วันนี้อากาศดูเย็นๆนะ คงไม่ต้องเปิดแอร์นอน เปิดหน้าต่างนอนดีกว่า น้องกานต์เอื้อมมือไปเปิดหน้าต่าง ลมเย็นเอื่อยๆพัดเข้ามาปะทะที่ใบหน้า น้องกานต์ยังไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ

น้องกานต์ เดินกลับมาที่เตียง กึ่งนั่งกึ่งนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนเตียง ม่านหน้าต่างลมพัดสะบัดพริ้วไหว ความหนาวเย็นค่อยๆคืบคลานเข้ามา น้องกานต์ลุกจากเตียงเดินไปที่หน้าต่าง พลันเห็นวัตถุเคลื่อนไหวค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านสายตาของเธอไป เธอตกใจ ชักจะไม่ดีแล้วมั่ง น้องกานต์รำพึง

 น้องกานต์ เดินกลับมาที่เตียง และจ่อมจมตัวเองลงบนที่นอน เธอกลับรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก พูดไม่ได้ ดวงตาลืมไม่ขึ้นทั้งๆที่เธอยังไม่หลับ เธอพยายามเบิกตาให้ม่านตาเปิด แต่เธอก็ทำมันไม่สำเร็จ เธอกำลังต่อสู้กับอะไรอยู่ เธอพยายามดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้เป็นอิสระ

น้องกานต์ รู้สึกราวกับมีคนมานั่งคร่อมรา่งของเธอ และสองมือของร่างนั้นบีบเค้นมาที่คอของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย จนเธอหายใจไม่ออก

Advertisement

Advertisement

เธอพยายามตะโกนร้องสุดเสียง " ช่วยด้วย " และพยายามสวดมนต์ นโมตัสสะ...อิติปิโสภะคะวา...พาหุงสะหะ...เธอสวดผิดสวดถูก ด้วยความหวาดกลัว

หลวงพ่อเดิม

น้องกานต์ ตะโกนเสียงดังขึ้นอีก แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงของเธอ " หลวงพ่อเดิม ช่วยลูกด้วย "

ปีศาจร้ายตนนั้น ได้ยินถึงกับผงะ น้องกานต์ ตะโกนร้อง หลวงพ่อเดิม ช่วยลูกด้วย เป็นครั้งที่สอง ปีศาจตนนั่นกรีดร้อง

น้องกานต์ตะโกนร้องสุดเสียงอีกครั้ง  " หลวงพ่อเดิม ช่วยลูกด้วย " ปีศาจตนนั้นกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว รีบปล่อยมือที่บีบคอน้องกานต์ออก ให้เธอเป็นอิสระ

น้องกานต์ ลุกขึ้นจากเตียง เบิกตากว้าง ลูบไปที่ลำคอของตนเอง เธอยังรู้สึกเจ็บที่ลำคอ นี่ฉันฝันไปหรือป่าวเนี่ยะ แต่มันเจ็บที่ลำคอจริงนี่่น่า น้องกานต์รีบลุกจากที่นอน เปิดประตูห้องนอนออกไป รีบไปกวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับปีศาจร้ายตนนั้น

Advertisement

Advertisement

ผีร้าย

ทันทีที่กวดน้ำเสร็จ เธอก็ได้ยินเสียงหมาหอน ชวนขนลุก หรือปีศาจร้ายตนนั้นมารับส่วนบุญที่เธออุทิศให้

      เช้าวันรุ่งขึ้น น้องกานต์นั่งทบทวนถึงเรื่องราวที่เธอผ่านมาเมื่อคืน เมื่อคืนเป็น " วันโกน " นี่  นั่นสินะ เพราะฉันเหนื่อยจากการเล่นมือถือจนลืมสวดมนต์ "วันโกน" เป็นวันที่เขาปล่อยผีจาดนรกขึ้นมา ปีศาจร้ายตนนั้น มันถึงมาเล่นงานฉันได้