สวัสดีครับ ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง เรื่องนี้มันเพิ่งเกิดกับผมได้ไม่นาน พอคิดถึงเรื่องนี้ทีไรก็รู้สึกขนหัวลุกทันที วันนั่นมันเป็นวันศุกร์ที่ 13 พอดี โดยปกติแล้ว ผมเป็นคนไม่ค่อยเชื่ออะไรพวกนี้มากนักหรอกนะครับ เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอกับตัวเองแบบนี้

          คือวันนั้นมันมีหนังเรื่องใหม่ที่เพิ่งเข้าโรงภาพยนตร์เป็นหนังแนวสยองขวัญ โดยปกติแล้วผมก็ชอบดูหนังประเภทนี้นะ ผมท่องในใจเสมอว่าสิ่งที่เห็นเป็นแค่จิตปรุงแต่ง ถ้าหากเราไม่รู้สึกกลัว เราก็จะไม่ถูกครอบงำด้วยเรื่องอะไรพวกนี้


          ผมลองชักชวนเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วยกันหลายคน แต่ทุกคนก็ปฏิเสธผม ซึ่งผมก็เข้าใจนะว่าธรรมดาช่วงเย็นวันศุกร์ก็น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตสังสรรค์ร่วมกับครอบครัวไม่ก็เพื่อนฝูง แต่ผมเนี่ยสิเป็นคนที่ต้องมาอาศัยทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ เพียงลำพัง นานๆ ถึงจะได้กลับไปหาครอบครัว แถมเพื่อนฝูงสมัยเรียนก็แยกย้ายกันไปตั้งถิ่นฐานสร้างอนาคนร่วมกับภรรยาหมดแล้ว เหลือแต่ผมที่ยังเป็นหนุ่มโสดเนื้อหอมแต่กลับไม่มีสาวคนไหนมาจีบสักคน

Advertisement

Advertisement


          พอเลิกทำงานผมก็ควงกุญแจรถพร้อมกับเปิดประตู แล้วโยนข้าวของทั้งหมดยัดไว้ท้ายรถอย่างไม่มีระเบียบซะเลย ผมขับรถไปโรงภาพยนตร์ที่ใช้บริการเป็นประจำ ในใจก็มีความสุขปนความตื่นเต้นที่จะได้ดูหนังที่ผมรอดูมันมาตั้งแต่ตัวอย่างแรกเเล้ว


          ผมวนหาที่จอดรถจนถึงชั้นเจ็ด ซึ่งโรงภาพยนตร์นั้นมันอยู่ชั้นห้า ผมจึงต้องลงลิฟต์มา ช่วงเย็นวันศุกร์ของสัปดาห์นี้ผู้คนที่เลือกมาชมหนังดูบางตาอย่างมาก เคาท์เตอร์ขายตั๋วดูหนังก็ไม่มีคนยืนรอต่อแถวสักคน ผมจึงรีบตรงหรี่เข้าไปทันที พอบอกชื่อเรื่องให้กับพนักงานฟังพร้อมกับถามรอบผมก็ต้องทำหน้าผิดหวัง เพราะการจราจรที่ติดขัดในช่วงเย็นทำให้ผมต้องพลาดอดดูรอบเย็นที่ผมกะไว้ว่าจะดู เหลืออีกหนึ่งรอบคือช่วงสี่ทุ่มเท่านั้น

Advertisement

Advertisement


          สุดท้ายแล้วผมก็มานั่งในร้านกาแฟชื่อดังที่ถ้าเอ่ยชื่อทุกท่านก็คงต้องร้องอ้อแน่ ในมือผมมีตั๋วชมภาพยนตร์หนึ่งใบ ผมก็ได้แต่นั่งแล้วภาวนาให้เวลาตอนนี้ผ่านไปไวๆ เสียดี นี่ยังโชคดีหน่อยที่ร้านกาแฟสาขานี้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ผมจึงนั่งได้เรื่อยๆ ไม่ต้องรอให้ร้านปิด


          และแล้วในที่สุดเวลาที่ผมรอคอยมาอย่างยาวนานก็สิ้นสุดลง ตอนนี้เวลาสี่ทุ่มห้าสิบนาที ที่ผมเลือกที่จะเข้าโรงช้าก็เพราะไม่อยากทนดูโฆษณา พอถึงจุดตรวจตั๋วผมก็ยื่นแผ่นกระดาษเล็กๆ ให้พนักงานชายที่ยืนรอบริการอยู่ เขาฉีกตั๋วก่อนจะส่งกลับคืน ผมเดินไปเรื่อยๆ จนถึงโรงที่ 7 ประตูโรงปิดแล้ว ผมจึงต้องเปิดเข้าไปเอง

