รีวิวประสบการณ์เด็กเสิร์ฟ MK Part-Time อย่างละเอียดยิบ

            สวัสดีค่ะในบทความนี้เป็นการแชร์ข้อมูลประสบการณ์การทำงาน Part - Time ของเราเอง เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้ผู้ที่สนใจอยากจะลองทำงาน Part - Time หารายได้เสริมในเวลาว่างนะคะ ประสบการณ์ที่เราเอามาบอกเล่าเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ของมหาลัยเมื่อ เดือน มิ.ย.- ก.ค. ปี 2561 ในปัจจุบันข้อมูลค่าแรงและนโยบายร้านอาจมีการปรับเปลี่ยนไปบ้างค่ะ

ในช่วงนั้นเป็นเดือนที่เรารู้สึก “ว่าง! อยากหาเงินใช้ อยากหาอะไรทำที่เป็นประโยชน์" เพราะเป็นคนไฮเปอร์ไม่ชอบอยู่เฉย ๆ จึงหางาน Part – Time ทำดู เลือกอยู่นานสมัครไปหลายที่สุดท้ายก็ได้งานพนักงานเสิร์ฟ MK ที่ห้าง Big – C สาขาใกล้บ้านค่ะ


            สมัครอย่างไร ? ใช้เอกสารอะไร ?วิธีสมัครงาน สมัครอย่างไร? : 1. Walk in ที่หน้าร้าน กรอกใบสมัคร สัมภาษณ์                         2.Line Jobs กรอกประวัติในLine Jobs รอติดต่อกลับ เข้ามาสัมภาษณ์และกรอกใบสมัครที่ร้าน  เราเดินเข้าไปสมัครที่ร้านเลยค่ะ เข้าไปสอบถามว่ารับพนักงานเสิร์ฟ Part – Time ไหม วันนั้นเราโชคดีที่ลูกค้าในร้านไม่มาก พี่เขาก็เลยเอาใบสมัครมาให้เขียนและสัมภาษณ์เลย ส่วนมากร้าน MK จะต้องการพนักงานเสิร์ฟจำนวนมากอยู่แล้ว เขาจึงค่อยข้างรับพนักงานง่ายค่ะ สัมภาษณ์อะไร? :  สิ่งที่เขาถามตอนสัมภาษณ์ก็ประมาณว่า ทำไมมาสมัคร? เดินทางไปกลับสะดวกไหม? ถ้าเลิกงานเวลาเท่านี้? จากนั้นถ้าเราโอเคเขาก็คุยรายละเอียด วันเริ่มงาน วันเวลาชั่วโมงทำงาน และค่าจ้าง จากนั้นรอติดต่อกลับอีกที              เอกสารที่ใช้  เอกสารประกอบการสมัคร  

             วันเวลาชั่วโมงการทำงาน เวลาทำงาน - การลา ไปทำกิจธุระได้แต่ต้องแจ้งก่อน 1 วัน  - โดยปกติวันทำงานและวันหยุดจะเป็นตามนั้น แต่หากบางสาขาพนักงานเยอะหรือเราตกลงคุยกับว่าขอหยุดวันไหนบ้างของสัปดาห์ก็คุยได้ค่ะ - วันเสาร์อาทิตย์และหยุดนักขัตฤกษ์ จะได้ทำกะ 7 , 8 ชม. - วันหยุุดนักขัตฤกษ์ได้สองเท่า - การเข้างาน : มีหลายเวลา เช่น 10 โมง / 11โมง /  12 โมง / เที่ยง / บ่าย / 5โมง / 6 โมง ( แล้วแต่การจัดกะและตกลง ) เวลาเข้างานหากพนักงานใหม่ที่ไม่ได้ตั้งใจจะทำนาน ตัวอย่างเช่นเราทำแค่ปิดเทอมจึงได้ ทำรอบ บ่าย,เที่ยง,เย็น ไม่ค่อยได้ทำรอบเช้า คนที่ได้ทำรอบเช้าส่วนมากเป็นคนที่จะได้อยู่นานหลายเดือนต้องเปิดร้าน + เตรียมของเป็น - เลิกงานดึกสุดคือ 4 ทุ่ม ตามเวลาห้างปิด ***สิ่งสำคัญคือต้องตรงเวลา  มาแสกนนิ้ว เข้างาน พัก และออกงาน ให้ตรงเวลา ควรแสกนก่อนเวลา 5 – 1 นาที  เข้าสายมีการหักเงินบางกรณี

