แน่นอนว่ามนุษย์เราทุกคนเกิดมาต้องหายใจเข้าออกกันเป็นปกติทุกขณะแห่งการดำรงชีวิตอยู่แล้ว แต่เชื่อว่ามีหลายคนที่ไม่ได้รับประโยชน์จากการหายใจอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ เนื่องจากหายใจไม่ถูกวิธี หรือหายใจไม่เป็น เพราะความสำคัญของการหายใจที่ถูกต้อง ถูกวิธีนี้ จะช่วยนำออกซิเจนเข้าไปในร่างกายของเราและอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายให้ทำงานสอดประสานกันได้อย่างมีคุณภาพ กระทั่งสามารถทำหน้าที่ขจัดของเสียหรือสารพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกาย เพียงแค่การหายใจที่ทรงประสิทธิภาพนี้

การหายใจที่มาของภาพ https://pixabay.com/illustrations/meditation-spiritual-yoga-1384758/

นอกจากประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว การหายใจที่ถูกวิธียังมีประโยชน์ต่อบุคลิกภาพ เช่น เมื่อเกิดอาการตื่นเต้น ตกใจ ประหม่า หรือเมื่อต้องยืนกล่าวต่อหน้าผู้คนจำนวนมากในวาระโอกาสต่าง ๆ การหายใจที่ถูกต้องนี้ จะช่วยให้อาการต่าง ๆ เหล่านี้ลดลง หรือแม้แต่อาการโกรธ หากหายใจอย่างถูกวิธี จะช่วยทำให้เห็นความรู้สึกของตัวเอง หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าการดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เรานึกใคร่ครวญในสิ่งที่กำลังพบเผชิญ เมื่อเราคุมการหายใจให้ถูกวิธีเช่นนี้โดยตลอด ก็เหมือนเป็นการฝึกสติไปด้วย จะส่งผลให้เราเป็นคนอารมณ์เย็น มีความหนักแน่น รอบคอบในการดำเนินการหรือการแสดงออกต่าง ๆ

Advertisement

Advertisement

การหายใจที่มาของภาพ https://pixabay.com/photos/women-dress-sea-young-model-3673977/

เมื่อเห็นแล้วว่าการหายใจที่ถูกต้องนั้นเต็มไปด้วยประโยชน์มากมาย และที่สำคัญคือ เริ่มได้ง่าย ๆ ที่ตัวเรา วันนี้ผมจึงมีเคล็ดลับการหายใจที่ถูกต้อง มาเสนอให้ทุกท่านได้ลองนำไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาลมหายใจให้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญเพื่อช่วยพัฒนาสุขภาพร่างกายของเราให้แข็งแรง ดังนี้

Advertisement

Advertisement

หายใจเข้าออกให้ช้าลง กำหนดลมหายใจ โดยค่อย ๆ หายใจเข้าลึก ๆ พร้อมนับเลข 1 - 4 ช้า ๆ  ลึก ๆ 1   2   3   4   สังเกตว่าเวลาหายใจเข้าที่ถูกวิธีท้องจะต้องพองออก จากนั้นกลั้นหายใจเอาไว้สักครู่หรือ 1 – 3 วินาที จากนั้นค่อย ๆ หายใจออก สังเกตว่าเวลาหายใจออกที่ถูกวิธีท้องจะต้องยุบลง พร้อมนับ 1- 4 ช้า ๆ ยาว ๆ เหมือนอย่างตอนที่หายใจเข้า จะช่วยให้การหายใจของเราลึกขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น หรือการนับเลขนี้สามารถกำหนดตัวเลขให้มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งอาจหายใจเข้าแบบนับ 1 – 8 ช้า ๆ หยุดชั่วครู่ แล้วหายใจออกนับ 1 – 8 ช้า ๆ ทำไปเรื่อย ๆ หรือทำให้บ่อยครั้งขึ้นในแต่ละวัน เพื่อสร้างความคุ้นชิน หรือช่วงเวลาที่หายใจออกนี้อาจนานกว่าช่วงเวลาหายใจเข้าเล็กน้อย เช่น หายใจเข้านับ 1 - 4 หายใจออก นับ 1 – 6 หรือ นับ 1 - 8 เป็นต้น เพื่อระบายอากาศที่ไม่บริสุทธิ์รวมไปถึงการบรรเทาของเสียที่ค้างอยู่ในปอดให้ออกไปมากที่สุด สิ่งสำคัญคืออย่าหายใจเข้าออกแบบสั้น ๆ หรือรวดเร็วเกินไป จะทำให้ลมหายใจตื้นเขิน ไม่มีประสิทธิภาพ

Advertisement

Advertisement

การหายใจที่มาของภา่พ https://unsplash.com/photos/xMNel_otvWs

นอกจากนี้การหายใจที่ช้าและลึก จะช่วยบริหารปอดให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นำไปสู่ความกระปรี้กระเปร่า สมองปลอดโปร่ง เพราะได้รับอากาศบริสุทธิ์เข้าไปมากขึ้น หากมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เครียดจากการทำงาน ลองเปลี่ยนวิธีการหายใจ หรือฝึกหายใจแบบช้าและลึกนี้ จะช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้า และสบายตัวขึ้น รวมไปถึงอาการนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท ให้ลองหายใจแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จะช่วยไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน เมื่อจิตใจสงบลง ก็จะทำให้หลับได้ง่ายขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ผลลัพธ์เป็นอย่างไรก็ย่อมขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางสุขภาพร่างกาย จิตใจ และการฝึกการหายใจของแต่ละคน

การหายใจที่มาของภาพ https://unsplash.com/photos/3TQ8I-sR9a8

การหายใจที่ถูกวิธีตามที่ได้กล่าวมานี้ สามารถทำได้ไม่ว่าเราจะอยู่ในอากัปกิริยาใด ทั้ง นั่ง ยืน นอน เดิน แต่ขอเน้นย้ำให้ทำในที่ที่อากาศบริสุทธิ์ และถ่ายเทเป็นสำคัญ เช่น ในสวนที่ร่มรื่นเขียวขจี ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือในอาการที่ปราศจากฝุ่นควัน หรือมลภาวะต่าง ๆ โดยเฉพาะฝุ่นพิษ PM 2.5 เหนือสิ่งอื่นใจการฝึกหายใจที่ถูกต้อง ผ่านการกำหนดลมหายใจนี้ ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกสติ และความรู้เนื้อรู้ตัวไปด้วย ถือเป็นการส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและใจที่ต้องแข็งแรงสมบูรณ์ไปพร้อมกัน

 

 

ที่มาภาพหน้าปก https://pixabay.com/photos/woman-happiness-sunrise-silhouette-570883/