โรคหัด(Measles)  เป็นโรคติดเชื้อที่สามารถติดต่อกันได้ง่ายมาก เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคติดต่อที่สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ทางอากาศ โรคหัดนี้มีสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งชื่อว่า ไวรัสหัดจัดอยู่ในกลุ่มพารามิคโซไวรัส (Paramyxovirus) 

 เข็มฉีดยา

      ภาพโดย IADE-Michoko จาก Pixabay  

       อาการของผู้ป่วย ส่วนใหญ่ที่พบคือ มีจุดสีขาวเท่าในป่า รวมถึงมีผื่นสีแดง บริเวณคอศีรษะและบริเวณลำตัว  ในช่วง 3-4 วันแรก ผู้ป่วยจะเกิดผื่นขึ้นตามร่างกายซึ่งคล้ายอาการคันตามร่างกายทั่วไป คือเกิดผื่นแดงหรือสีน้ำตาลโดยเริ่มจากบริเวณหน้าผากจากนั้นกระจายตัวตามใบหน้าและลำคอ และจะหายไปเองประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากที่ได้รับเชื้อภายใน 14 วันจะเกิดอาการเป็นไข้ตัวร้อนในระยะเริ่มแรกผู้ป่วยมีอาการคล้ายเป็นไข้หวัดตัวร้อนรวมถึงอาการน้ำมูกไหลไอบ่อยหรืออาจมีตุ่มขึ้นในกระพุ้งแก้ม

Advertisement

Advertisement

เด็กร้องไห้ภาพโดย porchn chin จาก Pixabay 

โรคหัดถือเป็นโรคติดต่อจากคนสู่คน ส่วนใหญ่พบในเด็กเล็ก รวมถึงเป็นสาเหตุในการเสียชีวิตของเด็ก

        เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคที่ สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน กรมควบคุมโรคในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด ซึ่งวัคซีนนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้มากกว่าร้อยละ 95 ซึ่งตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุ ในกลุ่มเด็กอายุ 1-12 ปีทั่วประเทศ และแบ่งตามอายุของเด็ก ตามกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคโดยเด็กอายุ 1-7 ปี เป็นการให้วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR) และเด็กที่มีอายุ 7-12 ปีเป็นการให้วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน (MR) โดยจะฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน จำนวน 2 เข็ม เข็มแรกเมื่อเด็ก อายุ 9 เดือน และเข็มที่สองเมื่ออายุ 2 ปีครึ่ง

Advertisement

Advertisement

หมอเด็กภาพโดย Владимир Берзин จาก Pixabay 

       นายแพทย์อัษฎางค์  รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรคกล่าวต่อไปว่า ขอให้ผู้ปกครองให้ความสำคัญนำบุตรหลานมารับวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนฟรีที่สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งทั่วประเทศ จนถึงเดือนมีนาคม 2563 

 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

-ขอบคุณข้อมูล-

Advertisement

Advertisement