ในสังคมโลกแห่งยุคดิจิตอล ยุคแห่งโซเชียล หรือสังคมออนไลน์  ที่ใคร ๆ ต่างเถียงไม่ได้เลย ว่าสื่อออนไลน์นั้นเข้ามาอิทธิพลกับชีวิตผู้คนมาก จนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน การหารายได้ผ่านสื่อออนไลน์ จึงเป็นที่นิยมกันมากในยุคนี้  สื่อออนไลน์ทำหน้าที่แบ่งปันข่าวสาร ให้ความรู้ ให้ความบันเทิง ให้ความจรรโลงใจ ให้ข้อคิด หรือจะเป็นช่องทางขายของก็ได้ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ทุกสิ่งที่แสดงให้เห็นต่อสายตาผู้อ่าน มันจะต้องมีงานเขียน ที่นักเขียนหรือบุคคลทั่วไป สรรสร้างขึ้นมา เพื่อวัตถุประสงค์ และความต้องการของผู้เขียนนั้นๆ

 

"อยากเป็นนักเขียนต้องทำอย่างไร" คำถามนี้ มักได้ยินเสมอสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นนักเขียน และยิ่งในยุคดิจิตอลที่งานเขียนแทบจะไม่ต้องทำอะไรมาก แค่มีฝีมือและมือถือเครื่องเดียวคุณก็เขียนได้ คุณอยากเขียนอะไรก็เขียน โดยไปหาเขียนตามแอพพลิเคชั่นต่างๆ  ตามบล็อก ตามเพจ มากมายก่ายกอง  ที่เขาจัดทำไว้ให้พวกนักเขียน เพื่อสรรสร้างผลงานของตัวเอง และที่สำคัญมันสามารถสร้างรายได้ จากงานเขียนของเราอีกด้วย

Advertisement

Advertisement

สำนักงาน-การทำงาน-โต๊ะเขียนหนังสือ

แต่ก่อนงานเขียน มักจะทำเป็นรูปแบบของการตีพิมพ์ลงหนังสือเสียส่วนใหญ่ โดยต้องมีการเขียนขึ้นมา ส่งสำนักพิมพ์ เพื่อให้บรรณาธิการนั้น คัดเลือก รวบรวม แก้ไข ตรวจหาคำผิด เรียกว่าต้องตรวจสอบกันอย่างหนักหน่วง กว่าที่จะได้ลงตีพิมพ์ในแต่ละครั้ง เรียกว่า นักเขียนรอจนท้อ เพราะกว่าสำนักพิมพ์จะผลิตหนังสือที่มีคุณภาพ เพื่อให้คนเข้ามาซื้อหนังสือนั้น ต้องคัดกรองกันอย่างดี เพื่อให้ผู้อ่านไม่ผิดหวัง ที่ยอมเสียเงินลงทุนซื้อหนังสือจากสำนักพิมพ์ของเขา แต่สมัยยุคนี้ งานเขียนบนโลกออนไลน์ ทุกคนสามารถแสดงผลงานของตัวเองได้อย่างเต็มที่ โดยทุกผลงานที่เห็นจะวัดกันที่คนดู คนติดตามกัน คนกดไลน์ ซะส่วนใหญ่  ถ้าผลงานคุณดี  ต่อให้คุณลงผลงานกี่เรื่อง กี่ครั้ง ก็มีคนติดตาม แต่ถ้าผลงานไม่ดี ไม่น่าสนใจ ต่อให้คุณลงเป็นสิบ ก็ยากที่จะมีคนมองผลงานคุณ

Advertisement

Advertisement

 

คนที่จะเป็นนักเขียนได้นั้น ต้องพอรู้พื้นฐานของงานเขียน และก็ต้องเป็นคนที่ชอบอ่าน ชอบเรียนรู้ นั่นคือหัวใจสำคัญ เพราะการเขียนที่จะให้คนเข้าถึง คล้อยตาม เข้าใจง่าย คำพูดไม่วกวน และที่สำคัญเขียนแล้วไม่ลงทะเล หรือหาจุดจบไม่ได้ สุดท้ายก็จะเป็นงานดอง งานตายในที่สุด  ยิ่งบางคนมีแรงบันดาลใจที่จะเขียน คิดถ้อยคำ เนื้อเรื่องที่จะเขียน ลงมือได้แค่ห้าบรรทัด กับไปไม่เป็นก็มี เพราะถึงแม้ว่าคุณมีแนวคิดที่จะเขียนขนาดไหน แต่ถ้าคุณไม่รู้กลไกของงานเขียน ก็จบเห่เช่นกัน