           รายได้ที่ได้รับ – และรายจ่ายที่ต้องรู้ รายรับและรายจ่าย รายได้ที่ได้รับ   1. ค่าแรง  :  วันธรรมดา ชม.ละ  44 บาท  วันหยุดนักขัตฤกษ์ และ เสาร์ - อาทิตย์ ชม.ละ 52 บาท   โอนเข้าบัญชีตัดยอดทุกสิ้นเดือน 2. ค่าTips : จากกล่อง Tips จะนับทุก 1 อาทิตย์ และหารกันตามจำนวนพนักงานทั้งหมดในร้าน ได้รับเป็นเงินสดใส่ซอง จะเรียกรับรายคน 3. ค่าข้าวกลางวันพนักงาน : อันนี้เขาจะให้ข้าวกลางวันเฉพาะเดือนแรกที่เข้าทำงาน ไม่แน่ใจว่าอัตราการให้เป็นยังไงแต่เราได้ 200 บาท ในเดือนแรก แต่ในเดือนนั้นเราทำงานแค่ 2 อาทิตย์ 4. ค่าประเมินสาขา : จะมีการประเมินและตรวจสอบคุณภาพสาขานั้น เดือนละประมาณ 2 ครั้ง เมื่อได้รับการประเมินแล้วได้คะแนนสูง สาขานั้นจะได้รับเงินก้อนหนึ่ง (จุดนี้เราไม่ทราบแน่ชัดว่าเท่าไหร่) หลังจากนั้นจะหารจำนวนพนักงานในร้านและโอนเข้าบัญชี

รายจ่ายที่ต้องรู้ 1.อาหารเสียหาย : ถ้าเราซุ่มซ่ามทำอาหารเซ็ตนั้นๆ หรือคอนโดต่างๆตก ก็ต้องจ่าย ครึ่งนึงของราคาที่เราทำเสียหาย (จ่ายสดหรือหักจากTips) 2.อุปกรณ์เสียหาย : เช่นกันค่ะ แต่หากเป็นอุปกรณ์จะคิดเต็มราคาตามูลค่าของสิ่งนั้นๆ (จ่ายสดหรือหักจากTips)   3.ค่ามาสาย : หักเป็นนาที ในค่าแรง 4.ค่าอาหาร : หากเราสั่งกลับบ้านไปทานเอง (ตัวดีเลยค่ะ เราเสียหายไปเยอะกับค่ายอาหารทำไงได้ก็มันน่ากินนี่นา)       เราชอบที่นี่ตรงที่ว่า หากทำของเสียหายทั้งอาหารและอุปกรณ์ จะไม่มีใครว่าอะไรทั้งนั้นเลย พี่เลี้ยงเราบอกว่าว่าไปก็เสียเวลา แถมยังเสียใจอีก  คุณแค่ต้องจ่าย มันดีตรงที่ว่าเราได้รู้จักรับผิดชอบด้วยตัวเราเองโดยที่ไม่มีใครมาซ้ำเติม  แฟร์ๆ ดีค่ะ ส่วนตัวเราซุ่มซ่ามมาก ๆ ทำถาดพลาสติกแตก 420 บาทค่ะ และเสิร์ฟผิด+อาหารตกอีกหลายคอนโดหลายบาทเลยค่ะ5555 นั่นก็ทำให้เราเรียนรู้ความผิดพลาดของตัวเองและเป็นคนรอบครอบระมัดระวังมากขึ้น การแต่งกาย : ชุดนักเรียน,ชุดนักศึกษา(กระโปรงทรงเอยาวเท่าเข่า) +รองเท้านักเรียน ถุงเท้าขาว สวมผ้ากันเปื้อนของร้าน พร้อมป้ายชื่อพนักงานทับอีกทีค่ะ  


