หนังสือที่คุณต้องอ่าน

The Seven Spiritual Laws of Success.

7 กฎด้านจิตวิญญานเพื่อความสำเร็จ ทั้งทางโลกและทางธรรม 

เขียนโดย โชปรา แปลโดย นันท์วิทยดำรง

หนังสือภาพโดยผู้เขียน 

สำหรับคอหนังสือจิตวิทยาและการพัฒนาตนเอง ห้ามพลาดเล่มนี้เด็ดขาด อ่านแล้ววางไม่ลง เป็นหนังสือเล่มเล็ก ที่ต้องใช้เวลาละเมียดในการอ่านและทำความเข้าใจ คุณสามสรุปพกติดตัวไปทุกที่ทุกแห่ง เป็นคัมภีร์ชีวิตเลยก็ว่าได้ 

นี่คือ แนวทางปฏิบัติ เพื่อบรรลุในทุกความใฝ่ฝันของคุณ

หนังสือแบ่งออกเป็น 7 บท ดังนี้

บทที่ 1 กฎแห่งศักยภาพอันบริสุทธิ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน The Law of Pure Potentiality

สมาธิภาพโดย pixabay.com

กฎข้อนี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กฎแห่งความ เป็นหนึ่งเดียว ทุกสิ่งที่ดูแตกต่างที่จริงแล้วคือ สนามพลังงานที่รวมเป็นหนึ่ง ไม่มีการแบ่งแยก สนามพลังงานของศักยภาพอันบริสุทธิ์ที่ซ่อนเร้นภายใน คือ ตัวตนเดิมแท้ของคุณ 

ยิ่งเข้าใกล้ธรรมชาติเดิมแท้ของคุณเท่าไหร่ จะทำให้เข้าใกล้สนามพลังงานของศักยภาพอันบริสุทธิ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นอาณาจักรของความเป็นไปได้ในทุก ๆ สิ่ง และพลังงานสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด 

การฝึกให้เข้าใกล้สนามพลังงานนี้ โดยการเข้าถึงสภาวะความเงียบที่แท้ คือ ทำสมาธิ

บทที่ 2 กฎการให้ The Law of Giving

สมาธิภาพโดย pixabay.com

กฎนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า กฎแห่งการให้และรับ เพราะจักรวาลคือการแลกเปลี่ยนพลังงานซึ่งกันและกัน วิธีการทำที่ให้พลังงานหมุนเวียนได้ดี คือ การให้  ไม่จำเป็นว่าจะเป็นวัตถุ อาจเป็นคำชื่นชม หรือคำอวยพรก็ได้ การให้จะทำให้เราอยู่ในพลังงานมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์ เราไม่ขาดแคลน เพราะพื้นฐานเดิม เราอยู่ในพลังงานอันบริสุทธิ์และพลังงานแห่งความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด เราสามารถให้ได้ทุกอย่างที่เราความต้องการ เช่น ให้ความเบิกบาน ความรัก เสียงหัวเราะ ความสงบสุข ความกลมกลืนและความรู้ต่าง ๆ  ถ้าคุณต้องการสิ่งนี้ คุณสามารถให้สิ่งเหล่านี้กับผู้อื่นได้เช่นกัน และสิ่งเหล่านี้จะเข้ามาสู่ชีวิตคุณเองโดยธรรมชาติ 

 บทที่ 3 กฎแห่งกรรม หรือ เหตุและผล The Law of Karma or cause and Effect

กรรม คือ การกระทำและผลของการกระทำนั้น ทุกการกระทำย่อมส่งผลย้อนกลับมาสู่เรา “คุณหว่านสิ่งใด ย่อมได้ผลในสิ่งนั้น” 

การกระทำของคุณ คือการตัดสินใจ “เลือก” ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ขอให้ถามตัวเองว่า