 

บล็อค-เขียนบท-หมดหวัง

กลไกหลักของนักเขียน มีอะไรบ้างมาดูกัน

Advertisement

Advertisement

1.    คุณต้องมีความเป็นนักเขียนและรู้ตัวตน คืออะไร ไม่ต้อง’งง’นะ พูดง่ายๆ ก็คือ คุณจะต้องมีใจรักใจงานเขียน อย่างว่าคุณอยากเป็นนักแข่งรถที่มีชื่อเสียง แต่คุณกับไม่รู้ถึงภายในของเครื่องยนต์ ไม่รู้จังหวะของการขับขี่ มันก็ไม่ต่างกับรถได้กับขับรถเป็น  เช่นกันการเป็นนักเชียน คุณนั้นต้องคนที่ชอบอ่าน ชอบเรียนรู้ นั้นคือพื้นฐานขั้นแรกของนักเขียน เพราะมันคือการสอนที่ดีที่สุด และทำให้รู้ถึงแก่นแท้ของงานเขียนในรูปแบบต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น งานเขียนนิยายควรเขียนด้วยถ้อยคำแบบไหน บทความด้านความรู้ เรื่องสััน ร้อยแปดพันเก้าของงานเขียน ต้องเขียนแบบไหนถึงจะเหมาะสม คุณจะต้องแยกแยะได้ และนั่นจะทำให้คุณรู้ถึงตัวตนว่าคุณชอบงานเขียนแบบใดอีกด้วย

 

2.    คุณต้องรู้จักตัวหนังสือ ถ้อยคำ และคำแปลของคำนั้นๆ อ่าวทุกคนเรียนมาก็รู้จักตัวหนังสืออยู่แล้ว?? ใช่เรื่องนี้เราไม่เถียง แต่คุณรู้ไหมว่าหนึ่งประโยชน์ คำบางคำมันจะมีคำแปลของมัน ถ้าคุณไม่รู้แล้ว คุณนำไปใส่ในงานเขียนของคุณ คุณว่ามันจะทะแม่งไหม ถ้าในประโยคนั้นไม่ควรใส่ เช่น ผมชอบแมวตัวนั้น ผมจึงเข้าไปจับมันอย่างละมุนละม่อม ซึ่งจริงๆ แล้วคำนี้ จะใช้ถึงการเจรจา การจับกุม ที่ส่วนใหญ่จะใช้ในงานของตำรวจ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นคำว่า ผมชอบแมวตัวนั้น ผมจึงเข้าไปจับมันอย่างแผ่วเบา คุณว่าประโยคไหนน่าอ่านกว่ากัน??

 

3.    คุณต้องรู้จักการวางรูปแบบของงานเขียน (คอนเทนต์) กำหนดทิศทางของงานเขียน เรื่องนี้คือหัวใจหลักของงานเขียนเลยนะ ถ้าคุณต้องการเขียนนิยายแนวรักหวานแหวว แต่เขียนไปเขียนมาออกไปแนวฆาตกรรม คนอ่านงงแน่นอน หรือ จะเขียนแบบสดๆ ไม่มีการร่างงานเขียน ไม่มีส่วนนำเรื่อง จุดพีคของเรื่อง และจุดจบของเรื่อง บอกเลยว่าวนอยู่ในทะเล จะเขียนไม่รู้จบ หรือจะจบก็จบแบบห้วนๆ ก็จะทำให้งานเขียนดูไม่ดีได้เช่นกัน

 