              ประสบการณ์ส่วนตัว - หน้าที่ได้ทำ? ต้องเกริ่นก่อนว่า ในร้านจะแบ่งเป็นตำแหน่งและแผนกต่าง ๆ  ได้แก่ หน้าร้าน หลังร้าน ครัว ผู้จัดการ รองผู้จัดการ แคชเชียร์ แต่ละตำแหน่งและแผนกก็มีหน้าที่ของตัวเอง และมีบางหน้าที่ที่ช่วยกันทำได้ - หน้าร้านคือคนที่เดินมาต้อนรับลูกค้า , รับออเดอร์ , เต้นเวลาเพลงขึ้น และคนส่งดิลิเวอรี่   แผนกนี้จะมีเครื่องรับออเดอร์และวอร์ติดตัว - หลังร้าน คือคนที่คอยเดินยกเสิร์ฟ และจัดเตรียมของต่างๆ - ครัวคือแม่ครัว ,พ่อครัว และคนล้างจาน - แคชเชียร์จะคอยเช็คบิลจัดการบิล ตังค์ทอน Tips และจดค่าข้าวของเสียหาย - ผู้จัดการและรอง ส่วนมากจะทำหน้าที่เช่นเดียวกับหน้าร้าน และคอยช่วยแคชเชียร์ กับหลังร้านด้วย         ขอพูดถึงบรรยากาศการทำงานก่อนเรารู้สึกว่าที่นี่ค่อนมี มาตรฐาน ยุติธรรม มีเหตุผล และ เป็นผู้ใหญ่ค่ะ ที่นี่จะมีกฎและข้อปฏิบัติร่วมกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องทำร่วมกัน เพื่อความสงบสุขและรักษามาตรฐานไว้ MK เป็นร้านอาหารที่เราและครอบครัวชื่นชอบมากในวัยเด็กจนถึงตอนนี้ พอได้มาทำงานที่นี่แล้วก็รู้สึกว่าไม่ผิดหวังค่ะ ใส่ใจทุกรายละเอียดจริง ๆ ทั้งเรื่องกริยาทางท่าและแนวคิดของพนักงานในร้าน รวมถึงเรื่องอาหารและคุณภาพอาหาร ที่บอกว่าค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่เพราะหากลองเทียบกับที่อื่น(ฟังจากประสบการณ์ของเพื่อนๆที่ไปทำร้านอื่น ๆ มา) อาจไม่ค่อยเป๊ะและเจ้าระเบียบเท่าที่ MK ค่ะ          เพื่อนร่วมงาน เราเจอทั้งรุ่นเดียวกัน รุ่นน้อง และรุ่นพี่ ไปจนถึงรุ่นผู้ใหญ่ สนุกดีค่ะ ทุกคนรู้หน้าที่รับผิดชอบดีและคอยช่วยเหลือเราตลอดเวลาเราอ๊อง ๆ  รู้สึกอบอุ่นมาก ๆ อย่างที่บอกว่าที่นี่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่เราจึงไม่ค่อยมีเรื่องปัญหาเกี่ยวกับคนให้ปวดหัว พอมีคนเข้าใหม่พวกเราที่ทำงานมานานกว่าก็ช่วย ๆ กันสอนเพื่อนใหม่ค่ะ รู้สึกเหมือนเห็นตัวเองตอนเข้ามาทำงานใหม่ ๆ        ต่อมาเป็นรายละเอียดหน้าที่ที่เราได้ทำเราได้ไปทำในแผนกหลังร้านค่ะ ก็คือพนักงานเสิร์ฟนั่นเอง ตอนแรกเราเข้าใจว่าคงแค่เสิร์ฟอย่างเดียวไม่มีอะไรมาก แต่พอได้มาทำจริง ๆ ก็พบว่ามีหน้าที่หลายอย่างที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้เรารู้สึกเข้าใจคนทำงานและหาเช้ากินค่ำมากขึ้นเลย ถ้าถามว่าเหนื่อยไหมจะตอบว่าเหนื่อยมากค่ะแต่ก็สนุกดีสำหรับการทำงานครั้งนี้ หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ในแต่ละวัน