Advertisement

Advertisement


          พอเข้าไปถึงก็เห็นภาพยนตร์เพิ่งเริ่มฉาย รู้สึกอุ่นใจนิดๆ ที่มีคนดูหนังเรื่องนี้เป็นเพื่อน ดูท่าทางพวกเขาคงเป็นเพื่อนกันไม่ก็ครอบครัว แต่ผมสงสัยว่าทำไมเขาถึงเลือกที่จะนั่งแถวหน้าสุด ไม่ต้องแหงนคอดูหนังให้เมื่อยพอดีหรือ แต่ถึงพวกเขาจะอยู่ข้างหน้าแต่ผมก็ไม่คิดจะรบกวนหรอก ในฐานะที่ผมมาทีหลัง ผมจึงเลือกไม่เปิดไฟฉายเพื่อนำทางไปหาที่นั่ง แต่กลับอาศัยแสงไฟสลัวๆ จากหน้าจอนำทางผมไป
           พอได้ที่นั่งก็จัดแจงตัวเองให้เรียบร้อย ผมหวังว่าการดูหนังผีคราวนี้คงจะมีความสุข เพราะเบื่อเสียงกรีดหวีดหวาดเพราะความตกใจหรือเพราะอะไรทั้งสิ้น หวังว่าที่อยู่ข้างจะไม่ส่งเสียงอะไรหรอกนะ แต่พอผ่านไปสักพักสิ่งที่ผมคิดมันก็ผิด


          พอถึงฉากที่ผีออกมา เสียงผู้หญิงแหลมๆ ก็ดังขึ้น มันเป็นเสียงหัวเราะที่น่าขนลุกแปลกๆ ไม่รู้สิ แต่ผมกลับรู้สึกหัวร้อน และทุกครั้งที่ผีออกมา ทั้งเสียงหัวเราะของผู้ชายหรือไม่ก็ผู้หญิง บางครั้งผมก็ยินเสียงเด็กแทรกมาด้วย ผมพยายามทนดูจนเอนเครดิตของหนังขึ้นมา ผมจึงรีบคว้ากระเป๋าที่ติดตัวมาด้วยความรีบร้อน ในใจก็ไม่อยากจะเจอครอบครัวพวกนี้หรอก เพราะผมเป็นพวกปากจัด คงด่าสั่งสอนเรื่องมารยาทแน่นอน
          พอเดินมาถึงจุดตรวจตั๋วก็เจอกับพนักงานคนเดิม แน่นอนผมจึงระบายเรื่องพวกนี้ไปด้วยความโมโห
          "น้องครับ ถ้ามีครอบครัวหนึ่งอะที่เขาดูหนังเรื่องเดียวกับพื่ น้องช่วยฝากบอกเขาด้วยนะครับว่าวันหลังควรมีมารยาทมากกว่านี้ ไม่ควรพากันมาหัวเราะในโรงอย่างสนุกสนาน อีกอย่างเป็นหนังผีด้วย พี่ก็ไม่เข้าใจหรอกนะว่าพวกเขาหัวเราะอะไรแต่ยังไงพี่ก็ฝากน้องบอกด้วยละกัน พี่ไม่อยากให้พวกเขาไปทำแบบนี้อีก" ผมสาธยายความในใจอันยาวเหยียดให้น้องพนักงานฟัง แล้วรีบก้าวเดินออกไป
          "แต่เดี๋ยวพี่ครับ"
          ผมหันกลับไปมองที่น้องพนักงาน
          "เออ...คือ...หนังเรื่องที่พี่ดูน่ะครับ คือ...มันมีแค่พี่ดูคนเดียวในรอบนี้นะครับ"
          พอผมได้ยินน้องพูดแบบนั้น ตัวผมก็แข็งทื่อทันทีในสมองก็ว่างเปล่า คิดอะไรไม่ออก พอผมมองกลับไปทางที่ผมออกมา ก็พบว่าไม่มีใครตามมาเลยสักคนเดียว ทั้งๆ ที่ตอนนี้คนเหล่าก็ควรออกมาถึงจุดที่ผมยืนอยู่แล้ว
สุดท้ายผมก็พาตัวเองมาอยู่ในรถ นั่งทบทวนเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น พอเปิดหน้าจอโทรศัพท์ดูก็เป็นเสาร์ที่ 14 แล้ว ผมหวังว่าจะไม่เจอเหตุการณ์น่าขนลุกในโรงอีกนะ