4.    คุณต้องสร้างบรรยากาศในงานเขียน อะไรคือสร้างบรรยากาศ ศัตรูของนักเขียน เวลาที่คิดผลงานคือ ตาดู หูฟัง จมูกได้กลิ่น และปากพูด ถ้าคุณทำอย่างใดอย่างหนึ่งบอกเลยว่า งานเขียนล่ม เพราะนักเขียนส่วนใหญ่ ต้องใช้สมาธิสูงในการสร้างผลงาน จึงมักจะหามุมสงบเงียบ เพื่อสรรสร้างงานเขียนให้สละสลวย ผลงานจะได้ออกมาดี

 

5.    คุณต้องรู้จักคนอ่าน คุณต้องคอยดูตามแหล่งนักอ่าน ว่าคนส่วนใหญ่ชอบการอ่านแบบไหน เพื่อเวลาที่คุณจะนำเสนอผลงานคุณจะได้เข้าถึงผู้อ่านได้ง่ายขึ้น

 

6.    คุณต้องขยัน อดทน ห้ามท้อ ห้ามดองงาน เรื่องนี้ก็สำคัญยิ่งกว่าอื่นใดของนักเขียน หากคุณนักเขียนที่อยากหารายได้ คุณเขียนหนึ่งเรื่องหายไปเป็นเดือน จะมีใครติดตามคุณไหม หรือเขียนนิยายหนึ่งตอนหายไปหนึ่งอาทิตย์ แล้วเมื่อไหร่จะจบหละ คุณว่าป่ะ!!

 

ทำงาน-คนบ้างาน-นักเขียน

สรุปแล้วการจะเป็นนักเขียน ไม่ใช่เรื่องยากจริงไหม และลบคำสบประมาทที่ว่า “นักเขียนไส้แห้งไปได้เลย” ถ้าคุณนั้นมีกึ๋น มีความสามารถ บวกกับพรแสวง อาจเพิ่มด้วยพรสวรรค์นิดๆหน่อยๆ ยังไงซะ งานเขียนเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเอง ก็ไม่ไกลแค่เอื้อม ยิ่งสมัยนี้งานเขียน สามารถขายออนไลน์ ติดเหรียญ ขายเป็นตอน ขายเป็นเล่ม ผ่านออนไลน์ เรียกว่าหารายได้ง่ายกว่าแต่ก่อนเยอะ เพียงแค่ขอให้คุณตั้งใจสร้างสรรค์ผลงาน หมั่นขยันอัพผลงาน ยิ่งคุณมีแฟนคลับมากเท่าไหร่ การที่คุณจะประสบความสำเร็จก็มากขึ้นเท่านั้น 

 

นี่คือทริปเล็กๆ ที่เราอยากบอก การเป็นนักเขียนใครก็เป็นได้ เพราะเราเองก็ไม่ได้จบอักษร สายที่เรียนไม่เกี่ยวกับงานเขียนเลย แต่เราเป็นคนชอบอ่าน อ่านไปอ่านมาเลยรองเขียนดู มันก็เข้าท่าดีแฮะ แต่เราบอกไว้ก่อนนะ หากคุณมีงานประจำอยู่แล้ว ก็ควรทำควบคู่กันไปก่อน อย่าพึ่งลาออกนะ ยิ่งถ้าเป็นนักเขียนหน้าใหม่ ก็อย่าพึ่งไฟแรง แหกโค้งเลย พอบอกว่างานเขียนมีรายได้ กระโดดลงมาทำเลย ออกมาจากงานเลย ทุ่มเทสุดๆ เพราะกว่าจะได้ตังค์ ไส้แห้งแน่นอน เราคอนเฟิร์ม แต่เมื่อไหร่ที่คุณได้ลองเขียนแล้ว คุณเริ่มเก่ง และเริ่มมีรายได้จากงานเขียน นั่นแหละคุณจะทำแบบเต็มตัวก็ได้เลย เพราะช่องทางสำหรับนักเขียนเพื่อหารายได้ มีเยอะมากมายบนโลกโซเชียล เราบอกเลย!!!


 ขอขอบพระคุณภาพประกอบ

ภาพปก

ภาพประกอบที่ 1

ภาพประกอบที่ 2

ภาพประกอบที่ 3