เตรียม / รับออเดอร์ / เสิร์ฟ / จัดชุด / ถ่ายรูป / เก็บ เตรียม : เตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวและอาหารบางชนิด           การเตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเราจะต้องเตรียมให้มีพร้อมใช้ตลอด ก็คือห้ามปล่อยให้ตัวเองว่างค่ะถ้าว่าก็ต้องไปเช็คว่าของพร้อมไหม เราต้องเตรียมชุดเครื่องปรุงให้พร้อม เช่น พวกพริก พริกน้ำปลา ซอสต่าง ๆ ในรถเข็น กาน้ำจิ้ม น้ำมะนาว รวมทั้งแพ็คเครื่องปรุงและน้ำจิ้มสารพัดเป็นชุดเตรียมไว้หากลูกค้าห่อกลับบ้านทั้งของประกอบการห่อกลับบ้าน เช่น ถุง ช้อนส้อม นอกจากนี้ก็ต้องล้างและเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในครัว เช่น กล่อง ช้อนตวง กรวย ขวดน้ำจิ้ม หม้อ ภาชนะต่าง ๆ ที่ใช้ในครัว           การเตรียมอาหาร เราต้องคอยเช็คของในคอนโด(ถาดสีแดงๆ)ที่อยู่ช่องแช่ว่าอะไรขาดไหม เซ็ตผักต่างๆที่ถูกจัดพร้อมเสิรฟ์ (ตรงนี้เราต้องตะโกนขอแม่ครัวด้านหลัง) บ้างก็เตรียมอาหารเซ็ตพิเศษที่มาเป็นช่วง ๆ ตัวอย่างเซ็ตที่เราเคยเตรียม เช่น เซ็ตชีส เซ็ตเป็ดปักกิ่ง เป็นต้น ตรวจเช็คของที่เข้ามาจากตลาดซึ่งจะสั่งผักและของมาใหม่เกือบทุกวันเพื่อความสดใหม่ ล้าง ชั่ง ตวง จัดใส่ที่เตรียมหยิบใช้ และเช็คของที่หมดอายุเพื่อกำจัดทิ้ง รับออเดอร์ : จากเครื่องจ่ายบิลจากวอร์ และ จากแม่           ด้านหลังร้านเราจะยืนอยู่บริเวณหน้าตู้เย็นและเครื่องส่งออเดอร์ เมื่อมีออเดอร์เข้ามาบิลก็จะไหลออกมาจากเครื่อง บางครั้งช่วงเสาร์อาทิตย์หรือช่วงเย็นคนจะเยอะมากบิลจะไหลเข้ามาไม่หยุดจนกองถึงพื้นเลย เราต้องคอยรับบิลแล้วจัดอาหารตามบิลเพื่อนำไปเสิร์ฟเรื่อย ๆ ค่ะ  บางครั้งหน้าร้านจะวอร์มาถามว่ามีเมนูนี้อยู่หรือไม่ต้องคอยฟังดีและคอยตอบค่ะ ห้องที่อยู่จะเป็นห้องข้างตู้แช่ซึ่งเสียงเครื่องจะดังมากๆเลย นอกจากนี้ยังต้องรับออเดอร์จากแม่และพ่ออีก (แม่และพ่อในที่นี้หมายถึงแม่ครัวพ่อครัว) จะมีทั้งครัวสุกี้ (ของคอนโดแดง) ครัวเป็ดและอาหารสด (จานเดียวและเป็ดย่าง) ครัวขนมหวาน (ขนมและน้ำ) ต้องรีบรับจากที่วางไปเสิร์ฟให้ไวไม่งั้นจะโดนดุเพราะของเต็ม อ้อ แล้วก็ต้องเช็คบิลกับรายการอาหารที่จะเสิร์ฟและส่งให้ตรงกันด้วยค่ะ รับเงินและเอาตังทอนไปให้ เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว 55555555 *ที่นี่เคร่งเรื่องเวลา ส่งของมาก ถ้าหากอาหารมาช้าอาจทำให้ลูกค้าจะไม่พอใจ เป็นหนึ่งมาตราฐานร้านที่ต้องรักษาค่ะ 

