คุณเคยไหมครับ เวลาได้รับมอบหมายงานมาหนึ่งโครงการ  ซึ่งมีระยะเวลาครบกำหนดหนึ่งเดือน แต่จะใช้เวลาทำจริงแค่อาทิตย์สุดท้ายเท่านั้น หรือในการสอบ เวลาที่จะใช้ในการเตรียมตัวอ่านหนังสือทบทวนความรู้ จะใช้เวลาแค่ช่วงอาทิตย์สุดท้ายก่อนการสอบเท่านั้น ซึ่งผมก็เป็นคนที่ชอบทำแบบนั้นเช่นกัน ถ้าถามว่ามันก็เสร็จสมบูรณ์หรือไม่ มันก็สอบผ่านไม่ใช่หรือ คำตอบคืออาจจะใช่ครับ แต่ก็รู้ทั้งรู้ว่าถ้าทำทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ผลงานหรือผลสอบที่ได้ จะมีผลลัพธ์ออกมาดีกว่า แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะต้องมาทำกันในอาทิตย์สุดท้ายใช่ไหมครับ

เรื่องวิ่งในจินตนาการขอบคุณภาพจาก: https://pixabay.com/users/geralt-9301

ทฤษฎี The Slight Edge Turning ของ Jeff Olson ได้ให้หลักการว่า การลงมือทำเป็นประจำทีละน้อยอย่างมีขั้นตอน และให้เวลากับสิ่งที่เราทำอย่างสม่ำเสมอ จะส่งผลลัพธ์ที่ดีในอนาคต แต่อาจจะไม่เห็นผลลัพธ์ได้ในทันที ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เราไม่ใส่ใจที่จะทำมัน ดังนั้นจึงต้องอาศัยทั้งความอดทน ความมุ่งมั่น และความเชื่อในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่

Advertisement

Advertisement

ผมเห็นด้วยกับทฤษฎีนี้ครับ และเป็นความจริงมากสำหรับเรื่องการวิ่ง นักวิ่งที่มีร่างกายที่แข็งแรง และสามารถวิ่งได้นานและเร็ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถเกิดขึ้นจากการเริ่มฝึกฝนในช่วงเวลาที่น้อยนิด ทุกคนล้วนต่างผ่านการฝึกฝนที่ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอทั้งสิ้น รอยยิ้มหลังจากเส้นชัยจากนักวิ่งทุกคน เป็นสิ่งการันตีถึงความสุข และสะท้อนถึงผลลัพธ์ที่พวกเค้าได้ลงทุนเวลาในการฝึกฝนแล้ว

เรื่องวิ่งในจินตนาการขอบคุณภาพจาก: www.flickr.com/photos/audiinsperation

ก่อนที่จะเริ่มลงแข่งรายการวิ่ง ผมก็สงสัยนะครับว่าเหรียญและเสื้อFinisher ที่ได้รับหลังเส้นชัยนั้นมันมีอะไรดี เหรียญรางวัลก็เป็นแค่โลหะธรรมดา แบบของเสื้อ เราก็ไม่ได้เป็นคงเลือกที่จะใส่ และทุกคนที่สามารถเข้าเส้นชัยได้ในเวลาที่กำหนดจะได้รับเสื้อและเหรียญนั้นทุกคน ซึ่งยิ่งทำให้เป็นของที่ไม่ดึงดูดใจ และไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่ผมคิดผิดครับ

Advertisement

Advertisement

ระยะทางการวิ่งครั้งแรกที่ผมลงแข่งคือ สิบกิโลเมตร ซึ่งเป็น สิบกิโลเมตรที่ทรมานที่สุดในชีวิต ความทะนงตัวที่คิดว่าตัวเรามีพื้นฐานร่างกายที่ดีอยู่แล้วจากการออกกำลังกาย การขาดการวางแผนและการฝึกซ้อม การไม่ให้เกียรติสนามแข่งขันคิดว่าเป็นเรื่องง่าย ทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นสาเหตุให้การแข่งขันเป็นไปอย่างเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ และการทรมานของจิตใจ ซึ่งมันทำให้ผมได้รู้คุณค่าของเหรียญรางวัลนี้ และเป็นบทเรียนเพื่อที่จะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

