ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่กำลังเข้าฉายในขณะนี้ X-Men Dark Phoenix ได้รับการขนานนามว่าเป็นภาพยนตร์ที่ปิดตำนานเเฟรนไซส์ภาพยนตร์ชุดเอ็กซ์-เมนได้อย่างสมบูรณ์แบบ จริงหรือ? หลังจากที่ฝ่าพายุฝน น้ำท่วมขัง และรถติดที่แสนสาหัสเพื่อไปรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้เราต้องลองทบทวนเรื่องนี้ดูอีกที


เรื่องย่อ

            จีน เกรย์ ได้รับพลังบางอย่างจนทำให้เธอมีพลังที่แข็งแกร่งเกินขีดจำกัดจนควบคุมไม่ได้ เหล่าเอ็กซ์-เมนจึงต้องช่วยเหลือเธอจากวิกฤตการณ์ครั้งนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นภายในหนัง (สปอยล้วนๆ)

          หนังจะขึ้นบทนำโดยการเล่าเรื่องของจีนในวัยเด็ก เมื่อครั้งที่เธอเริ่มมีพลังจิต เธอบังเอิญใช้พลังโดยไม่ตั้งใจจนทำให้พ่อเเม่ของเธอต้องเสียชีวิตในอุบัติเหตุรถยนต์และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้รู้จักกับโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ ต่อมาหนังก็จะเล่าถึงเหล่า X-Men ที่ได้รับภารกิจช่วยเหลือนักบินอวกาศที่ได้รับอุบัติเหตุอยู่นอกโลก ทีมประกอบไปด้วย จีน, ไซครอปส์, ไนท์คลอว์เลอร์, สตอร์ม, มิสทีคและบีสต์ เดินทางออกนอกโลกและช่วยเหลือนักบินอวกาศได้อย่างทุลักทุเล แต่ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น ในระหว่างการช่วยเหลือนักบินคนสุดท้าย จีนที่อยู่ในซากยานอวกาศถูกโจมตีโดยเพลิงสุริยะ ทำให้เธอได้รับพลังอย่างมาโดยไม่ได้ตั้ง

          เมื่อกลับมาถึงโลก มิสทีคก็โวยวายใส่โปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ เพราะเธอรู้สึกว่าการทำภารกิจนี้เป็นการเอาชีวิตของทุกคนในทีมไปเสี่ยงเพียงเพื่อให้โปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ได้หน้าจากประธานาธิบดี ส่วนโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ก็ให้เหตุผลว่าทั้งหมดเพื่อความอยู่รอดของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ แต่มิสทีคกลับไม่รู้สึกแบบนั้นจึงตัดสินใจว่าจะออกจากทีม

          ในคืนนั้นที่โรงเรียนได้จัดปาร์ตี้ เพื่อฉลองให้กับความสำเร็จของทีม แต่ทว่าพลังที่จีนได้รับกลับตื่นขึ้น และมันทำให้จีนควบคุมไม่ได้จนเผลอปลดปล่อยมันออกมา ทำให้ทุกคนในงานได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และในขณะเดียวกัน สิ่งมีชีวิตจากต่างดาวที่เดินทางมายังโลกเพื่อตามมาเอาพลังจากจีน

          ขณะที่จีนกำลังหมดสติ เธอบังเอิญได้ยินเสียงของพ่อ นั่นจึงทำให้เธอรู้สึกได้ว่าพ่อของเธอยังไม่ตาย และตัดสินใจหนีออกจากโรงเรียนเพื่อไปหาพ่อที่บ้านเกิด เมื่อไปถึงเธอก็ได้รู้ความจริงว่าพ่อของเธอยังไม่ตาย และโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์โกหก และยิ่งทำให้จีนรู้สึกเเย่มากขึ้นไปอีกเมื่อพบว่าพ่อไม่ได้รักเธอแล้ว และตั้งใจทิ้งเธอไป จีนจึงเริ่มระเบิดพลังเพราะความโกรธ ในขณะเดียวกับที่ X-Men มาตามเธอกลับโรงเรียน ในขณะที่ทีมพยามกล่อมจีน จีนก็ควบคุมพลังตัวเองไม่ได้อีกทำให้มิสทีคต้องตาย จีนเสียใจมากเลยหนีไป ส่วนทีมก็จัดงานศพเล็ก ๆ ให้มิสทีค พร้อมกับการเเตกหักระหว่างบีสต์กับโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์

