การมีไลฟ์ไตล์แบบ HENRYs หรือทำงานหนักและติดหรู เสมือนเป็นสิ่งที่ช่วยชดเชย และเยียวยาความเครียด และการสูญเสียโอกาสบางอย่างจากการทำงาน จึงมองแค่ว่าหลังจากได้เงินก้อนโตก็ควรจะมีรางวัลเป็นตัวเองเสียบ้าง

ในยุคทั้งโซเชียลมีเดีย และการดึงพรสรรค์และไลฟ์สไตล์ส่วนตัวมีการเติบโตขึ้นมาจากอดีตเป็นอย่างมาก จนเกิดปรากฎการณ์การสร้างชื่อเสียงใหม่ ๆ สตาร์ทอัพใหม่ ๆ พร้อม ๆ กับคำว่า "ของมันต้องมี" เมื่อหาเงินได้ ก็ต้องใช้เงินในสิ่งที่ตนเองปรารถนา แต่ถ้าเกิดใช้มากไปจนเกินพอดี ก็จะพบกับคำว่า HENRYs ที่อาจจะทำให้คุณฉุดคิดเล็กน้อย แต่ถ้าได้รู้ความจริง น้ำตาเช็ดหัวเข่ามาแล้วนักต่อนัก

คำว่า HENRYs ในความหมายของศัพท์รุ่นใหม่ มีความหมายว่า High Earner Not Rich Yet หรือมีความหมายว่า หาเงินได้เยอะ แต่ไม่มีทีท่าว่าจะรวย หรือมีความมั่งคั่งในระยะยาวเหมือนคนสมัยก่อนที่ทำงานอย่างหนักเพื่อเก็บเงินไว้ใช้เป็นบั้นปลายของชีวิต รวมถึงทำงานอย่างหนักเพื่อให้ครอบครัวอยู่สบายมากที่สุด จนทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองยังจนอยู่ตลอดเวลา

Advertisement

Advertisement

HENRYs

แต่สำหรับกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตแบบ HENRYs จะเป็นกลุ่มที่สามารถหารายได้สูง ๆ เดือนละ 6 หลัก แต่จากการที่สามารถหาเงินได้เยอะและรวดเร็ว ก็มาพร้อมกับการซื้อความสุขในราคาที่สูง เช่น พักที่หรู กินอาหารหรู สังสรรค์สุดสัปดาห์ ไปเที่ยวต่างประเทศช่วงวันหยุด เป็นเจ้าของหรือบ้านเช่าอย่างน้อย 2 หลัง เป็นสมาชิกรายเดือนหลาย ๆ อย่าง ไปจนถึงซื้อของสะสมมาประดับบ้าน ซึ่งมีตั้งแต่การใช้จ่ายเพื่อสนองความสุขของตนเอง ไปจนถึงการโชว์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า "ของมันต้องมี" และด้วยการใช้จ่ายเพื่อความสุขที่สูงในระยะสั้น ๆ จนเกิดความกังวลในด้านค่าใช้จ่ายอนาคต และมองตัวเองรู้สึก "จน" กว่าคนอื่น

Advertisement

Advertisement

แม้คำว่า HENRYs หรือ High Earner Not Rich Yet จะเป็นคำที่บัญญัติขึ้นโดย Shawn Tully ผู้สื่อข่าวจากนิตยสาร Fortune เมื่อปี 2003 แต่คำนี้เริ่มแพร่หลายมากขึ้นในกลุ่มเจนเนอเรชั่นยุคปี 2000 หรือกลุ่ม Millennials ที่ก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบัน ไปจนถึงกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับโซเชียลมีเดีย และการหารายได้ในช่องทางที่หลากหลายขึ้น มีอิสระมากขึ้น ได้เงินง่ายขึ้น ผจญกับความเครียดมากขึ้น ส่งผลให้เมื่อหารายได้ก็รีบใช้จ่ายปรนเปรอความสุขในระยะสั้น ๆ

