....สวัสดีครับเพื่อน ๆ เพื่อน ๆ เคยรู้สึกว่า "เบื่อการทำงาน" กันหรือไม่ครับ .... สำหรับผมแล้ว คงต้องตอบว่าเบื่อเป็นบ้างครั้งครับ ซึ่งก็มีหลายเหตุผลครับ เช่น ค่าตอบแทน เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย หรือแม้กระทั่งรูปแบบของงานเองก็ตาม .... ที่เกริ่นมาแบบนี้ เพราะวันนี้ ผมเพิ่งจะวางมือจากการอ่านหนังสือเล่มหนึ่งครับ ที่บอกเล่าเรื่องราวของความพยายาม ของเหล่าผู้ประกอบการที่ใช้ความสุข ในการขับเคลื่อนองค์กรหรือธุรกิจของตนเองครับ....

                        หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า "ธุรกิจสร้างสุข" ชื่อภาษาอังกฤษคือ The Business for Happiness เขียนโดย พิชชารัศมิ์ หรือ Marumura จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มติชน  .... เป็นหนังสือที่อ่านสนุกมาก ๆ ครับ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ได้บอกเล่าประสบการณ์ของเจ้าของธุรกิจ หรือองค์กรในประเทศญี่ปุ่น ที่ต่างใช้ "ความพยายามและความสุขในการขับเคลื่อนองค์กร" ซึ่งหลังจากอ่านจบแล้ว ผมก็อดไม่ได้ที่จะ "ชื่นชมให้กับความพยายาม" ของเหล่าบรรดาเจ้าของธุรกิจเหล่านี้ .... เอาหล่ะครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตรีวิวหนังสือน่าอ่านเล่มนี้กันครับ "ธุรกิจสร้างสุข" โดยผมขอเลือกตอน "แอปเปิ้ล มหัศจรรย์ของ อากิโนริ คิมุระ ที่ใช้เวลาปลูกมากกว่า 10 ปี" มารีวิวครับ เนื่องจากเหมาะกับช่วงที่ผู้ประกอบการหลายคน อาจเจอปัญหาในการทำธุรกิจ เผื่อบทความนี้จะสร้างกำลังใจเล็ก ๆ ให้กับเหล่าบรรดาผู้ประกอบการ ให้ผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปด้วยกันครับ

Advertisement

Advertisement

                        ถ้าพร้อมแล้ว เรามาทำความรู้จักกับ "แอปเปิ้ลมหัศจรรย์ของอากิโนริ คิมุระ" กันเลยครับ....
22

แอปเปิ้ล มหัศจรรย์ของ อากิโนริ คิมุระ ที่ใช้เวลาปลูกมากกว่า 10 ปี

Advertisement

Advertisement

                        เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงเคยมีประสบการณ์ ที่ลองปลูกผักสวนครัวหลังบ้านกันใช่มั้ยครับ ปลูกขึ้นกันหรือไม่ครับ? ผมเองก็เคยลองปลูกผักสวนครัวหลังบ้านครับ ..... แต่ปลูกไม่ขึ้นครับ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมล็ดพันธุ์ไม่ดี หรือเป็นเพราะผมดูแลไม่ดีกันแน่ .... แต่หลังจากที่อ่านเรื่องราวของคุณคิมุระ ที่ใช้เวลาปลูกแอปเปิ้ลปลอดสารพิษแล้ว ต้องยอมรับในความพยายามของคุณคิมุระจริง ๆ ครับ เพราะแอปเปิ้ลที่ว่านั้น ใช้เวลาปลูกถึง 10 ปี .... ถ้าเป็นผม ผมคงถอดใจ ตั้งแต่เดือนแรกแล้วครับ .... โดยเรื่องราว ของคุณคิมุระมีอยู่ว่า...

                     ภายหลังจากคุณคิมุระ ได้แต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งภายหลังคุณคิมุระได้มีโอกาสได้มาดูแล สวนแอปเปิ้ลซึ่งเป็นของคุณพ่อของภรรยา โดยในหมู่บ้านที่คุณคิมุระอาศัยอยู่ เป็นแหล่งที่คนในชุมชน ปลูกแอปเปิ้ลเป็นอาชีพหลักครับ ซึ่งทุกสวนต่างก็ใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงเพื่อให้ได้แอปเปิ้ลตามที่ต้องการ แต่เนื่องจากคุณคิมุระและภรรยา มีอาการแพ้สารเคมี คุณคิมุระเลยต้องพยายามหาทางที่จะปลูกแอปเปิ้ลโดยไม่ใช้สารเคมี  ทั้งลองใช้น้ำส้มสายชู กระเทียม วาซาบิ หัวหอม หรือแม้กระทั่งไข่ขาว แต่ความพยายามก็ไม่เป็นผล ผลแอปเปิ้ลนั้น ยังเหี่ยวเฉาและปราศจากดอกและผล .... 

Advertisement

Advertisement

                       ผ่านไป 5 ปี .... ความพยายามก็ยังไม่เป็นผลครับ ครอบครัวของคุณคิมุระ ต้องใช้ชีวิตอยากลำบากเป็นอย่างมาก เนื่องจากความพยายามในการปลูกแอปเปิ้ลแบบปลอดสารพิษ ยังไม่เป็นผลสำเร็จ ทำให้ไม่มีแอปเปิ้ลไปขาย และไม่มีรายได้เลี้ยงครอบครัว และสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น คือคนในหมู่บ้าน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณคิมูระ คือ "ไอ้พวกขี้แพ้"