          จีนหนีไปเพิ่งใบบุญเเม็กนีโต้ แต่สุดท้ายก็ถูกกองทัพไล่ล่า แถมยังถูกแม็กนีโต้ไล่ตะเพิด จีนที่หมดซึ่งหนทางก็ถูกหว่านล้อมโดยสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่เป่าหูว่าเธอคืออนาคตของโลกใบนี้ ส่วนเเม็กนีโต้หลังจากที่รู้ข่าวการตายของมิสทีคจากบีสต์ เขาก็ตัดสินใจไล่ล่าจีนเพื่อเเก้แค้นให้มิสทีคและต้องประมือกับโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์, ไซครอป, สตอร์มและไนท์คลอว์เลอร์ โปรเฟสเซอร์เอ็กซ์สามารถเข้าไปประชิดตัวจีนได้สำเร็จก็เกลี่ยกล่อมเธออีกครั้งจนเป็นผลสำเร็จ แต่ก็ทำให้สิ่งมีชีวิตต่างดาวได้โอกาสชิงพลังจากจีนแต่ก็ไม่สำเร็จเพราะถูกไซครอปขัดขวางซะก่อน แต่สุดท้ายเมื่อกองทัพเข้าควบคุมสถานการณ์ได้เหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ก็ถูกจับและส่งตัวไปยังสถานกักกัน แต่ระหว่างก็ถูกโจมตีโดยกองทัพสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่ต้องการชิงพลังที่เหลือจากจีนและนำไปสู่ฉากการต่อสูุ้สุดท้ายของเหล่า X-Men ที่ผนึกกำลังกันปกป้องจีน และสุดท้ายจีนก็พาบอสตัวร้ายของเรื่องออกไปฆ่าที่นอกโลกเพื่อไม่ให้คนอื่น ๆ โดนลูกหลง แม้ว่าจะต้องเเลกด้วยชีวิตของตัวเองก็ตาม

รีวิว

            ต้องขอออกตัวก่อนเลยว่า เราเป็นติ่งเอ็กซ์-เมนคนหนึ่ง ซึ่งติดตามดูตั้งแต่ภาคแรกที่ออกฉายในปี 2000 และซุปเปอร์ฮีโร่ที่เราชื่นชอบตั้งแต่แรกเห็นก็คือ จีน เกรย์ ซึ่งนักแสดงที่รับบทนี้ในขณะนั้นคือ ฟัมเกอ ยันส์เซิน (Famke Janssen) ดังนั้นเราจึงค่อนข้างคาดหวังในภาพยนตร์เรื่องนี้มาก

            แต่สุดท้ายความหวังก็พัง (นิดหนึ่ง) อาจจะเพราะเราหวังมากเกินไป เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องนี้สำหรับเราคือภาพยนตร์ที่รีเมคบางส่วนมาจาก ภาพยนตร์เรื่อง X-Men: The Last Stand ซึ่งกล่าวถึงเหตุการณ์ที่จีนอาละวาดเหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันนั้นคืออารมณ์ของหนัง และความมีเหตุมีผล

วิเคราะห์หนัง

           จากที่เกริ่นไว้แล้วว่าสำหรับเราหนังเรื่องนี้มีกลิ่นอายของ X-Men: The Last Stand ฉะนั้นตลอดเวลาที่เราดูหนัง เราจึงนำหนังทั้งสองภาคนี้มาเปรียบเทียบกันเพื่อหาข้อเด่นข้อด้อยของหนังภาคนี้

1.สาเหตุการอาละวาดของจีน เกรย์

ในภาค เดอะ ลาสแสตนด์ สาเหตุที่จีนอาละวาดนั้นเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่เธอเสียสละตัวเองในเอ็กซ์-เมนภาคที่ 2 ซึ่งมันทำให้พลังของเธอฟื้นคืนและเธอก็ควบคุมไม่ได้ สุดท้ายก็ไปอยู่กับแม็กนีโต้(แบบงงๆ)

แต่ในภาคนี้ได้แก้ไขจุดนั้นโดยใส่เหตุผลว่าเธอคุ้มคลั่งเพราะบาดแผลทางจิตใจเกี่ยวกับครอบครัวในวัยเด็ก ซึ่งแตกต่างกับภาค เดอะ ลาสแสตนด์ที่ครอบครัวของเธอก็ดูจะปกติดี

X men

(รูปภาพจาก : majorcineplex)

 

2. พลังของจีน เกรย์

ในภาค เดอะ ลาสแสตนด์ จีน เกรย์โชว์ความโหดมาตั้งแต่ต้นเรื่องด้วยการฆ่าสก็อต ซัมเมอร์(ไซครอปส์) แล้วต่อด้วยศาสตราจารย์เอ็กซ์ เราจึงรู้สึกได้ว่าเธอคนนี้โหดจริง ๆ และคงไม่มีใครโค่นเธอได้

ในขณะที่ภาคนี้ จีน เกรย์ ค่อย ๆ ความแสดงพลังออกมาทีละนิด เริ่มจากความสับสนจนกระทั่งเมื่อเธอเริ่มควบคุมมันได้ เราจึงเริ่มรู้สึกว่าเธอคือฟีนิกซ์ของจริง และเป็นที่สุดที่เกินจะรับมือซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีในการเล่าเรื่องราวของตัวละครนี้

x men

(รูปภาพจาก : majorcineplex)

 

