ผู้เขียนได้มีโอกาสอ่านหนังสือ “51 วิธีคิดของลูกน้องที่หัวหน้าอยากสนับสนุน” อิวะตะ มัตซึโอะ อดีตซีอีโอของ Starbucks Coffee Japan ที่เขาได้สรุปประสบการณ์ชีวิต จากการทำงานบริษัทต่างๆในฐานะของลูกน้อง จนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง CEO เพื่อแบ่งปันให้ผู้อ่านได้ลองปรับเปลี่ยนมุมมองความคิด วิธีการทำงานและการเข้าหาหัวหน้าอย่างไรให้สามารถมีหน้าที่การงานที่ก้าวกระโดดและทำให้เพื่อนร่วมงานเห็นคุณค่าในงานที่เราทำได้ โดยประเด็นหลักๆสามารถสรุปได้ 7 หัวข้อดังนี้ค่ะ

  1. ลูกน้องไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังหัวหน้าไปหมดทุกเรื่อง
  2. ลูกน้องควร “ทำเกิน” ไว้ก่อน
  3. ลูกน้องไม่จำเป็นต้องทำงานให้สมบูรณ์แบบตลอดเวลา
  4. ลูกน้องต้องทำให้เต็มที่ แต่ก็อย่าฝืนตัวเองจนเกินไป
  5. ลูกน้องต้องรู้จัก “บริหาร” หัวหน้าให้เป็น
  6. ลูกน้องต้องหมั่นหาความรู้
  7. ลูกน้องต้องพัฒนานิสัยเป็นอันดับแรก

Advertisement

Advertisement

ภาพหน้าปกหนังสือ 51 วิธีคิดของลูกน้องที่หัวหน้าอยากสนับสนุน (ภาพปกหน้าหนังสือถ่ายโดยผู้เขียน) 

โดยหากอ่านสารบัญเพียงแค่หัวข้อของบทที่ 1-5 นั้น อาจจะรู้สึกว่าผู้เขียนสนับสนุนให้ผู้อ่านมีความดื้อรั้น แต่จริงๆแล้วเนื้อหาภายในหนังสือสอนให้เราต้องพัฒนาตัวเองและรู้จักวิธีการเข้าหาหัวหน้าด้วยหลักการสื่อสารที่เรียกว่า “โฮเร็นโซ” – ซึ่งเป็นคำย่อจากภาษาญี่ปุ่นขององค์ประกอบหลัก 3 อย่างเพื่อการสื่อสารที่ดี ประกอบด้ว การรายงาน, การติดต่อ และการสื่อสาร โดยมีคำแนะนำเช่น รู้จักการเขียนรายงาน รู้จักสังเกตุวิธีการที่หัวหน้าของเราคุยกับหัวหน้าของเขาอีกที รู้จักการแยกข้อเท็จจริงและความคิดเห็นออกจากกัน หรือรู้จักการหาพันธมิตรที่ให้ความช่วยเหลือเราได้ในบริษัท เป็นต้น
ภาพการทำงาน (ภาพโดย Werner Heiber จาก Pixabay)

และสำหรับเนื้อหาของบทที่ 6 และ 7 นั้นเป็นส่วนของการสร้างแรงบันดาลใจ และคิดถึงสิ่งสำคัญที่สุดนั่นก็คือ นิสัย และมุมมองความคิด โดยเรานั้นควรทุ่มเทให้กับการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองและผลงาน เช่นการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมด้วยการออกไปเจอโลกกว้างและพบปะผู้คนใหม่ๆ และในส่วนของมุมมองความคิดนั้น หนังสือสอนให้เรามีความพยายามทำตัวเองวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน แต่บทสุดท้ายของหนังสือกลับสอนให้เรามีวิธีคิดที่ว่า “ความอ่อนแอไม่ใช่เรื่องเลวร้าย”

Advertisement

Advertisement

 ภาพปกหลังหนังสือ 51 วิธีคิดของลูกน้องที่หัวหน้าอยากสนับสนุน

(ภาพปกหหลังหนังสือถ่ายโดยผู้เขียน) 

หนังสือเล่มนี้สอนเราให้รู้จักพัฒนาตนเอง ทั้งทักษะรอบด้านเพื่อใช้สำหรับทำงาน และพัฒนาทักษะในเรื่องของลักษณะนิสัยและมุมมองความคิด แต่ก็สอนให้เรารู้จักที่มีความสุขในแบบของเราเองด้วยเช่นกัน จึงเป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับอ่านในวันที่ท้อจากการทำงาน และอยากได้พลังใจมากๆเลยค่ะ

คะแนน 7.5/10