หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเที่ยวแบบเบาๆ เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม "ย่านกุฎีจีน"เป็นย่านที่เหมาะกับเดินเล่นชิวๆ ลัดเลาะริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  นอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบแล้ว ความภาคภูมิใจของคนในท้องถิ่นยังเต็มปรี่ เพราะชาวชุมชนกุฎีจีนหรือ กะดีจีนร่วมมือกันจัดงานเทศกาลกะดีจีน-ศิลป์ในซอย ครั้งที่ 3 ภายใต้ชื่อ กะดีจีนศิลป์สามท่า ท่าคลองสาน สะพานพุทธ ท่ากะดีจีน เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ  

dscf5988dscf6011

"กุฎีจีนหรือกะดีจีน" เป็นชุมชนเก่าที่มีตั้งแต่สมัยอยุธยา และเป็นส่วนหนึ่งของเมืองบางกอกซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านในสมัยนั้น ด้วยความที่เคยเป็นเมืองท่า จึงมีการติดต่อค้าขายกับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมที่แตกต่าง ปัจจุบันย่านนี้จึงปรากฎศาสนสถานทั้งของชาวไทย จีน ฝรั่ง ที่สั่งสมวัฒนธรรมและงานศิลป์สาขาต่างๆ ให้ได้เห็น

โบสถ์ซางตาครู้ส  ซึ่งเป็นโบสถ์ของชาวคาทอลิกเชื้อสายโปรตุเกส มีรูปแบบสถาปัตยกรรมยุคนีโอคลาสสิคผสมยุคเรเนสซองที่สวยงาม เป็นอาคารชั้นเดียว ด้านหน้ามีโดมเป็นหอคอยประดับไม้กางเขน ภายในโดมมีระฆังการิย็อง 16 ใบ เพื่อใช้ตีเป็นเพลงในพิธีสวดและยังใช้ตีบอกเวลา

   ภายในโบสถ์เหนือซุ้มพระแท่นบูชาด้านหน้าประดับกระจกสีเป็นลวดลายไม้กางเขน เป็นที่มาของชื่อ "ซางตาครู้ส” ที่แปลว่าไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ นอกจากความงามของโบสถ์แล้ว ด้านหน้าโบสถ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยามีศาลาประดับลายไม้ฉลุแบบขนมปังขิงที่งดงาม

ศาลเจ้าเกียนอันเกง เป็นศาลเจ้าที่ชาวจีนฮกเกี้ยนสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3  ภายในประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม และประดับด้วยเครื่องไม้แกะสลักที่ประณีตมาก 'เกียนอันเกง' เป็นภาษาฮกเกี้ยน แปลว่า สถานที่อันเป็นความสุขร่มเย็นนั่นเอง

dscf6027

เดินลัดเลาะเข้าตรอกไปอีกนิดก็จะพบ  วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงสมัยรัชกาลที่ 3 ภายในวิหารหลวงประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางมารวิชัย และภายในวิหารเล็กมีภาพเขียนฝีมือช่างในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นเรื่องพุทธประวัติ และความเป็นอยู่ของบ้านเรือนไทยในยุคนั้น 

ไม่เพียงศาสนสถานที่สำคัญ ในละแวกนั้นยังเป็นที่ตั้งของบ้านเรือนหลังใหญ่โอ่อ่า ที่หลงเหลือลวดลายฉลุและหน้าบันที่งดงามไว้ ให้รู้ว่าเคยเป็นบ้านเก่าของผู้ดีมีตระกูลให้ได้เดินชมกันอีกด้วย

dscf6007