เสิร์ฟ : ท่าเสิร์ฟ ลำดับเสิร์ฟ การจัดของเสิร์ฟ คำพูดเวลาเสิร์ฟ           การยกเสิร์ฟนั้นจะมีท่าถือถาดประจำ และมีการจัดวางของในถาดที่บังคับ รวมทั้งจัดช้อนให้ตรงกับของหวานที่จะเสิร์ฟ (มีช้อนหลายแบบมากหน้าตาคล้ายกันหมดเลยกว่าจะจำได้ก็นานพอสมควร) นอกจากนี้ลำดับการวางของเสิร์ฟให้ลูกค้าก็ยังบังคับอีก ต้องเป็น ไข่ ผัก และ ของสด นี่ก็เป็นมาตราฐานร้าน แต่เวลาเร่งๆ บางทีก็ไม่ไหวหรอกค่ะหยวนๆให้กันบ้าง ก่อนจะเดินเข้าหลังร้าน จะเป็นมุมเลี้ยว เสี่ยงต่อการเดินชนกัน จะให้พนักงานพูดว่า หลังชนค่ะ(ถือของ), หลังแตกค่ะ (ถือแก้ว),หลังร้อนค่ะ (ถือของร้อน) พูดทุกครั้งที่เดินเลี้ยว ถึงแม้จะไม่มีใครอยู่ก็ต้องพูด 55555  และเวลาจะวางของบนโต๊ะลูกค้าต้องของอนุญาติทุกครั้ง และอย่าลืมเปิดฝาหม้อให้ลูกค้า จะมีทริคท่าเปิดประจำของร้านอยู่ไม่ให้น้ำร้อนกระเด็นลวกลูกค้าได้ และยิบย่อยที่ต้องทำคือการทำตามคำขอลูกค้า เช่น ขอน้ำจิ้ม พริกกระเทียม ต่างๆ รวมทั้ง น้ำซุปฟรี หรือ ขอน้ำจิ้มพิศดาร และ ภาชนะ ก็ต้องเป็นหน้าที่ของเราด้วย (อาจมีคนหน้าร้านช่วยแบ่งเบา)

จัดชุด : ห่อกลับบ้าน           เราต้องเป็นคนจัดของใส่กล่องหากลูกค้าห่อกลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็น อาหารสด เนื้อ ผัก เป็ดย่าง ต้องตวงน้ำซุปและน้ำจิ้ม ในปริมาณที่กำหนด บางอย่างต้องชั่ง และซีนด้วยตัวเอง สำหรับเราการซีนไม่ว่าจะซีนห่อพลาสติก หรือซีนร้อนปิดถุง เป็นสิ่งที่เราไม่ถนัดเท่าไหร่ นอกจากของกินแล้วก็ต้องจัดช้อนส้อมตะเกียบเบอร์ชัว ใส่ให้เรียบร้อย 

ถ่ายรูป :  Happy birth Day            หากมีใครต้องการใช้สิทธิ์วันเกิด เราก็ต้องเสิร์ฟไอศกรีมวันเกิดรวมทั้งถ่ายและล้างรูปใส่กรอบให้ลูกค้าด้วย ส่วนนี้เป็นงานที่เราชอบมากๆ เพราะได้เห็นรอยยิ้มของคนทั้งโต๊ะ และ โมเม้นท์ที่พวกเขามีความสุขกันอยู่ตรงหน้า อิ่มใจสุดๆ

เก็บ: เก็บจาน - เก็บครัว           ขณะลูกค้าทานอาหารอยู่ต้องคอยสังเกตุและเก็บจานหรือถาดที่ไม่ใช้จากโต๊ะ ไม่ให้เกะกะ และหลังจากลูกค้าลุกออกจากโต๊ะแล้วต้องรีบไปเก็บแก้วและถ้วยขนมหวานเข้าครัว ส่วนถาดและจานส่วนมากจะเป็นหน้าที่ของแผนกล้าง แต่ทุกคนสามารถช่วยกันเก็บได้หมดค่ะ ถือว่าช่วยๆกันไป อีกอย่างคือเก็บของเหลือทิ้งลงขยะถ้าถึงกำหนดทิ้ง ในส่วนนี้ทำให้เรารู้สึกว่าเอ็มเคใส่ใจคุณภาพอาหารจริงๆค่ะ อย่างเช่นน้ำมะนาวหากเหลือในวันนั้นก็จะไม่เก็บ จะเอาไปล้างจานขจัดคราบมันแทน และ เมื่อร้านใกล้ปิดก็ต้องเริ่มเก็บครัว ล้างของใช้ เก็บไข่ ล้างตู้เย็น ไปจนถึง เก็บกวาดเช็ดถูพื้นที่ครัวด้านหลัง