เรื่องวิ่งในจินตนาการทุกเหรียญ และเสื้อFinisher ที่ได้ ไม่ได้บอกเรื่องราวในวันแข่งขันเพียงวันเดียว แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความสำเร็จในช่วงเวลาการเตรียมตัว การวางแผนการซ้อม การฝึกฝนในแต่ล่ะวัน คำชื่นชมกับตัวเอง และความภูมิใจในความสำเร็จที่ทำได้ตามเป้าหมายเล็กๆในแต่ละวัน ดังนั้นความหมายของเหรียญ และเสื้อFinisher จึงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ถึงแม้รูปลักษณ์จะเหมือนกันก็ตาม         

Advertisement

Advertisement

เช่นเดียวกันกับสิ่งของทุกชิ้น ทำไมเราต้องอินกับสมุดไดอารีเล่มเก่าๆที่บันทึกความทรงจำในครั้งอดีต ทำไมเราต้องเก็บสมุดตำราเรียนที่เพื่อนสนิทหรือแฟนในสมัยเรียน คอยจดสรุปเนื้อหาการเรียนให้เราในตอนที่เราขาดเรียน ทำไมเราต้องทะนุถนอมบรรดาหนังสือที่ถูกให้โดยคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเรา ผมคิดว่าอาจจะเป็นเพราะคุณค่าไม่ได้ถูกจดจำในรูปแบบมูลค่า แต่ถูกจดจำด้วยความหมายทางจิตใจ ถึงแม้ว่าสิ่งของชนิดนี้จะถูกผลิตซ้ำเป็นหมื่นเป็นแสนชิ้น แต่มีเพียงชิ้นเดียวของเราเท่านั้น ที่เรารู้ความหมายและคุณค่าในตัวของมัน

เรื่องวิ่งในจินตนาการขอบคุณภาพจาก: www.peakpx.com

ผมมีโอกาสได้ฟังสื่อประชาสัมพันธ์ ทำให้ผมรู้จักกับร้านซ่อมหนังสือ Book Clinic ที่ตั้งอยู่บริเวณโชคชัยสี่ ผมยอมรับเลยว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีบริการอย่างนี้อยู่ด้วย ซึ่งผมคิดว่าน่าสนใจมาก ผมคิดเล่นๆว่าถ้าเหล่าบรรดาหนังสือสมุดที่เก่าและยับเยินไปตามกาลเวลา ถูกทำให้ใหม่และดีขึ้น ความทรงจำเก่าๆที่นับวันเหมือนจะยิ่งเลือนลางจะถูกทำให้ชัดเจนขึ้นมาอีกครั้งเหมือนกับหนังสือได้หรือไม่

สุดท้ายนี้ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องไปสนใจใคร ที่อาจจะมองสิ่งที่เราทำได้เป็นความสำเร็จเล็กๆทั่วไป ที่ทุกคนก็สามารถทำได้ เพราะว่ามีเพียงตัวเราเองที่รู้ว่าสิ่งนี้มีความหมายความอย่างไร ต้องใช้ความพยายามขนาดไหน ต้องฝึกฝนเพียงใด ต้องผ่านกระบวนการใดบ้างกว่าจะได้มา และเรารู้ว่ามันสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเรา ไปในทิศทางที่เข้าใกล้ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากขึ้น


อ้างอิง

www.nicetofit.com/มีวินัย-ทำเป็นนิสัย/

The Slight Edge Turning: Simple Discipline into Massive Success and Happiness By Jeff Olson

www.facebook.com/ร้านซ่อมหนังสือ-Book-Clinic-1233413940020243