ทำไมออกกำลังกายเท่าไร น้ำหนักก็ไม่ลดสักที

       หากพูดถึงเรื่องน้ำหนักนั้นคงเป็นเรื่องใหญ่ สำหรับผู้หญิงหลายๆคน หลายคนมักจะถามหาว่า “อยากผอมทำไงดี” ซึ่งแน่นอนค่ะว่า คงหนีไม่พ้นกับการที่เราต้องออกกำลังกาย ควบคุมอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อ ดั่งคำกล่าวที่ว่า “กินอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น” หรือ “You are what you eat ” นั่นเอง แต่ผู้หญิงหลายๆคนก็อาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ ออกกำลังกายก็แล้ว ควบคุมอาหารก็แล้ว ทำไมน้ำหนักถึงยังไม่ลดล่ะ สาเหตุมาจากดังนี้ค่ะ

1

     1. ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ผู้หญิงหลายๆคน มักมองข้ามการดื่มน้ำ ซึ่งน้ำนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมากนะคะ นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งในเทคนิคที่ส่วนใหญ่ใช้ในการลดน้ำหนักอีกด้วย เช่น ดื่มน้ำก่อนจะรับประทานอาหาร เป็นต้น

     2. ภาวะเครียด ความเครียดนี้แหละค่ะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้น้ำหนักไม่ลงสักที เพราะเมื่อเราเกิดภาวะเครียดนั้น ร่างกายจะสั่งการไปที่เซลล์ไขมัน และเกิดการเพิ่มตัวของไตรกลีเซอไรด์ไปสะสมในเซลล์ไขมันและไปสะสมบริเวณพุงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเมื่อเราเกิดความเครียด ร่างกายจะต้องการพลังงานมากกว่าปกติค่ะ จึงทำให้เวลาเครียด เราจะหิวง่ายกว่าปกตินั่นเอง

Advertisement

Advertisement

2

       3. การอดอาหาร วิธีนี้เป็นวิธีที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ต่อให้เรากำลังลดน้ำหนักอยู่ เราก็ยังต้องรับประทานอาหารให้ครบสามมื้อ เพราะร่างกายนั้นต้องการสารอาหาร เพื่อซ่อมแซมและบำรุงร่างกายตลอดทั้งวัน หากเราอดอาหารจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆในร่างกายไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญ ทำให้ไขมันไม่สามารถถูกเผาผลาญได้ดีอย่างที่ควร การอดอาหารนั้นจึงอาจทำให้น้ำหนักนั้นลดลงในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นน้ำหนักจะขึ้นหลายกิโลกรัมโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือที่เราเรียกว่า “โยโย่”นั่นเองค่ะ

Advertisement

Advertisement

     4. นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนหลับไม่เพียงพอ และคุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดี เช่น หลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกบ่อยๆ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคอ้วน และเมื่อเราเข้านอนดึก หรือเข้านอนไม่เป็นเวลาจะทำให้เกิดการต่อต้านอินซูลิน และทำให้ฮอร์โมน Ghrelin  และ Leptin ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่คอยควบคุมความหิวของเรานั้นเสียสมดุล ประสิทธิภาพในการควบคุมความอยากอาหารจะต่ำลง

     5. ออกกำลังกายหักโหมเกินไป  ยิ่งเราออกกำลังกายหนักเท่าไร ร่างกายก็จะยิ่งหายใจเร็วขึ้นเท่านั้น ทำให้ร่างกายหายใจไม่ทันและร่างกายจะได้รับออกซิเจนน้อยลง การจะเผาผลาญไขมันได้ดีนั้น ระดับออกซิเจนในร่างกายต้องสูง ดังนั้น เราต้องออกกำลังกายแบบช้าๆ เน้นสูดลมหายใจ  เมื่อเราได้รับออกซิเจนมากขึ้นจะทำให้ระบบเผาผลาญไขมันทำงานได้ดีกว่าการออกกำลังกายที่เรารู้สึกเหนื่อย หายใจไม่ทัน

Advertisement

Advertisement

 

3              ผู้เขียนเชื่อว่าหากท่านผู้อ่านลองหลีกเลี่ยงความเสี่ยง และปฏิบัติตามเทคนิคเหล่านี้ดู รับรองได้ว่าหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมเลยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่หักโหมจนเกินไปด้วยนะคะ ออกกำลังกายตามความเหมาะสม ตามที่ร่างกายของเราไหว ไม่ต้องรีบร้อนที่จะลดความอ้วน เพราะอะไรที่ไม่พอดี มากเกินไปหรือน้อยเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อตัวเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอให้ทุกคนลดน้ำหนักได้สำเร็จนะคะ ( บอกตัวผู้เขียนเองด้วย555 ) ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นค่ะ

             เครดิตภาพสวยๆ จาก https://www.getthegloss.com/article/why-every-woman-needs-to-be-working-out-with-weights

                                            https://www.wellandgood.com/good-sweat/working-out-at-night/

                                            https://www.careergirldaily.com/how-to-enjoy-working-out/