เราเป็นนักศึกษาปี1 เดินทางจากต่างจังหวัดเพื่อเข้ามาเรียนต่อในกรุงเทพ ด้วยความที่เราเข้ามากรุงเทพได้ไม่นานจึงทำให้เราไม่ค่อยคุ้นชินกับเส้นทางเท่าไรนัก เเน่นอนการเดินทางจากต่างจังหวัดเข้าสู่กรุงเทพเราก็ต้องหาหอพักอยู่เเล้วตอนที่เราเข้ามาหอพักของมหาลัยก็เต็มหมดเเล้วเราจึงต้องอยู่หอนอก เราหาหอที่ไม่ไกลจากมหาลัยมากนักค่าเช่าก็ถูกกว่าที่อื่นมีทั้ง น้ำ ไฟ เเอร์ ระเบียง เเละเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ พร้อมในระดับหนึ่ง เป็นตึกที่ไม่ค่อยเก่ามาก มี 4 ชั้นเเต่เปิดให้เช่าเเค่ 3 ชั้นเท่านั้นซึ่งเราอยู่ชั้น 3 วันนั้นเป็นวันเเรกได้ย้ายเข้ามาอยู่หอนี้หลังจากจัดของเสร็จเเล้วเราก็เพลียมากเราเลยอาบน้ำเเล้วเข้านอนทันทีตอนที่เรานอนอยู่เราเห็นม่านที่อยู่ติดกับระเบียงห้องปลิ้วซึ่งตอนเเรกเราคิดว่าเราเปิดประตูระเบียงไว้จึงลุกขึ้นมาปิดเเต่มันไม่ใช่ไง เราปิดกระจกหน้าระเบียงเเล้วเเถมล็อกเเน่นเเล้วด้วย เเต่เราก็ไม่ได้คิดอะไรกลับมานอนต่อ พอนอนไปได้อีกสักพัก อยู่ๆ ไฟในห้องน้ำก็ติดมีเสียงเหมือนคนกำลังอาบน้ำอยู่ตอนนั้นคือเราตกใจมากเพราะว่าเราอยู่คนเดียวจะมีคนอยู่ในห้องน้ำได้ไง เเต่เราก็ทำใจกล้าเดินไปที่ห้องน้ำเเล้วก็ปิดไฟ เสียงฝักบัวในห้องน้ำก็หายไป เราก็กลับมานอนต่อ เเต่ตอนนั้นคือนอนยังไงก็นอนไม่หลับเเล้วสติคือเตลิดไปไกลเเล้ว พอผ่านไปประมาณไม่เกิน 10 นาที เสียงฝักบัวในห้องน้ำก็ดังขึ้นอีก เเต่ครั้งนี้ไฟมันไม่ได้เปิดมีเเค่เสียงอย่างเดียว เราก็กลัวเข้าไปอีกจะเดินไปเปิดประตูห้องน้ำก็ไม่กล้า ได้เเต่นั่งสั่นอยู่บนเตียงเเล้วเสียงก็ดังอยู่เป็นชั่วโมงอ่ะ (อาจไม่ถึงเเต่คือตอนนั้นเรากลัวมากจนคิดว่านานมากๆที่ได้ยิน) เราก็เลยโทรไปหาเพื่อนที่เรียนอยู่ที่เดียวกัน พอเพื่อนเรารับสายอยู่ๆเสียงในห้องน้ำก็เงียบไป เราเลยตัดสินใจเดินออกมาจากห้องเเล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนฟัง ด้วยความที่เพื่อนเราเป็นที่ชอบท้าทายอะไรเเบบนี้มันก็เลยบอกว่าจะมานอนด้วยซึ่งตอนนั้นก็ประมาณ 5 ทุ่มกว่าเเล้ว เพื่อนเรามาถึงประมาณเกือบๆ เที่ยงคืนเราเข้ามาในห้องพร้อมกับเพื่อน เสียงในห้องน้ำเงียบไปเเล้ว เพื่อนเราเป็นคนไม่กลัวอยู่เเล้วนางจึงเป็นประตูเข้าไปในห้องน้ำ เเต่ก็ไม่พบอะไร เราจึงชวนกันไปนอน ผ่านไปได้ไม่ถึง 10 นาที (ยังไม่หลับ ตาค้าง) เราก็ได้ยินเสียงกุกกักดังมากจากตู้เสื้อผ้าปลายเตียง เพื่อนเราก็เลยลุกไปเปิดที่ตู้เสื้อผ้าเเต่ไม่เจออะไรอีก นางก็เลยกลับมานั่งที่ปลายเตียงเเล้วบอกให้เรานอนไปก่อนถ้าเสียงมันดังตรงไหนนางจะไปดูให้เองด้วยความที่เรากลัวเราก็นอนไม่หลับจึงนั่งอยู่กับเพื่อนทั้งคืน(ไม่นอนเลยสักชั่วโมง)

