หลังจากเราเลิกงานประมาณห้าโมงนิดๆ​ ก็ลงลิฟต์มาขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ที่อีกคนจอดรอรับอยู่ก่อนแล้ว​ พอมองไปรอบๆ​ ก็เห็นบนสะพานมีรถติดจอแจ​ บทสนทนาอันละเหี่ยใจจึงเริ่มขึ้น

"โห... ดูนั่น​ ทำไมรถติดขนาดนั้น" 

"อ่อ​ โป๊ปมา​ เดี๋ยวก็จะปิดถนนด้วยนะ" 

"เอาไงดี​ กลับที่พักเลยไหม" 

"งั้นไปเที่ยวงาน​ Awakening​ 2019​ ป่าว​ อยู่แค่บางรักเอง" 

"ก็ดีเหมือนกัน​ สักสองสามทุ่มค่อยกลับ" 

เราทั้งคู่ไม่รอช้ารีบเดินทางไปงานทันที​ จุดหมายแรกของเรา​ นั่นคือ​ แวะกินออส่วนหอยนางรม​ สูตรโบราณ​ ซึ่งเป็นเมนูโปรดของเรา​เลย​ ราคาจานละ​ 60​ บาท​ เอง​ มีทั้งสูตรเปียกและกรอบ​ เรารู้จักร้านนี้เพราะปีที่แล้วเรามางาน​ bdw 2019​ คล้ายๆกับงานนี้เลย​  แต่จุดเด่น​มีนกพิราบเรืองแสงตลอดเส้นทาง

ลุงอร่อยอิ่มแล้วเราไปต่อกันที่ศาลเจ้าโรงเกือก​ วิวก็จะประมาณนี้

Advertisement

Advertisement

วิว

หลังเราชมวิวจนอิ่มหน่ำก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากซอยศาลเจ้า​ จอดรถที่บ้านหน้าปากซอยหลังหนึ่ง​ ที่มีชื่อว่า​ "เหลียวแล" อีกคนอดใจไม่ได้​ ขอร่ายมนต์สักหน่อย... 

โอม...เพี้ยง

กึกดึ๋ยเงาบ้านเหลียวแลมีสองชั้น​ ชั้นล่างจะมีการจัดแสดงแสงสีจากควันสวยๆ​ มีร้านอาหารด้วยนะ​ ส่วนชั้นบนก็มีให้เราถ่ายรูปเล่นกับเงา

ควัน

สถานที่ต่อไป​ โกดัง​ 30​ ถ้าเดินระยะทางก็พอสมควร​ เราเลือกขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านเหลียวแล​ 

ว้าววู้พอเราเดินเล่น​ และถ่ายรูปจนหนำใจ​ เราก็เดินไปตรงประตูเล็ก​ (ทางลัด)​ เชื่อมไปยังอาคารไปรษณีย์บางรัก​ ที่ตึกจะมีงานออกร้าน​ งานจัดแสดงใต้ตึก​ มีวงดนตรี​ 

นี้โมยเอาจริงๆ​ ตอนแรกนึกว่าโชว์รูมรถอย่างเดียว​ ซะอีก​ ที่ไหนได้ไว้ให้เราระบายสี​​ และถ่ายรูปเล่นด้วย

"โอ้...คนในภาพกำลังจะทำอะไรน่ะ​ ขโมยรถหรือไง​ ตายแล้วๆ​ เดี๋ยวตำรวจจับ" 

"ทำไมอ่ะ​ ไม่มีใครเห็นหรอก" 

Advertisement

Advertisement

"ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย... บ้านพักตำรวจน้ำอยู่ถัดไปแค่สองซอยเอง" 

"งั้นหนีเร็ว... 555"

บ

ชิงช้าไฟเราเดินออกจากไปรษณีย์บางรัก​ ถัดไปอีกสองซอยก็เจอแล้ว​ บ้านหลังนี้จำกัดน้ำหนักในการขึ้นชม​ เราเคยมาปีที่แล้วมันสวยปนหลอน​ ปีนี้เลยเลือกไม่เข้าข้างใน​ ชมแต่ด้านนอกแล้วก็กลับทางเดิม​ไปเอามอเตอร์ไซค์

วันนี้เที่ยวได้ไม่เยอะ​ เพราะล้าจากการทำงาน ออส่วนหอยนางรมที่กินไปก็ย่อยหมดแล้ว​ เลยแวะกินกระเพราทะเล​ และผัดผงกะหรี่คนละจานก่อนกลับบ้าน

ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้าครับผม...