https://www.netflix.com/th/title/80186863

ดิ อัมเบรลลา อคาเดมี่ ss2

มีทั้งหมด 10 ตอน 

เฉลี่ยตอนละ 50 นาที 

มีพาษก์ไทย

นักแสดงนำ : เอลเลน เพจ,ทอม ฮอปเปอร์,ดาวิด กัสตันเยดา

เรื่องย่อ : หลังจากที่หมายเลข 5 พยายามใช้พลังพาทุกคนหนีจากวันสิ้นโลกในปี 2019 เหล่าพี่น้องของเขาก็ถูกย้อนเวลาไปยัง ดัลลัส รัฐเท็กซัส ในปี 1960 ซึ่งแต่ละคนถูกย้อนไปยังเวลาที่ต่างกัน หลายคนติดอยู่ในอดีตนานหลายปี จนเริ่มใช้ชีวิตของตัวเองเพราะคิดว่าพี่น้องของตัวเองคงตายหมดแล้ว ส่วนหมายเลข 5 ถูกย้อนเวลาไปเป็นคนสุดท้าย เขาย้อนเวลาไปตรงกลับวันสิ้นโลกอีกครั้งที่จะเกินขึ้นในปี 1960 จากสงครามโลกครั้งที่ 3 ในครั้งนี้หมายเลข 5 ต้องคิดหาทางย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนแปลงอดีตอีกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดวันสิ้นโลกในทุกช่วงเวลา ไหนจะตามหาตัวพี่น้องที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วดัลลัส และพาทุกคนกลับไปยังโลกปัจจุบันที่ไม่เกิดวันสิ้นโลกอีก แต่ถึงยังไงเรื่องมันก็ไม่ง่ายแน่นอน เพราะนอกจากเรื่องที่น่าปวดหัวขนาดวันสิ้นโลกแล้ว ยังมีนักฆ่าแฝด 3 ฝีมือโหดชาวสวีเดน ตามล่าเขาอยู่อีก

Advertisement

Advertisement

https://www.netflix.com/th/title/80186863รีวิว : สำหรับเราคนที่เคยดูซีซั่น 1 มาตั้งแต่ตอนที่ซีรีส์มาออกใหม่ๆ รู้สึกว่าตอนจบของซีซั่นแรกทิ้งปมไว้น่าคิดอยู่นะ ว่าซีซั่นต่อไปจะมีแนวทางของเรื่องเป็นแบบไหน เพราะแน่นอนซีรีส์เรื่องนี้ถือว่าแปลกดี ตอนแรกคิดว่าฮีโร่จะต้องใจดีมีเมตตา แต่เปล่าจ้า ฆ่าโหดเลือดสาดกันตั้งแต่เด็กเลย แถมยังเล่าถึงองค์กรที่ก่อตั้งมาเพื่อรักษาเส้นเวลาอีก น่าสนใจอยู่ แต่พอมาซีซั่น 2 ตัวซีรีส์จะมีความดราม่ามากกว่าแอคชั่น จะเน้นไปทางการพูดคุยทางจิตวิทยาซะมากกว่า แทบจะไม่ได้เห็นการใช้พลังมากนัก แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ฆ่าโหดเลือดสาดไว้อยู่นะ การดำเนินเรื่องช้ากันเหมือนพยายามเจาะไปยังแต่ละตัวละครมากขึ้นก่อนที่หมายเลข 5 จะมาเซอร์ไพรส์ทุกคนว่าจะเกิดวันสิ้นโลกอีกครั้ง เราก็จะได้เห็นว่าแต่ละคนมีชีวิตเป็นยังไงถ้าไม่ต้องมารับผิดชอบเรื่องการช่วยโลก และกว่าจะมารวมตัวกันครบได้ใช้เวลานานมาก เนื้อเรื่องจะเริ่มสนุกและน่าตื่นเต้นตอนท้ายๆ เรื่อง มีตัวละครใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และเรื่องนี้ต้องยอมรับเลยจริงๆ ว่าภาพสีสวยมาก โทนภาพทำให้เรารู้สึกว่าอยู่ในปี 1960 นั้นจริงๆ รวมถึงการเมืองในสมัยนั้นด้วย เพราะในปี 1960 คนอเมริกันผิวขาวจะรังเกียจคนผิวสีมาก ถึงขนาดติดป้ายไม่ต้อนรับกันเลยทีเดียว และยังเล่าถึงการลอบสังหารจอห์น เอฟ เคนเนดี ประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกาอีกด้วย และสุดท้ายนี้ตอนจบของเรื่องนี้ก็ไม่วายทิ้งปมทำให้ชวนสงสัยเหมือนกับภาคที่ 1 ซึ่งน่าจะมีซีซั่น 3 แน่ๆ

Advertisement

Advertisement

  • หมายเลข 1

https://www.netflix.com/th/title/80186863

  • หมายเลข 2

https://www.netflix.com/th/title/80186863

  • หมายเลข 3

https://www.netflix.com/th/title/80186863

  • หมายเลข 4

https://www.netflix.com/th/title/80186863

  • หมายเลข 5

https://www.netflix.com/th/title/80186863

  • หมายเลข 6

https://www.netflix.com/th/title/80186863

  • หมายเลข 7

https://www.netflix.com/th/title/80186863สรุป : ใครที่ไม่รู้จะดูอะไร หรือไม่อยากอ่านซับเราแนะนำว่าดูเรื่องนี้ได้เลย เพราะมันมีพาษ์กไทยจ้า ถึงจะบอกว่ามันค่อนข้างดำเนินเรื่องช้า แต่ตัวเราเองก็ดูจบภายในไม่กี่วัน คือเปิดดูไปเรื่อยๆ ไม่ถึงขนาดดูข้ามวันข้ามคืนนะ ก็ดูจบแบบไม่รู้ตัวเหมือนกัน ใครที่ชอบแนวเรื่องแปลกๆ ใช้พลังพิเศษนิดๆ ขำแห้งๆ หน่อยๆ ยิงฟันกันบ้าง ก็แนะนำให้ดูเรื่องนี้เลยค่ะ

ถ้าใครอยากดูแล้ว จิ้มเลย 

ดิ อัมเบรลลา อคาเดมี่ ss2

เครเดิตรูปทั้งหมด จาก Netflix

สามารถติดตามผลงานอื่นได้ที่

วิเคราะห์สารจากนิทานของโกมุนยอง Its okay not be okay เรื่องหัวใจไม่ไหวอย่าฝืน Part 1

ลายแทงซีรีส์ใน Netflix ของ พัคซอจุน 

แนะนำ 3 ซีรี่ส์เกาหลี ใน Netflix ที่ทำให้ติ่งฝรั่งผันตัวมาเป็นติ่งเกาหลี

ความรู้สึกหลังจากที่ได้ดู 10 ตอนแรกของ It's Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจไม่ไหวอย่าฝืน