ปัจจุบันการเดินทางไปทำงานหรือทำธุระต่าง ๆ เป็นไปได้เราจะเลือกเดินทางโดยขนส่งสาธารณะเนื่องจาก รวดเร็ว ไม่เหนื่อย และไม่ต้องกังวลกับที่จอดรถ ข้อดีและข้อเสียก็ต่างเหตุผลกันไปสำหรับแต่ละคน ซึ่งต้องเลือกให้คุ้มค่าประหยัดเวลาและเงินในกระเป๋าของเรานะครับ

          สถานที่ทำงานระยะทางไกลกันมากกับที่บ้านผมจึงเลือกที่จะขับรถเฉพาะวัน จันทร์ อังคาร พฤหัสบดี เว้นวันพุธ กับ ศุกร์ เนื่องจากการขับรถในเมืองสภาพรถที่แออัดบนท้องถนนทำให้ผมเหนื่อยล้ามากและทำให้สุขภาพจิตเสื่อมลงโดยไม่รู้ตัว เช่น หงุดหงิด โมโหร้าย และ เห็นแก่ตัวเพราะต้องต่อสู้กับเพื่อนร่วมใช้เส้นทาง หรือไม่จริงครับ (สำหรับผมโดนปาดหน้าประจำ)

เส้นทางกลับบ้าน          ในสองวันที่ไม่ได้ขับรถไปทำงานผมจะนั่งรถเมล์ต่อเรือ ซึ่งมันสะดวกมากสำหรับผม แรก ๆ นะครับผมกลัวและเหม็นน้ำคลองมาก ปัจจุบัน   ผมชิน และโหยหากลิ่นหอมน้ำคลองกลิ่นนี้มานานแล้ว (อันนี้ล้อเล่นจะได้ไม่เครียดแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายมากนะครับ) ผมทำงานส่วนราชการแถวนางเลิ้ง และบ้านอยู่บางกะปิซึ่งผมค้นพบว่าท่าเรือที่ใกล้ที่สุดคือ ต้นทางท่าเรือบางกะปิ ปลายทางคือ ท่าเรือผ่านฟ้า และราคาไม่ได้แพงเหมือนรถไฟฟ้าเลยครับ สุดสาย 19.- ครับ (สิบเก้าบาทถ้วน) เรามาดูรีวิวเที่ยวกลับบ้านจากที่ทำงานโดยต้นทางคือท่าเรือตลาดโบ๊เบ๊ ปลายทางคือ ท่าเรือบางกะปิ เลยนะครับ

Advertisement

Advertisement

เส้นทางเดินทาง          เลิกงานผมใช้เส้นทางเดินทางผ่านตลาดนางเลิ้ง (ก่อนหน้านี้เคยรีวิวร้านกาแฟ) ต้องเดินทางไปขึ้นเรือที่ท่าเรือตลาดโบ๊เบ๊ โดยการเดินครับ การเดินด้วยสองเท้าคือการออกกำลังกายที่ดีก็ว่าได้ แต่อย่าลืมใส่หน้ากากกันฝุ่นด้วยนะครับ ระหว่างเส้นทางก็จะสัมผัสและพบเจอความเป็นอยู่ของชุมชน และ ร้านค้าที่ไม่ใช่สะดวกซื้อ พอถึงท่าเรือก็รอเรือที่มากจากท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศนะครับ

Advertisement

Advertisement

 ป้ายชื่อท่าเรือ

 ป้ายเรือ

 ป้ายนี้สำหรับนักท่องเที่ยว เรือผ่านเส้นทางนี้จะมีอยู่ 2 ประเภท คือเรือโดยสารทั่วไป กับเรือนั่งท่องเที่ยวซึ่ง ราคา 200ต่อ วัน (แพงไหมครับ ...ตอบ...)

 ท่าเรือ

                                              ระหว่างรอเรือที่ท่าเรือ ตลาดโบ๊เบ๊

เรือมาจากท่าเรือผ่านฟ้า                                              เรือมาจากท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ ถ้ามาจากท่าเรือประตูน้ำ จะมาทางซ้ายมือ

บรรยากาศในเรือในเรือตั๋วเรือ                                               

             เมื่อเราลงเรือแล้วเรียบร้อยซึ่งที่นั่งจะเป็นไม้คานตามในภาพได้เลยนะครับส่วนตัวผมเองขอยืนก็แล้วกันเพราะกลัวไม่มีใครดึงผ้ายางเวลาเรือแล่นสวนกันเสี่ยงต่อน้ำคลองกระเด็นใส่หน้าซึ่งประสบการณ์โดนมาหลายครั้งแล้วครับวิวตามเส้นทางจะมีนักท่องเที่ยวเดินชมภาพบนกำแพงที่เป็นจุดถ่ายรูปซึ่งส่วนมากวัยรุ่นจะใช้กล้องฟิล์มเนื่องจากมีร้านกาแฟที่เปิดเป็นร้านล้างและสแกนฟิล์มด้วย   ทำให้ดูครึกครื้นเลยทีเดียว สำหรับเส้นทางเรือของผมจะเปลี่ยนเรือที่ ท่าเรือประตูน้ำ เนื่องจากเรือที่แล่นระหว่าง ประตูน้ำถึงท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ จะใช้ลำเล็กเพราะคลองแสนแสบแคบ เรือสวนกันไม่ได้ ส่วนเรือลำใหญ่จะเริ่มจากท่าเรือวัดศรีบุญเรือง ถึงท่าเรือประตูน้ำ ขากลับก็ ท่าเรือประตูน้ำ ถึงท่าเรือวัดศรีบุญเรือง ดังนั้นเราต้องเก็บตั๋วเรือไว้ให้พนักงานตรวจด้วยนะครับ ผู้โดยสารบางคนไม่รู้ก็ทิ้งบ้างพอต่อเรือที่ประตูน้ำ ก็ซื้อตั๋วอีกครั้งทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุ อันนี้ขอเตือนเลยครับ การขึ้น-ลงเรือต้องใช้ความระมัดระวังด้วยนะครับ ที่สำคัญผมสามารถทำเวลาจากที่ทำงานถึงบ้านนานมากก็แค่ 1 ชั่วโมง ซึ่ง หากนั่งรถเมล์แล้ว ถึงหน้ารามนี่หลับบนรถไม่รู้กี่ตื่น นานกว่า 1 ชั่วโมง และเรือไม่ได้ติดไฟแดงเหมือนรถยนต์ที่วิ่งตามท้องถนน ทำให้ไม่เสียเวลาครับ

Advertisement

Advertisement

ภาพกำแพงบนเรือ                                           

          นี่เป็นทางเลือกอีกทางเลือกนะครับสำหรับวิถีคนเมือง ที่เลือกใช้การบริการของขนส่งสาธารณะ มีประโยชน์ไม่มากก็น้อยและหวังว่าเป็นอีกทางเลือกให้ทุกท่านหลีกหนีการจราจรที่ติดขัดได้  

 


สถานที่ : กรุงเทพฯ ประเทศไทย