จากข้อมูลของหนึ่งในหุ้นส่วนผู้ก่อตั้งบริษัทวางแผนด้านการเงิน Stash Wealth คุณ Priya Malani ได้เผยว่า แม้คนกลุ่ม HENRYs จะมีความคิดที่จะวางแผนชีวิตในระยะยาว แต่จะเป็นในรูปแบบ "คิด...แต่ไม่ลงมือทำ" เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องการที่จะละทิ้งไลฟ์สไตล์หรู ๆ ที่พวกเขาปรารถนา

Advertisement

Advertisement

HENRYs

กลุ่ม HENRYs จะให้ความสำคัญในด้านของการทำงานเพื่อให้ได้เงินสูง ๆ หรือ "Working Rich" สำหรับการใช้จ่ายจุกจิกเพื่อเติมเต็มความสุขในระยะสั้น ๆ โดยที่ไม่ได้จัดสรรปันส่วนเงินออมในระยะยาว หรือการลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น จึงทำให้พวกเขามีเงินสำหรับออมน้อยมาก หรืออาจเดือนชนเดือน ไปจนถึงการก่อหนี้สินจากสถาบันการเงิน

ประกอบกับพวกเขายังให้ความสำคัญในด้านการสะสมแต้ม หรือ Cashback จากบัตรเครดิต และบัตรสมาชิกเพียงมองว่าจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า แม้ว่าหากพิจารณาดูดี ๆ แล้วกว่าจะได้ยอกถึงที่ต้องการนั้นต้องเสียไปเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ เช่น แคชแบ็คจากบัตรเครดิต อาจจะได้เพียงแค่ 1% เท่านั้น หากใช้จ่ายในร้านค้าอื่น ๆ ที่ไม่ได้ร่วมรายการ

แต่ที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งก็คือกลุ่ม HENRYs บางคนก็สามารถควบคุมการใช้จ่ายหรือการไม่ยึดติดกับของแบรนด์เนม เช่น การซื้อเสื้อผ้าจาก Mass Brands อาทิ H&M, Forever 21 ไปจนถึงการไม่ซื้อของฟุ่งเฟือยหรือไปร้านอาหารหรู เพื่อซื้อสินค้าในสิ่งที่ต้องการ แต่คงไม่ดีแน่ หากการควบคุมการใช้จ่ายนั้นไปกระทบสิ่งที่จำเป็น อย่างเช่น การตรวจสุขภาพในโรงพยาบาล หรือแม้แต่การทำประกันชีวิตและทรัพย์สิน

HENRYs

การมีไลฟ์ไตล์แบบ HENRYs หรือทำงานหนักและติดหรู เสมือนเป็นสิ่งที่ช่วยชดเชย และเยียวยาความเครียด และการสูญเสียโอกาสบางอย่างจากการทำงาน จึงมองแค่ว่าหลังจากได้เงินก้อนโตก็ควรจะมีรางวัลเป็นตัวเองเสียบ้าง แม้จะไม่ใช่สิ่งที่ผิดหากสามารถควบคุมการใช้จ่าย และรู้จักจัดสรรแบ่งเงินไว้ใช้ทำอย่างอื่นไปจนถึงการเก็บสำหรับรับมือในอนาคต โดยเฉพาะวิกฤติเศรฐกิจจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ในเวลานี้ควรมีกระแสเงินสดติดตัวไว้ หรือการหาช่องทางสร้างรายได้ทางอื่นชดเชยเพื่อทดแทนช่องทางเดิมที่ล้มหายตายจาก

เพราะในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้ หากยังใช้ชีวิตแบบ HENRYs จนเกินงาม เกินงบ สุดท้ายก็จะจบลงด้วย Serious แบบไม่คาดคิด...

ขอขอบคุณข้อมูลจาก businessinsider.com

เครดิตภาพประกอบจาก freepik.com