จากการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบด้านอารมณ์และพฤติกรรมความรุนแรงของ American Academy of Pediatrics พบว่า ความรุนแรงที่เห็นจากหน้าจอโทรทัศน์และสื่อต่างๆ นับวันยิ่งมีความเพิ่มขึ้นและส่งผลร้ายต่อเด็ก เพราะจะทำให้เด็กสะสมอารมณ์หวาดกลัว วิตกกังวล ขี้สงสัย นอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือซึมเศร้า และมีแนวโน้มที่จะแสดงความรุนแรงมากขึ้น พ่อแม่จึงควรระวังเรื่องการเสพสื่อผ่านจอโทรทัศน์ หรือจออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ซึ่งทางที่ดีคือการสนับสนุนให้ลูกออกมาขยับร่างกาย

เด็กเล่นสมาร์ตโฟน     เมื่อเด็กถึงวัยที่สามารถเสพสื่อได้แล้ว พ่อแม่ก็ควรจำกัดการเข้าถึงให้กับลูก เพื่อไม่ให้เด็กเสพสื่อที่ไม่เหมาะไม่ควร แม้การห้ามไม่ให้ลูกอยู่กับสื่อหน้าจอเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่เมื่อถึงวันที่เขาโตขึ้นก็ควรที่จะเรียนรู้การเสพสื่ออย่างถูกวิธี ซึ่งการเริ่มต้นใช้เวลาหน้าจอของพ่อกับแม่คือการนั่งดูไปพร้อมกับลูกและปฏิบัติตามคำแนะนำเคล็ดลับกฎทอง 4 ประการสำหรับลูกดังนี้

Advertisement

Advertisement

เด็กเล่นสมาร์ตโฟนสอนลูกให้ใช้หน้าจออย่างมีประโยชน์

  1. สอนให้รู้จักความต่างระหว่างคนจริงกับตัวละคร สอนให้ลูกแยกแยะว่าละครเป็นเพียงเรื่องสมมติ ไม่ใช่เรื่องจริงเพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ 
  2. สอนให้รู้จักความแตกต่างระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องสมมติ สอนให้ลูกเข้าใจว่าช่วงไหนเป็นเรื่องจริงและช่วงไหนเป็นเรื่องสมมติ เพื่อให้เด็กแยกแยะเองได้ และให้เข้าใจถึงความแตกต่าง 
  3. ชวนให้ลูกดูรายการที่เหมาะสม เพื่อให้พวกเขารับชมรายการที่ถูกจัดอันดับเอาไว้แล้ว และยังสามารถควบคุมคุณภาพของรายการโทรทัศน์ที่ลูกควรดูได้ด้วย
  4. ควบคุมการเปิด-ปิดโทรทัศน์ สมาร์ตโฟน และแท็บเล็ต ควรออกกฎกำหนดเวลาให้ชัดเจนตั้งแต่ลูกยังเป็นเด็กเล็กเพื่อเป็นการฝึกวินัย

Advertisement

Advertisement

เด็กเล่นสมาร์ตโฟน

     สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ควรทำคือ การตั้งรหัสผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ตโฟนเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเข้าไปเล่นหรือดาวน์โหลดโปรแกรมต่าง ๆ ได้ตามอำเภอใจ การสอนลูกให้เรียนรู้และสร้างพฤติกรรมที่ดีในการอยู่กับจอไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องเริ่มขัดเกลาตั้งแต่ยังเด็ก และพ่อแม่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกด้วย เพราะผู้ใหญ่เองเป็นรายการโทรทัศน์สุดโปรดที่ลูกติดตามมากที่สุด

 


ติดตามผลงานจาก ปรภ ไม่ใช่ รปภ ได้ที่