เราเป็นนักศึกษาปี 1 ที่เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของประเทศไทยได้ 

เนื่องจากมหาลัยอยู่ไกลจากบ้าน เราจึงต้องติดต่อเพื่อจองหอพักในการเรียน แต่ปีที่เราเข้าไป มหาลัยเพิ่มโควต้ารับนักศึกษาอีกเป็นเท่าตัว

ทำให้เราจองหอพักหลักไม่สำเร็จ เนื่องจากเด็กจำนวนมากแย่งกันและเราไม่สามารถกดทัน 

ในที่สุด เราได้โควต้าหอพักเก่าที่อยู่หลังยิมของมหาลัย หอพักนี้ค่อนข้างเก่าเนื่องจากเป็นหอพักแรกของมหาลัย อยู่มา 20 ปีแล้ว

วันที่เราย้ายเข้าไป เราได้ห้องเลขที่ 303 โดยมีเตียงทั้งหมด 2 เตียง เป็นเตียงสองชั้น วางขนานกันถัดจากโต๊ะนั่งทำงาน

เราเปิดประตูเข้าไป เราเจอรูมเมทคนแรก นั่งอยู่ที่เตียงชั้นล่างทางขวาของห้อง เธอเป็นนักศึกษาพิเศษ คือ เธอมองเห็นเพียงลางๆ เธอสูญเสียการมองเห็นตั้งแต่เด็กเนื่องจากอุบัติเหตุ เราพูดคุยกัน ทักทายกัน เธอชื่อน้ำ เธอบอกว่า เธอขอนอนเตียงล่าง เนื่องจากเธอมองไม่เห็น ขึ้นชั้นบนไม่ถนัดนัก เราก็ตกลงตามนั้น ในขณะที่มองไปรอบๆ ห้อง เราจึงเลือกที่จะนอนเตียงบนฝั่งเดียวกับที่น้ำนอนด้านล่าง 

Advertisement

Advertisement

หลังจากเก็บของเสร็จ เราก็เตรียมของเพื่อจะไปอาบน้ำ ที่ห้องน้ำรวมด้านนอก 

ในขณะที่อาบน้ำอยู่ เราก็คิดว่า รูมเมทเราอีก สองคน จะเป็นใครกันนะ เรากังวลว่าเราจะเข้ากับพวกเขาได้หรือไม่ เพราะเราเป็นคนคุยไม่เก่ง พูดน้อย และโลกส่วนตัวสูง หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็ถือของเพื่อจะเดินกลับห้อง แล้วทันใดนั้น เราก็ได้ยินเสียงฝักบัวห้องข้างๆ ดังขึ้น เหมือนมีคนเพิ่งเข้าไปอาบน้ำ เราก็ไม่ได้คิดอะไร เปิดม่านเพื่อจะเดินออกมา แต่เมื่อเดินออกมาจากห้องอาบน้ำของตัวเอง ห้องข้างๆทั้งสองฝั่ง กลับไม่มีคนอยู่เลย ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลย ! เราเริ่มใจหาย และช็อก จึงรีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำ เพื่อกลับห้อง 

Advertisement

Advertisement

เมื่อเดินเข้ามาในห้องเราก็ได้เจอกับรูมเมทคนที่สอง เธอเป็นนักศึกษาปกติ ชื่อ ดาว เป็นรุ่นพี่ปี 2 หลังจากทักทายกันปกติ เราก็ขึ้นไปนั่งบนเตียงตัวเอง และคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น พี่ดาวนอนเตียงล่างของเตียงฝั่งตรงข้ามเรา เธอเห็นเรานั่งเหม่อ หน้าซีด จึงถามว่า เป็นอะไรหรือป่าว ไม่สบายหรอ เราจึงตอบไปว่า เราไม่เป็นไร เพียงแต่มะกี้เจอเรื่องแปลกๆ พี่ดาวจึงพูดสวนกลับมาว่า ในห้องน้ำหรอ เราตกใจที่พี่ดาวรู้ จึงพยักหน้า แล้วเล่าเรื่องให้พี่ดาวและน้ำฟัง ทั้งคู่ไม่พูดอะไร เพียงแต่บอกว่า วันหลังถ้าจะไปอาบน้ำ ก็ชวนใครสักคนไปด้วยละกัน

หลังจากออกไปกินข้าวเย็น เดินตลาดกัน กลับมาตอนสามทุ่มกว่า เราก็นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน กำลังจัดตารางเรียนให้ตัวเองสำหรับวันเรียนวันแรก แล้วเราก็คิดว่า รูมเมทคนสุดท้าย ยังไม่มาอีกหรอ นี่ก็ดึกแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จึงนั่งจัดของเตรียมหนังสือต่อไป จนเวลาล่วงไปถึงเที่ยงคืน พี่ดาวและน้ำเข้านอนก่อนแล้ว เราจึงลุกเพื่อจะไปอาบน้ำ แต่เรานึกกลัวขึ้นมากับเรื่องเมื่อตอนบ่าย แต่ก็ไม่กล้าปลุกใคร จึงเดินถือของออกไปคนเดียว