แผนกอื่นๆในร้านมีอะไรบ้างแล้วทำอะไรบ้าง?            แผนกอื่นๆ ที่เห็นรับพนักงาน Part - Time ก็จะเป็น แผนกล้าง กับ แผนกหน้าร้าน ค่ะ ส่วนแคชเชียร์ ครัว หรือตำแหน่งอื่นๆ มักจะรับเป็นคนประจำมากกว่า เพราะต้องมีความรับผิดชอบและต้องใช้ความชำนาญ            แผนกล้าง หน้าที่คือ เก็บ และล้างจานค่ะ ยืนล้างทั้งวันไม่ต้องทำอย่างอื่น หน้าที่นี้เหมาะกับคนไม่ชอบงานจุกจิกนะคะอาจจะเหนื่อยและเมื่อยนิดหน่อย           แผนกหน้าร้าน หน้าที่ก็คือ ต้อนรับลูกค้า เสนอโปรโมชั่น รับเมนูอาหาร ส่งบิล วอร์ประสานงาน และคอยบริการลูกค้าอยู่ด้านหน้า หน้าที่นี้จะปวดหัวหน่อยเพราะต้องเจอและรับมือกับผู้คนมากมาย ต้องรอบคอบและมีความรับผิดชอบควบคุมอารมณ์และสีหน้าได้ดีค่ะ เหมาะสำหรับคนชอบงานบริการ บรรยากาศการทำงานคิดอย่างไรกับประสบการณ์ที่ได้?           เราคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่สอนให้เราโตขึ้นนะการได้ทำงานพาร์ทไทม์ ได้เรียนรู้ว่าตัวเองถนัดหรือไม่ถนัดอะไร สิ่งที่ยังไม่เก่ง เมื่อมาทำงานแล้วก็ต้องพัฒนาต้องทำให้ได้ ทำให้เราเข้าใจว่าบางครั้งเราก็ปฏิเสทสิ่งที่ไม่อยากทำไม่ได้ตลอด อีกทั้งยังได้รู้จักรับผิดชอบมากขึ้นตรงต่อเวลาและหน้าที่ มีความอดทนมากขึ้นการทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟเราคิดว่าต้องใช้ความอดทนอย่างมากงานหนักและต้องรับมือกับผู้คนได้ดีควบคุมอารมณ์เป็น หลังจากทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟเราเห็นใจคนหาเช้ากินค่ำมากขึ้นและเคารพและเกรงใจคนในหน้าที่ต่างๆมากขึ้น และสุดท้ายการทำงานพาร์ทไทม์ทำให้เราเห็นคุณค่าของเงินและคิดก่อนใช้มากขึ้น เช่นก่อนจะซื้ออะไรก็จะมีโมเมนต์ฉุกคิดก่อนซื้อซื้อของที่ไม่จำเป็นมากขึ้น เช่นเราซื้อชาไข่มุกแก้วละ100เราต้องวิ่งเสิร์ฟเป็น 3 ชั่วโมง กว่าจะได้จำนวนเงินเท่าแก้วนั้น มันก็เบรคเราในหลายๆเรื่องเหมือนกัน รู้สึกของคุณร้านที่ให้โอกาสทำงาน ขอบคุณคนรอบข้างที่คอยสอนงานและประสบการณ์ และ สุดท้ายขอบคุณตัวเองที่ออกจากคอมฟอร์ตโซนและได้ลองทำงาน Part – Time ทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นหลายอย่าง


ก่อนที่เราจะมาทำงาน Part – Time เราลองเสิร์จหาข้อมูลรีวิวก็ไม่ค่อยมีรายละเอียดมากนักก็เลยนึกในใจว่าเอาวะ ลองไปทำดูเดี๋ยวก็รู้เองว่าเป็นยังไง พอทำงานเสร็จจึงตั้งใจว่าจะมาเขียนแชร์ประสบการณ์ทำงานให้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจหรือเป็นประโยชน์กับใครๆที่อยากหาเงินใช้ช่วงว่างๆ จึงมาเขียนแชร์ประสบการณ์ในครั้งนี้ค่ะ เครดิตภาพ : https://www.flaticon.com/home