3. การเล่าเรื่องของหนัง

 อาจเป็นเพราะภาค เดอะ ลาสแสตนด์เป็นภาคที่ 3 ในแฟรนไชส์นี้ ตัวหนังจึงได้รับพลังอารมณ์จากภาคก่อน ๆ มาแล้ว ทำให้เรารู้สึกอินไปกับมันได้ อีกทั้งในการเล่าเรื่องก็ค่อนข้างรวดเร็ว กระชับ และตัดจบได้อย่างลงตัว จนไม่คิดว่าจะมีภาคต่อ แต่ในภาคนี้ ตัวเด่นของเรื่องอย่างจีน เกรย์ซึ่งรับบทโดย โซฟี เทอร์เนอร์(Sophie Turne) เพิ่งจะมีบทบาทใน X-Men Apocalypse พลังอารมณ์เลยยังสั่งสมมาไม่พอให้เรารู้สึกอินในฐานะแฟนคลับ แต่สำหรับคนดูที่ไม่ใช่แฟนคลับก็อาจจะอินไปกับมันได้ เพราะตัวหนังได้ใส่เหตุผลให้เราจนสามารถเข้าใจได้ตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่นั่นกลับเป็นข้อเสียเช่นกัน เพราะหนังในช่วงแรก ใช้เวลาในการเล่าเรื่องค่อนข้างเอื่อยเฉื่อย

x men

(รูปภาพจาก : majorcineplex)

 

4. ฉากแอ็คชั่น

ต้องยอมรับว่าภาคนี้ ฉากแอ็คชั่นค่อนข้างตระการตา แต่กลับไร้อารมณ์ในสายตาของเรา โดยเฉพาะในฉากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ไม่ค่อยมีฉากว้าวมากสักเท่าไร

ในขณะที่ภาค เดอะ ลาสแสตนด์ ฉากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายนั้นถือว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง มีความฮีกเหิม มีฉากเซอร์ไพรซ์เล็ก ๆ น้อย ๆ

x men

(รูปภาพจาก : majorcineplex)

 

5. จุดจบของจีน เกรย์

ต้องยอมรับว่า จุดจบของจีน เกรย์นั้นเป็นอะไรที่ตราตรึงมากทั้งสองเวอร์ชั่น เพราะเธอยอมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องคนอื่น ๆ จากพลังของเธอ แม้จะแตกต่างกันที่วิธีก็ตาม

x men

(รูปภาพจาก : majorcineplex)

 

สรุป

            สำหรับเรา เอ็กซ์-เมนภาคนี้ ถือว่าทำได้ดีในส่วนของการเล่าเรื่องที่่ใส่ความมีเหตุมีผลลงไปในหนัง ทำให้เข้าใจง่าย และสามารถอินกับหนังได้อย่างสบาย เเต่ในเรื่องของอารมณ์หนังกลับให้ความรู้สึกเฉย ๆ เสียมากกว่า ถ้าวัดกันด้วยคะแนนก็คงให้ 5/10 เพราะการเล่าเรื่องในช่วงเเรกที่เนิบนาบ ฉากแอ็คชั่นที่ไม่ค่อยว้าวสักเท่าไร(อาจเพราะเราเริ่มรู้สึกอิ่มกับหนังซุปเปอร์ฮีโร่แล้ว) มิสทีคก็ตายง่ายเกินไป(แต่ถ้านางไม่ตายเราก็คงไม่ได้เห็นแม็กนีโต้ในภาคนี้) อารมณ์ของหนังก็ค่อนข้างทื่อ ไม่สุดสักทาง และที่ขัดใจสุด ๆ ก็คือเมคอัพของเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์(Jennifer Lawrence) ที่ดูเหมือนมิสทีคตอนสีตก

            แต่ถ้าถามว่านี่คือภาคจบที่สมบูรณ์แบบไหม ก็คงต้องตอบว่า ใช่! หากเราดูเพียงเรื่องราวในภาพยนตร์ที่ได้เล่าตอนจบไว้ว่า โรงเรียนผู้มีพรสวรรค์ก็ยังคงเปิดเรียนปกติในชื่อใหม่ "โรงเรียนจีนเกรย์" โดยมีบีสต์เป็นผู้ดูเเล ส่วนโปรเฟสเซอร์เอ็กซ์ก็เกษียณตัวเองมาอยู่กับแม็กนีโต้ (เพราะแม็กนีโต้ชวน มีหรือจะปฏิเสธ ^///^) และดูเหมือนว่ามนุษย์จะไม่ได้เกลียดชังมนุษย์กลายพันธุ์เหมือนเมื่อก่อนด้วย .ซึ่งอาจจะส่งผลให้ความขัดแย้งระหว่างสองเผ่าพันธุ์นี้ลดลงไปด้วย

            อย่างไรก็ตาม บทความนี้เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น แน่นอนว่ามันไม่สามารถเอาไปชี้วัดถึงคุณภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้ ตราบเท่าที่เรายังไม่ได้รับชมและตัดสินมันด้วยตัวเอง