Advertisement

Advertisement

รอบนี้มีคนอาบน้ำอยู่ในห้องอาบน้ำอยู่ 4 ห้อง มีเพียงห้องริมสุดทางขวา เปิดม่านเหลือไว้เพียงห้องเดียว เราจึงรีบเข้าไปเพื่ออาบน้ำ เราสระผมและขัดตัวอยู่นาน จนเริ่มได้ยินเสียงคนออกจากห้องน้ำไปทีละคน จนในที่สุดก็เหลือเพียงเสียงน้ำจากฝักบัวแค่ ห้องเรากับห้องข้างๆ เท่านั้น เราก็อาบต่อไม่คิดอะไร จนเสร็จ แล้วก็เดินออกมาที่อ่างล้างหน้ารวม เพื่อแปรงฟันและล้างหน้า เรามองผ่านกระจกไปด้านหลัง ห้องข้างเราก็ยังเปิดฝักบัวอยู่ แต่ม่านปิดไว้ เราจึงไม่รู้ว่าใครอาบ แปรงฟันเสร็จตอนที่เรากำลังเก็บของ เรามองผ่านกระจกไปดู ห้องนั้นก็ยังคงเปิดฝักบัวอยู่ แล้วน้ำก็เริ่มล้นออกมาจากห้องอาบน้ำ ออกมาที่พื้นด้านนอก เราก็ยังยืนมองด้วยความสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้นข้างในรึป่าว ทันใดนั้น สีน้ำที่ไหลออกมา ก็เริ่มมีสีเจือเลือดไหลออกมา แล้วก็เริ่มเข้มขึ้นๆ เราตกใจมาก จึงตะโกนไปว่า เป็นอะไรรึป่าวคะ!? เกิดอะไรขึ้นรึป่าว ให้ช่วยมั้ยคะ!? ไม่มีเสียงตอบรับออกมา เราจึงก้มตัวลง เพื่อมองลอดใต้ม่านว่าคนข้างในโอเครึป่าว แต่ทันใดนั้นเอง เราก็ตกใจสุดขีด เนื่องจาก ไม่มีเท้าใครอยู่ในห้องนั้น !? เรารู้เลยว่า ไม่ปกติแล้ว จึงรีบวิ่งออกมากลับห้องทันที เมื่อกลับถึงห้องเราแต่งตัวเสร็จแล้วก็รีบขึ้นเตียง พร้อมกับสวดมนต์ และห่มผ้า เรากลัวมาก ต้องฟังเพลงในหูฟังสักพัก ถึงหลับได้ 

เราหลับไปได้สักพักใหญ่ ... ก็ได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามาในห้อง ในใจจึงคิดว่า คนที่เข้ามาน่าจะเป็นรูมเมทคนสุดท้าย เพราะต้องมีกุญแจ เราจึงไม่คิดอะไรแต่แกล้งทำเป็นหลับ เธอเป็นผู้หญิงผมยาวเปียก นุ่งผ้าเช็ดตัว เดินเข้ามา เหมือนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ แล้วเธอก็ปีนขึ้นเตียงชั้นสองฝั่งตรงข้ามเรา ไปช้าๆ น้ำที่ผมและตัวของเธอ หยดตามทางเต็มไปหมด แล้วเธอก็ขึ้นไปนั่งบนเตียงแล้วร้องไห้เบาๆ ฮือๆ .... เราเริ่มตัวเย็น และดูนาฬิกา ตอนนั้น ตีสามแล้ว 

เราค่อยๆ คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องน้ำ และก็เริ่มตีความเรื่องทั้งหมด แต่ทันใดนั้น รูมเมทคนนั้นก็หันหน้ามามองเราที่เตียง แล้วหัวเราะเสียงดังออกมาด้วยสภาพตัวเปียก หน้าซีดเปียกน้ำ ตาลอย นุ้งผ้าเช็ดตัว เรารีบหันหน้าหนี แล้วหลับตา แต่เสียงหัวเราะค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ และเข้ามาใกล้เตียงเรามาขึ้น แล้วเสียงก็หยุดไป ... เราจึงนับ 1 ถึง 3 ในใจ และค่อยๆ ลืมตา เราก็เห็นเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่ปลายเตียงของเรา แล้วค่อยๆ คลานขึ้นมาค่อมตัวเรา เราตกใจจนกริ๊ดออกมา กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดด .... แล้วพี่ดาวและน้ำก็ตกใจและลุกขึ้นไปเปิดไฟทันที ผู้หญิงคนนั้นก็หายไป ไร้ร่องรอย บนพื้นก็ไม่มีแม้แต่รอยน้ำหยดเลย 

ตอนเช้าเราจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทั้งพี่ดาวและน้ำฟัง พวกเขาจึงบอกว่า ห้องนี้มีจำนวนรูมเมทแค่ 3 คน เนื่องจากอีกคนเพิ่งซิ่วไปที่มหาลัยอื่น และเรื่องที่เราเจอ เมื่อ 2 ปีก่อน มีเด็กนักศึกษาช็อกขณะอาบน้ำและลื่นล้มหัวฟาดพื้น เสียชีวิตที่ห้องอาบน้ำ 

เมื่อเรารู้เรื่องทั้งหมด เราจึงย้ายหอออกทันที และไปทำบุญอุทิศส่วนกุศล เราไม่สามารถอยู่ได้ เนื่องจากเราจำใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นได้ชัดเจน และไม่สะดวกใจที่จะอยู่หอร่วมกับรูมเมทอีกต่อไป...

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก

https://variety.thaiza.com