ครั้งแรกที่เจอริชชี่แมวน้อยเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เราได้เจอลูกแมวน้อย ตกอยู่กลางถนนท่ามกลางรถที่วิ่งไปมา เราจึงข้ามไปช่วยแล้วตามหาแม่มันอยู่นาน แต่ก็ไม่เจอ เราจึงนำแมวน้อยตัวนี้กลับมาเลี้ยง น่าจะอายุไม่เกิน 15 วัน ตัวยังเป็นสีชมพู แล้วก็ยังไม่ลืมตาเลยสิ เราจะทำยังไงล่ะทีนี้ อันดับแรก จับอาบน้ำเลยจ้า เพราะหมัดเต็มตัว รีบอาบแล้วรีบเช็ดตัว กลัวจะป่วย จากนั้นเราก็ป้อนนมแพะด้วยสลิงอันเล็กๆป้อนเข้าปาก ป้อนจนพุงป่องเลย แล้วเราก็เริ่มตกหลุมรักแมวตัวนี้ กว่าจะตั้งชื่อได้ ก็หลายชื่อเหมือนกัน มาจบที่ชื่อ ริชชี่ริชชี่ อายุ1เดือน

สาวน้อยริชชี่ค่อยโตขึ้นลืมตาแป๋ว มีความน่ารักมุ้งมิ้งๆ มีความอ้อนแบบนี้จะไม่ให้รักได้อย่างไร ตอนนี้ลืมตาแล้ว เริ่มวิ่งเล่นซนและขี้อ้อนเป็นอย่างมาก

 

ที่นี้เราก็ต้องมาเตรียมหาอุปกรณ์ต่างๆเพื่อ เจ้านายของเรา ของใช้ที่จำเป็นที่สุดก็คือ กระบะทราย เนื่องจากการขับถ่ายของแมวค่อนข้างเป็นที่เป็นทาง และเจ้าของต้องหัดให้แมวใช้กระบะทรายให้ได้ เพราะสะดวกต่อการทำความสะอาด และเก็บกวาด  แรกๆเราให้ริชชี่ ฝึกขับถ่ายใส่ในกล่องเล็กๆก่อนเพราะนางตัวเล็ก เอาทรายเทใส่พอประมาณ คอยสังเกตุเวลาเขาเริ่มทำท่าจะถ่าย เราจึงรีบยกตัวขึ้นมาใส่ลังทรายที่เตรียมไว้ จากนั้นมานางก็รู้เองว่าเวลาถ่ายจะต้องมาตรงนี้ แล้วนางก็มาจริงๆ (น่ารักที่สุดลูกแม่) แล้วพอริชชี่โตขึ้น เราเลยซื้อันใหญ่ขึ้นแบบมีฝาปิดมิดชิด 

Advertisement

Advertisement

 

ต่อมาคือ ภาชนะใส่อาหารและน้ำ ควรเลือกภาชนะที่พอดีกับขนาด และปริมาณอาหารของแมว ที่สำคัญอย่าลืมทำความสะอาดภาชนะทุกครั้งเมื่อแมวกินเสร็จ และเปลี่ยนน้ำเป็นประจำทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีของแมว แล้วเราก็เลือกอาหารที่ดีที่สุดให้เขา สมัยนี้อาหารของแมวมีมากมายหลากหลายให้ผู้เลี้ยงเลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ด อาหารเปียก หรืออาหารปรุงสำเร็จที่แพ็กมาในรูปแบบต่างๆ

Advertisement

Advertisement

 

การเลี้ยงแมวด้วยอาหารสำเร็จรูป ช่วยให้ผู้เลี้ยงเกิดวามสะดวกสบาย เพราะแค่แกะซองแล้วเทให้กิน อีกทั้งยังได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายครบถ้วน ซึ่งอาหารประเภทนี้ก็มีราคาสูงพอสมควร แนะนำว่าให้อาหารสำเร็จรูปควบคู่กับอาหารปรุงเองก็ดีเช่นกันค่ะ สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง เจ้าเหมียวจะได้ไม่เบื่ออาหาร และได้รับสารอาหารครบถ้วนไปพร้อมๆ กัน

 

