stairway-1114719.jpg%21d.jpg?itok=AQhtk3jC

    เรื่องเริ่มต้นคือผมเด็กต่างจังหวัด ซึ่งทุก ๆ ครั้งเมื่อถึงช่วงปิดเทอม ผมกับคุณยายจะบินเพื่อไปพักร้อนที่บ้านในจังหวัดกรุงเทพฯ ต้องบอกต้นตระกูลรุ่นก่อนของผมนั้นตั้งรกรากกันที่งหวัดกรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อผมได้สอบเสร็จในช่วงมีนาคม คุณยายจึงจองตั๋วเครื่องบินเพื่อไปกรุงเทพโดยทันที ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นครับ และแน่นอนผมชอบการไปพักร้อนที่กรุงเทพมาก ๆ เนื่องจากมีญาติอยู่ที่กรุงเทพหลายคน ด้วยการเป็นเด็กน้อยคนเดียวของครอบครัว ญาติ ๆ จึงค่อนข้างตามใจและซื้อของเล่นให้ในทุกครั้ง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมอยากไปกรุงเทพ

Advertisement

Advertisement

    ผ่านไป 3 วันคุณยายกับญาติ ๆ ก็พาผมไปช็อปปิ้ง รวมถึงพาไปท่องเที่ยวในสถานที่ชื่อดังของกรุงเทพมากมาย ถือได้ว่าเป็นอะไรที่สนุกและอบอุ่นมาก ๆ แต่เรื่องราวเหตุการณ์สยองก็เกิดขึ้นเมื่อถึงคืนที่สี่ ในทุกเย็นเราจะรวมตัวกันกินข้าว จากนั้นก็จะแยกย้ายกันไปอาบน้ำทำภารกิจส่วนตัว แล้วจึงขึ้นไปชั้น 2 เพื่อเข้านอนพร้อมเพรียง โดยสมาชิกมีทั้งสิ้น 5 คน คือ ผม, ยาย, ป้า, ลูกพี่ลูกน้องอีก 2 คน เราก็นอนแบบพร้อมเพรียงกัน โดยเวลาช่วงนั้นประมาณ 23.30 น.

https://onscene-prod.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/files/styles/body_image_480w/public/inline-images/ghosts_gespenter_spooky_horror_souls_creepy_spirit_nightmare-1086743.jpg%21d.jpg?itok=ky80bqol

    เมื่อนอนไปได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งได้ตื่นขึ้นมา ในระหว่างที่เธอรู้สึกสะลึมสะลือ เธอรู้สึกและสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างอยู่ด้านหลังเธอ ในขณะนั้นเธอตะแคงอยู่ด้านซ้าย เมื่อเธอกลับตัวเพื่อตะแคงไปทางด้านขวา เธอก็เจอใบหน้าเด็กคนหนึ่งเข้าอย่างจัง โดยลักษณะสัณฐานนั้นหัวของเด็กไว้ทรงจุกเหมือนเด็กสมัยก่อน ส่วนเครื่องแต่งกายนั้นก็เป็นเสื้อผ้าไทยสีแดง แต่ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือเมื่อเธอมองไปที่ใบหน้าเด็กคนดังกล่าว เธอก็ตกใจชนิดที่ขนหัวลุกตั้งแต่ศีรษะยันเท้า เนื่องจากใบหน้าก็เด็กนั้นไม่มีดวงตาและไม่เพียงเท่านั้นใบหน้าดังกล่าวกำลังแสยะยิ้มให้กับเธอ เธอตกใจสุดขีดรีบพลิกตัวไปอีกด้าน เพื่อที่จะหนีใบหน้าของวิญญาณเด็กตนนั้น

Advertisement

Advertisement

    หลังจากผ่านไปประมาณ 30 นาที เธอยังคงหลับไม่ลงด้วยความตื่นกลัว แต่สัมผัสได้ว่าวิญญาณดังกล่าวไม่ได้อยู่หลังเธออีกแล้ว แต่เรื่องก็ยังไม่จบเพียงเท่านั้นเมื่อมีเสียงฝีเท้าวิ่งลงบันไดแบบไม่หยุด ดังชนิดที่ว่าสามารถปลุกคนในห้องได้ทั้งหมด ทุกคนตื่นขึ้นมาแล้วตกใจกับเสียงดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากกลัวว่าจะเป็นโจร เมื่อผมตั้งสติได้สักครู่จึงรีบวิ่งไปล็อกประตูห้อง ทุกคนนอนไปหลับจนถึงเวลา 6 โมงเช้า