1.  อะไรคือผลที่จะตามมาจากทางเลือกที่ฉันกำลังตัดสินใจเลือกนี้

2. ทางเลือกที่ฉันกำลังตัดสินใจเลือกอยู่ในขณะนี้ จะนำมาซึ่งความสุขให้ฉันหรือคนรอบข้างหรือไม่ 

หากคำตอบคือ ใช่ ก็ตัดสินใจทำสิ่งนั้น ถ้าคำตอบคือ ไม่ใช่ ก็อย่าทำสิ่งนั้น

บทที่ 4 กฎแห่งการพยายามให้น้อยที่สุด The Law of Least Effort

กฎข้อนี้ขัดแย้งกับความเชื่อเดิมของใครหลายคนไม่น้อย เพราะส่วนใหญ่เคยได้ยินมาว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” แต่กฎข้อนี้ ตั้งบนพื้นฐานของธรรมชาติ พลังธรรมชาตินั้นกระทำโดยไม่ใช้ความพยายามและไม่วิตกกังวล นั่นคือ หลักการกระทำให้น้อยที่สุด มันเป็นแนวทางแห่งความกลมกลืนและความรัก เมื่อเราเรียนรู้สิ่งนี้จากธรรมชาติเราจะเติมเต็มความต้องการของตนเองได้อย่างง่ายดาย

การทำน้อยแต่บรรลุผลมาก มี 3 องค์ประกอบคือ 

1. การยอมรับ ยอมรับทุกอย่าง อย่างที่มันเป็น

2. การรับผิดชอบ คือ ไม่กล่าวโทษสิ่งใดๆ ทั้งตนเองและผู้อื่น ช่วงเวลานี้ มันเป็นอย่างที่มันต้องเป็น

3. การไม่ปกป้อง ความคิดของตนเอง คือ ไม่พยายามทำให้คนอื่นเชื่อ ความคิดของคุณ ไม่กล่าวโทษผู้อื่น จะไม่มีแรงต่อต้าน จะทำให้คุณอยู่กับปัจจุบันขณะอย่างเต็มที่ และเป็นอิสระอย่างแท้จริง

บทที่ 5 กฎแห่งการมุ่งมั่นและความปรารถนา The Law of Intention and Desire

สมาธิภาพจาก pixabay.com

ความมุ่งมั่น คือ พลังงานที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังความปรารถนา ความมุ่งมันมีพลังอย่างมาก เพราะอยู่ในสภาวะปราศจากการยึดต่อผลลัพธ์ ส่วนความปรารถนา อ่อนแอ เพราะมีความสนใจที่ยึดติดต่อผลลัพธ์ที่จะได้รับ

ถ้าเรามุ่งมั่น สนใจสิ่งใดแล้ว สิ่งนั้นจะเติบโตแข็งแรงมากขึ้น สิ่งที่เราไม่สนใจ สิ่งนั่นก็จะอ่อนแอและสลายตัวไป 

เพื่อให้ความมุ่งมั่นแฝงตัวอยู่ลึก ๆ ในการตระหนักรู้ของคุณ ทำได้โดยเข้าสู่สมาธิ และอยู่ใน “ช่วงว่าง” ระหว่างความคิดและไม่มีความคิด ในขณะที่คุณกำลังออกมาจาก “ช่วงว่าง” นั้นและเกิดความคิด ให้นำความมุ่งมั่นใส่เข้าไป 

บทที่ 6 กฎแห่งการปล่อยวาง The Law of Detachment

การได้มาซึ่งสิ่งใด ๆ ในจักรวาล คุณต้องปล่อยวางความยึดติดที่มีต่อสิ่งนั้นก่อน

ไม่ได้หมายถึงให้คุณยกเลิกความมุ่งมั่นและความปรารถนา แต่ให้ละทิ้งความยึดติดต่อผลของมัน 

บทที่ 7 กฎแห่งธรรมะ หรือ เป้าหมายในชีวิต The Law of “Dharma” or Purpose of Life

กฎแห่งธรรมะ หรือ เป้าหมายในชีวิต มี 3 องค์ประกอบคือ 

1. การค้นพบตนเอง แต่ละคนเกิดมา เพื่อค้นพบตัวตนที่แท้ของตนเอง ตัวตนที่สูงกว่า หรือตัวตนที่เป็นจิตวิญญานของเรา 

