ในการ์ตูนเรื่อง Toy Story ภาค 4 ซึ่งเป็นภาคล่าสุด ใครไม่เคยดูระวังสปอย แต่หากใครได้เคยดูแล้ว ในบทความนี้ก็อยากจะพูดถึงฉากหนึ่งที่เป็นฉากที่ให้ข้อคิดกับผู้เขียนเป็นอย่างมาก นั่นก็คือฉากของ “แก๊บบี้ แก๊บบี้” ตุ๊กตาที่อยู่ในร้านขายของเก่า เดิมทีเธอเป็นตุ๊กตาที่สามารถพูดได้ด้วยการดึงเชือกเพราะผู้ผลิตได้ทำการฝังกล่องเสียงเข้าไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปทำให้กล่องเสียงของเธอใช้การไม่ได้ เธอจึงกลายเป็นตุ๊กตาที่ถูกเจ้าของเดิมลืมเอาไว้

เธอมีความเชื่ออย่างหนักแน่นว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอถูกซ่อมให้เสียงกลับมาดีแล้ว เจ้าของเดิมจะสนใจและหันมาเล่นกับเธออีกครั้ง จนกระทั่งเธอยอมทำทุกวิธีเพื่อให้เสียงของเธอกลับมาเป็นเหมือนเดิม

ในที่สุดเสียงของเธอก็กลับมาดีอีกครั้ง แต่สิ่งที่ผิดคาดคือเจ้าของเก่ากลับไม่ได้สนใจที่จะนำเธอกลับไปเล่นที่บ้านเลย

Advertisement

Advertisement

แกบบี้ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.nylonthailand.com/new-toys-toy-story-4/

ดูเหมือนว่าว่าสิ่งที่เธอเชื่อมาโดยตลอดกลับทรยศตัวเธอเอง

ฟังดูน่าสงสาร แต่เชื่อไหมว่าหลาย ๆ คน ก็เคยมีความคิดเหมือนแก๊บบี้ แก๊บบี้ คือมักจะคิดว่าถ้าสามารถเคลื่อนชีวิตไปถึงจุดหนึ่งได้ ประตูอีกจุดหนึ่งจะต้องเปิดรออย่างแน่นอน แต่เมื่อไปถึงตรงนั้นจริง กลับได้ไปอีกจุดหนึ่งแทน บางคนพยายามปีนเขาหรือปีนข้ามกำแพงด้วยพลังทั้งหมดที่มี แต่เมื่อทำสำเร็จแล้วกลับพบว่ามันว่างเปล่า บางคนคิดว่าหากเปลี่ยนแปลงเป็นคนที่ดีขึ้น จะทำให้อีกคนหันมาสนใจ แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น บางคนรอให้มีบ้าน มีรถ มีครอบครัว มีเงิน มีชื่อเสียง แล้วจึงจะมีความสุข ถ้ายังไม่มี ก็ยังไม่อนุญาตให้ตัวเองมีความสุข

ถ้าสามารถเคลื่อนชีวิตไปถึงจุดหนึ่งได้ ประตูอีกจุดหนึ่งจะต้องเปิดรออย่างแน่นอน แต่เมื่อไปถึงตรงนั้นจริง กลับได้ไปอีกจุดหนึ่งแทน

Advertisement

Advertisement

https://www.pexels.com/photo/green-leafed-plants-in-pot-near-narrow-pathway-beside-buildings-1387547/ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pexels.com/photo/green-leafed-plants-in-pot-near-narrow-pathway-beside-buildings-1387547/

ผู้เขียนเองก็เคยมีประสบการณ์รับจ๊อบหนึ่งมา ในระหว่างนั้นเรียกได้ว่าต้อง “กัดฟัน” ทำจนเสร็จ ผ่านความกดดัน ผ่านความเรื่องมากของคนจ้าง ผ่านการแก้งาน เป็นช่วงเวลาที่เหนื่อย ไม่มีความสุข ระหว่างที่ทำงานได้แต่บอกกับตัวเองว่า เดี๋ยวงานเสร็จก็ได้เงิน พอได้เงินก็จะได้เอาไปใช้เติมเต็มความสุขตัวเอง เดี๋ยวก็หายเหนื่อยเอง

แต่เมื่อส่งงานครบทุกอย่าง ผู้ว่าจ้างคนนั้นกลับหายตัวไป และไม่จ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว …

เรื่องการเอาผิดทางกฎหมายหรือการป้องกันความผิดพลาดในภายภาคหน้าก็ส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่ผู้เขียนได้ข้อคิดคือ เราไม่สามารถรู้จริง ๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เราไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าประตูบานไหนจะเปิด ประตูบานไหนจะปิด เราไม่รู้เลยว่าใครจะทำอย่างไรกับเรา สถานการณ์ใดจะเกิดขึ้น เราทำได้แค่ “คาดการณ์” เท่านั้น

Advertisement

Advertisement

แต่สิ่งหนึ่งที่เราสามารถรู้ได้ทันทีเลยก็คือ “เรารู้ว่าเราจะมีความสุขได้ตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร”

เรารู้ว่าเราจะมีความสุขได้ตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร

ถ้าคุณเชื่อจริง ๆ ว่าความสุขสามารถตัดสินใจมีได้ทันที ขอรับรองเลยว่าชีวิตของคุณจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ไม่จำเป็นต้องรอให้ได้ทุกสิ่งทุกอย่างก่อน แล้วจึงจะมีความสุข แม้ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก แม้ไม่ได้สะพายกระเป๋าแบรนด์เนม แม้วันนี้อาจจะต้องเหนื่อยหน่อย ขอให้จงมีความสุขในทุกวันที่แสนจะธรรมดาและเรียบง่าย(และบางทีก็วุ่นวาย)นี่แหละ

https://www.pexels.com/photo/man-standing-beside-his-wife-teaching-their-child-how-to-ride-bicycle-1128318/ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.pexels.com/photo/man-standing-beside-his-wife-teaching-their-child-how-to-ride-bicycle-1128318/

เคยมีคำกล่าวที่ว่า “บางครั้ง เป้าหมาย ก็ไม่ได้สำคัญเท่ากับว่าระหว่างทางเราได้เจอกับอะไรบ้าง” ขอให้คุณมีความสุขกับระหว่างทางที่เดิน เหมือนชีวิตที่เต้นรำไปกับเสียงเพลง เหมือนรถไฟเหาะที่มีทั้งจุดต่ำสุดและสูงสุด แต่ก็ยังสนุกกับมันได้ทุกช่วงทุกจังหวะ

ไม่ได้บอกให้ปลงหรือปล่อยวางไม่ทำอะไรเลย แต่ในขณะที่ทำนั้นขอให้ทำด้วยความสุขและสนุกกับมัน ขอปิดท้ายเรื่องราวด้วยเนื้อเพลงของพี่บอย โกสิยพงษ์ ซึ่งเป็นท่อนที่ผู้เขียนชอบมาก แต่ขอดัดแปลงเนื้อเพลงสักเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับบทความของเรา

"สุขกับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

 

บทความโดย โอ้

Facebook : fb.me/justlearntogether

YouTube : https://bit.ly/2PpkbZu

IG : kanziri