44                   และแล้วก็มาถึงปีที่ 8 ของความพยายามครับ .... แอปเปิ้ลปลอดสารยังคงไม่ออกดอกออกผลเช่นเดิม .... คุณคิมุระ ได้เลือก "การฆ่าตัวตาย" เป็นทางออก สำหรับการชดใช้ความล้มเหลวตลอดระยะเวลา 8 ปี ที่ผ่านมา คุณคิมุระตัดสินใจเลิกกับภรรยา และเดินทางไปบนภูเขาภายในหมู่บ้าน เพื่อหาต้นไม้ในการแขวนคอตนเอง .... และในขณะที่คุณคิมูระกำลังหาวิธีแขวนคอตัวเองนั้น ก็สังเกตว่าผลไม้ในป่าช่างงดงาม แม้จะไม่ได้รับการดูแลจากมนุษย์ อีกทั้งยังมีรากที่แข็งแรง และทันใดนั้น คุณคิมูระก็ได้พบวิธีในการปลูกแอปเปิ้ลปลอดสารพิษ ซึ่งนั่นก็คือ "การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม" และทำสวนแอปเปิ้ล ให้เหมือนป่าธรรมชาติให้ได้มากที่สุด

                   การแขวนคอเพื่อจบชีวิต ก็ยุติลง คุณคิมุระ ไม่แขวนคอตัวเองแล้วครับ .... เกือบไปแล้วนะครับ เกือบไปแล้ว ....

                   คุณคิมูระ กลับมาหางานชั่วคราว เป็นพนักงารเสริฟ์เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว และพยายามลงมือปลูกแอปเปิ้ลอีกครั้งครับ .... และความพยายามก็บังเกิดผล เพราะเพื่อนบ้านต่างสังเกตเห็นว่า สวนแอปเปิ้ลของคุณคิมูระ มีสภาพแวดล้อมที่ดีมาก มีสัตว์น้อยใหญ่เข้ามาอาศัยอยู่ อีกทั้งแอปเปิ้ลมีรสชาติหวานอร่อยมาก ๆ  จนลูกค้าหลาย ๆ คนกล่าวว่า "ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยกินแอปเปิ้ลรสชาติอร่อยแบบนี้มาก่อน" หลังจากนั้น ก็มียอดสั่งซื้อแอปเปิ้ลจากสวนคุณคิมุระอย่างถล่มทลาย .... และแล้วความพยายามตลอดเวลา 10 ปี ก็บังเกิดผลครับ                     2555

                ข้อคิดที่ได้จากการอ่านหนังสือ"ธุรกิจสร้างสุข" ตอน แอปเปิ้ลมหัศจรรย์ของคุณคิมุระ

                ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น 10 ปี ของความพยายาม เป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก ๆ สำหรับใครหลายคน ซึ่งผมเชื่อว่า หากจะต้องใช้เวลายาวนานขนาดนั้น หลายคน คงจะถอดใจกันไปแล้วครับ .... แต่คุณคิมุระ ก็ได้พยายามซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า เพื่อที่จะให้ได้แอปเปิ้ลปลอดสารพิษ และแล้วความสำเร็จก็บังเกิดผลครับ

                อย่าสนใจคำนินทา ภายหลังจากการลองผิด ลองถูก มานับครั้งไม่ถ้วน คนในหมู่บ้านต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณคิมุระเป็น "ไอ้พวกขี้แพ้" แต่คุณคิมุระ ก็ไม่ได้ถอดใจ แต่ยังคงพยายามในการปลูกแอปเปิ้ลปลอดสารพิษต่อไป

                ความพยายามของคุณคิมุระ ยังสอดคล้องกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ที่เรารู้จักกันในชื่อของ "อิทธิบาท 4" ซึ่งประกอบไปด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา

  • 1. ฉันทะ คือ ความพอใจ ความรักในอาชีพที่คุณคิมุระได้เลือกทำ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก สำหรับการประกอบอาชีพใด ๆ ก็ตาม หากเราไม่พอใจในอาชีพของเรา ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ
  • 2. วิริยะ คือ ความเพียร ความพยายามในการหาวิธีการปลูกแอปเปิ้ลปลอดสารพิษ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สำเร็จในระยะเวลาอันสั้น แต่ท้ายที่สุดความเพียรพยายาม ก็ส่งผลให้คุณคิมุระประสบความสำเร็จ ในการปลูกแอปเปิ้ลแบบปลอดสารพิษ 
  • 3. จิตตะ คือ ความตั้งใจ เอาใจใส่ และมุ่งมั่น ไม่ใส่ใจกับคำดูถูก เหยียดหยามของคนในชุมชน
  • 4. วิมังสา คือ ความไตร่ตรอง หาวิธีการปลูกแอปเปิ้ล โดยการสังเกตธรรมชาติบนภูเขา ว่าหากมีการจัดสภาพแวดล้อมที่ดี แอปเปิ้ลก็สามารถให้ผลผลิตที่ดีได้ โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมี

     หนังสือเรื่อง "ธุรกิจสร้างสุข" ยังมีอีกหลายความพยายามของเหล่าบรรดาผู้ประกอบการ และองค์กรต่าง ๆ ที่ใช้ความสุขในการขับเคลื่อน และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา และถ้าหากใครพอจะมีเวลาว่าง ผมขอแนะนำหนังสือเล่มนี้เลยครับ "ธุรกิจสร้างสุข" นอกจากจะได้ความเพลิดเพลินแล้ว ยังได้กำลังใจดีๆ อีกด้วยครับ

         ภาพหน้าปกจาก canva.com

         ภาพประกอบบทความ ภาพที่ 1 : ภาพถ่ายโดยผู้เขียน จากหนังสือธุรกิจสร้างสุข

         ภาพประกอบบทความ ภาพที่ 2 : ภาพจาก Pexels

         ภาพประกอบบทความ ภาพที่ 3 : ภาพถ่ายโดยผู้เขียน จากหนังสือธุรกิจสร้างสุข