Advertisement

Advertisement

            ตอนเช้าของวันต่อมาเราก็ชวนเพื่อนไปใส่บาตรเพราะป้าหน้าหอบอกว่ามีพระมาบิณฑบาตทุกวันตอนที่เรารับพรเราก็อธิฐานบุญให้คนที่อยู่บนห้องเรา (ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า) จากนั้นเราก็ขึ้นมาอาบน้ำไปเรียน พอตกเย็นก็กลับมาที่หอ เพื่อนเราก็กลับบ้านไปเอาเสื้อผ้าเพื่อจะมานอนกับเรา เเล้วเราเป็นคนที่ขี้กลัวมากไม่กล้าอยู่คนเดียวเลยมายืนที่ระเบียงโดยเปิดผ้าม่านให้เห็นภายในห้อง เราก็ยืนเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งห้องฝั่งตกข้ามที่ระเบียงหันหน้าชนกันออกมาเก็บผ้า เค้าก็มองหน้าเราเเล้วก็ถามเราว่า ‘มาอยู่นานเเล้วหรอ’ เราตอบไปว่า‘เพิ่งอยู่ได้วันเดียว’ เเล้วเค้าก็ตอบเราว่า ‘ถึงว่าไม่เคยเห็นหน้าเลย เห็นเเต่ผู้หญิงอีกคน’ เราก็อึ้งไปเพราะก่อนหน้านี้เจ้าของหอบอกว่าห้องนี้ไม่มีคนอยู่มาสักพักเเล้ว เราก็ได้เเต่ยิ้มไม่ได้พูดอะไรออกไป เเล้วเค้าก็ถามเราอีกว่า ‘ทำไมถึงชอบตากผ้าตอนกลางคืนไม่เหม็นอับหรอ’ ทีนี้ก็คืออึ้งกว่าเดิมเพราะว่าเราเพิ่งมาอยู่ยังไม่ได้ซักผ้าหรือตากผ้าเลย เราก็เลยตอบเค้าไปว่า‘เราไม่เคยเอาผ้ามาตากที่ระเบียง’ เค้าก็พูดต่อว่า ‘เมื่อวานยังเห็นผู้หญิงคนนั้นออกมาตากผ้าอยู่เลย นึกว่าเป็นเมทกัน' เรานี่คือช็อกเเล้วช็อกอีก จนในที่สุดเราก็เดินเข้าห้องมา พอเริ่มมืดเราก็โทรหาเพื่อนเพื่อให้เพื่อนรีบมา เเต่คือนางมาไม่ได้เเล้วเพราะว่าเเม่นางเข้าโรงพยาบาลเพราะล้มในห้องน้ำ ตอนเเรกก็เป็นห่วงเเม่นางนะ เเต่คิดว่าตอนนี้ห่วงตัวเองดีกว่าเพราะถ้านางไม่มาเราก็ต้องนอนคนเดียว เราพยายามทำใจกล้าๆเดินเข้าไปอาบน้ำ (อาบเเบบฟาสแทรก 2 นาทีออกอ่ะ) พอเริ่มมืดลงๆ ก็เริ่มกลัวขึ้นเรื่อยๆ เเต่ก็พยายามที่จะหลับจำได้ว่าถึงกับกินยาเเก้เเพ้เพื่อให้หลับ เเต่มันก็เท่านั้นนอนกลัวจนชั่วโมงกว่าอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตูห้องเรา เราเลยเดินมาดูที่ตาเเมวประตูห้องเเต่ก็ไม่มีใครพอจะก้าวเท้ากลับมานอนก็เคาะอีก ที่นี้คือดังกว่าเดิมเราก็เลยตัดสินใจเปิดประตูห้อง เเต่คือมันไม่มีใครเลย เราไม่รู้จะทำไงต่อยืนค้างอยู่เเบบนั้นเเต่พอรู้ตัวก็ลากสังขารกลับมานอนเพราะเราไม่ได้มาคืนนึ่งเเล้วพอใกล้จะหลับก็มีเสียงน้ำที่อ่างล้างหน้าไหล ไฟห้องน้ำเปิด เราก็ปล่อยให้มันไหลอยู่อย่างนั้นอ่ะ ไม่รู้ว่านานเท่าไร เเต่เสียงน้ำในห้องน้ำก็ค่อยๆ หายไปเเล้วก็ตามมาเป็นเสียงเปิดกลอนประตูห้องน้ำเเล้วประตูค่อยๆ เปิดออก เสียงตู้ในห้องก็ดังกุกกัก เราไม่รู้จะทำอะไรเเล้วได้เเต่นั่งร้องไห้อยู่บนเตียง พอเสียงทุกอย่างเงียบเราก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนลากเก้าอี้กลางห้องไปจนถึงระเบียงผ้าม่านที่ระเบียงก็ปลิ้วทั้งที่เราปิดไปเเล้ว เเต่สิ่งที่เราเห็นชัดคือมีเงาคนอยู่ที่ระเบียงจริงๆ เป็นผู้หญิงผมยาวเหมือนค่อยขึ้นไปยืนบนเก้าอี้สักอย่างทั้งที่ระเบียงเรามีเเค่ราวตากผ้าอย่างเดียวเเล้วเงานั้นก็ค่อนเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา 

         พอเช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ติดต่อกับเจ้าของหอเพื่อขอยกเลิกสัญญาเเล้วไม่เอาค่ามัดจำอะไรทั้งนั้น เจ้าของเค้าไม่ได้พูดอะไรกับเรามากเค้าเเค่บอกว่า "อยู่คนเดียวบนชั้น3คงจะเหงาถ้าจะย้ายไปพี่ก็ไม่ว่าทนอยู่ได้ 2 วันก็เก่งเเล้ว"