2. การแสดงความสามารถเฉพาะตนที่ไม่เหมือนใครของเราออกมา ด้วยวิธีการพิเศษที่ไม่เหมือนใคร การแสดงออกนี้จะทำให้คุณเข้าสู่สภาวะอันพ้นจากมิติของเวลา นี่คือ สภาวะต้นกำเนิดของความสุข

3. การรับใช้เพื่อนมนุษย์ ถามตัวเองว่า “คุณจะช่วยผู้คนที่พบได้อย่างไร” ถ้านำศักยภาพในการแสดงออกของคุณมารวมกับการสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่น เท่ากับว่าคุณได้ใช้กฎแห่งธรรมะ ให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ 

บทสรุป 

กฎด้านจิตวิญญานเพื่อความสำเร็จ ทั้ง 7 ข้อ นี้ ถ้ามองเข้าไปในระดับเซลล์ของร่างกายมนุษย์ คุณจะเห็นการแสดงออกของกฎเหล่านี้จากการทำหน้าที่ของมัน ทุกเซลล์มีจุดกำเนิดจาก กฎแห่งศักยภาพบริสุทธิ์อันซ้อนเร้นอยู่ภายใน เซลล์ทุกเซลล์ทำงานผ่าน กฎแห่งการให้ และรักษาสมดุล ถูกต้อง เหมาะสม ตามกฎแห่งกรรม และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสมบูรณ์ อยู่ในสภาวะตื่นตัวอย่างสงบ ตามกฎแห่งการพยายามให้น้อยที่สุด เซลล์ทุกเซลล์ทำงานผ่านกฎแห่งความมุ่งมั่นและความปรารถนา เช่น การเผาพลาญน้ำตาล คือ ฮอร์โมนถูกกักเก็บชั่วขณะหนึ่งเพื่อเปลี่ยนน้ำตาลให้กลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์ และเซลล์ทุกเซลล์ทำงานผ่านกฎแห่งการไม่ยึดติด

การพิจารณาเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ทำงานผ่านกฎทั้ง 7 ข้อนี้ เป็นหลักการพื้นฐานของชีวิตที่ทรงพลัง ทำให้เราเข้าใจหลักการการทำงานของกฎเหล่านี้มากขึ้น

หนังสือเล่มนี้ นอกจากบอกถึงกฎด้านจิตวิญญาณทั้ง 7 ข้อ ด้วยภาษาที่งดงาม และเข้าใจได้ง่ายแล้ว ยังแนะนำวิธีการที่สามารถนำไปฝึกปฏิบัติได้จริงในแต่ละบทอีกด้วย 

ปกหลังภาพโดยผู้เขียน

หนังสือ The Seven Spiritual Laws of Success. 7 กฎด้านจิตวิญญานเพื่อความสำเร็จ ทั้งทางโลกและทางธรรม 

ราคาเล่มละ 180 บาท ซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป ตอนที่ผู้เขียนซื้อ เป็นเล่มพิมพ์ครั้งที่ 4 ที่ปกหลังเขียนว่า “สำหรับผู้ที่ซื้อหนังสือเล่มนี้ไปอ่าน และเชื่อว่ามีประโยชน์ต่อผู้อื่น เรายินดีจัดส่งหนังสือเล่มใหม่ให้บุคคลนั้นของคุณทันทีอีก 1 เล่มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ “

เป็นหนังสือที่ทำตามกฎแห่งการให้ อย่างที่เขียนไว้มนเล่มให้ประจักษ์ ซึ่งเป็นความพิเศษที่หาไม่ได้จากหนังสือเล่มอื่น แนะนำว่าชีวิตนี้คุณไม่ควรพลาดหนังสือดี ๆ เล่มนี้ค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

Advertisement

Advertisement