นอกจากนี้ผู้เลี้ยงอาจจะใส่ หรือไม่ใส่ปลอกคอให้กับแมวก็ได้ การเลือกปลอกคอต้องเลือกขนาดที่ไม่ใหญ่และรัดแน่นจนเกินไป ควรมีช่องว่างให้สอดนิ้วระหว่างคอและปลอกคอสักหนึ่งนิ้วมือ ควรเป็นปลอกคอที่หลุดออกได้ง่ายด้วยนะคะ เพราะแมวเป็นสัตว์ที่ชอบปีนป่าย อาจจะปีนแล้วปลอกคอดันไปเกี่ยวติดกับอะไรสักอย่าง ทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ หากเพื่อนๆ เลี้ยงแมวในบ้านแบบปิด แนะนำว่าไม่ต้องใส่ก็ได้นะคะ จะได้ไม่เพิ่มความอึดอัดให้แมว

Advertisement

Advertisement

เริ่มสวยแล้วลูกแม่ที่สำคัญต้องพาแมวเหมียวไปหาหมอ เพื่อรับวัคซีนด้วยนะคะ สำหรับริชชี่เมื่อครบ เดือนกว่าๆเราพาไปหาหมอเพื่อฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า และฉีดกันไข้หัดแมว ก็ผ่านไปด้วยดี อ๋อลืมบอกว่า ริชชี่เป็นสาวนะคะ ครบ 8 เดือนแล้ว ริชชี่เริ่มติดสัตว์แล้วอ่า เราแทบไม่ได้นอนเลย เพราะตกดึกนางตะกายข้างฝาทุกคืน โดยอาการติดสัดนี้จะเกิดขึ้นทุกๆ 3 – 4 อาทิตย์ โดยจะมีอาการที่สังเกตได้คือ มันจะร้องโหยหวน ร้องเสียงแหลม บิดตัวไปมา พยายามดึงดูดความสนใจจากแมวตัวผู้ ซึ่งอาการติดสัดนี้ บางครั้งก็ทำให้เจ้าของอย่างเราๆ รู้สึกสงสารมาก เรายื้อมาอีก 2เดือนรอให้เขาครบ1ปี จึงตัดสินใจพามาหาหมอ เพื่อทำหมัน 

 

พูดถึงเรื่องการทำหมัน เราเอง ก็กลัวและมีความกังวลในการพาแมวไปทำหมัน แต่ที่จริงแล้ว การทำหมันแมวนั้นมีความปลอดภัยมาก ถ้าหากน้องแมวของเรานั้นมีสภาพร่างกายพร้อม มีการตรวจเลือดก่อนการทำหมัน และได้รับการดูแลแมวหลังทำหมันที่ดีและถูกต้อง เราจึงเลือกไปโรงพยาบาลใหญ่ได้มาตรฐานถึงจะแพงหน่อยก็เหอะ ทำหมันเสร็จเราฝากไว้ที่โรงพยาบาล 7วันให้หมอทำแผล และตัดไหมให้เลยทีเดียวเสร็จ เบ็ดเสร็จหมดไป 3พันกว่าๆ เบาเลย

ตอนนี้ริชชี่ 7ขวบแล้วจ้าปัจจุบันนี้ ริชชี่โตเป็นสาว อายุ 7 ปีแล้วค่ะ ไม่มีสามี ไม่เคยออกไปนอกบ้าน เพราะเราเลี้ยงระบบปิด ที่ผ่านมาแข็งแรงดีและไม่เคยป่วย นางยังสดใสร่าเริง และสวยมาก แล้วนางก็ไม่คิดจะไปใหน เพราะเราคุยกับนางทุกวันว่าข้างนอกบ้านมันอันตราย มีแต่เชื้อโรค ไม่ควรออกไป นางก็เข้าใจ (คุยกันรู้เรื่อง)

การเลี้ยงแมวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป เราจึงควรให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะตัดสินใจรับมาเลี้ยงเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง ทั้งต่อตัวผู้เลี้ยง ต่อตัวแมว ซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีผู้นิยมรับแมวมาเลี้ยงเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้เตรียมความพร้อมก่อน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นจึงนำแมวมาปล่อยวัยตามข้างถนน ทำให้ส่งผลเสียต่อสังคม มีแมวจรจัดมากขึ้นเรื่อยๆ หากเราตัดสินใจแล้วว่าจะนำแมวมาเลี้ยงเราก็ควรจะศึกษาหาความรู้ให้ถี่ถ้วนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง เราควรจะเลี้ยงดูเขาให้เหมือนกับว่าเขาเป็นลูกเรา ให้ความรัก ความเอาใจใส่เพราะเราคือ “ทาสแมว”