Advertisement

Advertisement

    คุณป้าตัดสินใจออกมาจากห้องเพื่อออกมาดูสถานการณ์หลังจากทุกอย่างสงบลง แต่กลับไม่พบร่องรอยหรือของหายเลยแม้แต่น้อย เมื่อไปดูกล้องวงจรปิดก็ไม่พบคนหรือสิ่งใดที่น่าสงสัย แต่ที่น่าแปลกใจเมื่อของเล่นที่ญาติ ๆ ผมซื้อให้เมื่อประมาณ 3 วันก่อนตั้งอยู่ตรงหน้าบันได ทุกคนแปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ด้วยความกลัวว่าเหตุการณ์แบบนั้นจะเกิดขึ้นอีก ทุกคนจึงตัดสินใจย้ายไปนอนบ้านญาติอีกท่าน 

https://onscene-prod.s3-ap-southeast-1.amazonaws.com/files/styles/body_image_480w/public/inline-images/stairs_looking_down_house_walking_scary_creepy_dirty_weathered-714865.jpg%21d.jpg?itok=b46fZ4PQ

    หลังจากได้ย้ายไปอยู่อีกบ้าน ลูกพี่ลูกน้องที่ถูกวิญญาณเด็กหลอกหลอนในตอนกลางคืน ก็ได้เล่าให้กับญาติทุกคนฟังว่าเธอพบเจอกับอะไร ทำเอาทั้งผมและทุก ๆ คนอึ้งมาก ผ่านไปได้ประมาณ 2 อาทิตย์ผมและคุณยายต้องกลับไปเก็บของที่บ้านดังกล่าว เพื่อที่จะเตรียมตัวกลับต่างจังหวัด โดยมีคุณป้าและลูกพี่ลูกน้องสองคนไปเป็นเพื่อน ผมเดินขึ้นไปชั้น 2 จึงสังเกตเห็นห้องหนึ่งที่โดนล็อคกลอน สภาพเหมือนปิดตายไม่ให้ใครเข้าไป ผมรีบวิ่งไปบอกคุณยายว่าพบเจอกับห้องดังกล่าว ทุกคนไปยืนอยู่หน้าห้องและตัดสินใจว่าจะงัดประตูเข้าไปดูด้านใน 

    ใช้เวลาอยู่นานเกือบ 20 นาทีก็สามารถงัดประตูเข้าไปดูภายในห้องได้ ทันทีที่ประตูเปิดผมยืนอ้าปากค้างและก้าวขาแทบไม่ออก ถึงแม้ภายในใจแทบจะอยากจะวิ่งออกนอกบ้านให้เร็วที่สุด สิ่งที่ทุก ๆ คนเห็นคือ สภาพด้านในห้องนั้นมีกุมารทองอยู่ 4-5 ตน พร้อมด้วยน้ำแดงและของเล่นเต็มเกลื่อนห้อง และเมื่อกลับมาตั้งสตินั่งพูดกันก็สรุปเหตุการณ์ได้ว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดเช่าบ้านนี้ให้คนอื่นเข้ามาอยู่ประมาณ​ 3 เดือน ซึ่งแน่นอนว่ากุมารทอง 5 ตนนั้นต้องเป็นของคนที่มาเช่าบ้านเมื่อหลายเดือนก่อนแน่ ๆ หลังจากเหตุการณ์นั้นผมและญาติจึงไปทำบุญ และทำพิธีกรรมปลดปล่อยวิวญญาณ ซึ่งบ้านดังกล่าวก็ตั้งร้างไว้เนื่องจากไม่มีใครกล้าอยู่อีกต่อไป 

 

ขอบคุณภาพจาก

https://pxhere.com/en/photo/714865

https://pxhere.com/en/photo/1086743

https://pxhere.com/en/photo/1114719