มูลค่าเงินตามเวลา

หรือ Time Value of Money ( TVM )

รูปภาพหน้าปกโดย nattanan23 จาก Pixabay

มูลค่าเงินตามเวลา

รูปภาพโดย nattanan23 จาก Pixabay

มูลค่าเงินตามเวลา เอานิยามตามหนังสือหรือวิชาการนะ คือ มูลค่าของการชดเชยจากการนำเงินไปลงทุน ในเวลาที่กำหนด                                               ภายใต้แนวคิดนี้เงินจะมีมูลค่าต่างๆกัน ตามเวลาที่ต่างกัน  (ที่มา:TSI)

นี่คือนิยามนะ ก็ยังฟังดูยากเลย เอาสูตรคำนวณมาดูหน่อย

FV = PV x (1+i)^n   (คือ 1+i ยกกำลัง n นะครับ)

FV = มูลค่าอนาคต

PV = มูลค่าปัจจุบัน

i = อัตราคิดลด (อัตราผลตอบแทน)

n = จำนวนครั้งของการทบต้น (จำนวนครั้งที่ได้รับผลตอบแทน)

 

โอะโอ๊ะโอ๊ะโอ้ย น่ากลัวจังเลย ถ้าจะอธิบายจากสูตรน่าจะใช้เวลานาน เอาง่ายๆอย่างนี้ดีกว่า ตัวอย่างเช่น สมัยคุณพ่อผมรับราชการใหม่ๆ น่าจะสัก 50 ปีที่แล้วเงินเดือนท่าน 400 บาท ซึ่งจะซื้อทองได้ 1 บาท ปัจจุบันทองราคาประมาณบาทละ 20,000 บาท นั้นหมายความว่า 400 บาท เมื่อ 50 ปีที่แล้ว จะมีค่าเท่ากับ 20,000 บาท ในปัจจุบัน ถ้าหากเราเทียบจากราคาของทองคำจำนวน 1 บาท นี่แหละคือมูลค่าของเงินตามเวลา

Advertisement

Advertisement

มูลค่าเงินตามเวลารูปภาพโดย image4you จาก Pixabay

เอาอีกตัวอย่างดีกว่า ถ้าผมให้เงินพวกคุณ 100 บาทวันนี้ กับ สัญญาว่าจะให้ 100 บาท ในอีก 1 ปี ข้างหน้า คุณจะเอาอันไหน บางคนบอก เอาวันนี้ เพราะกลัวผมเบี้ยว ถ้าไม่คิดถึงเรื่องผมจะเบี่ยวในอีก 1 ปีข้างหน้า คุณจะเอาแบบไหน??? ซึ่งถ้าไม่คิดถึงเรื่องมูลค่าเงินตามเวลาเงิน 100 บาท เวลาไหนก็เท่ากัน แต่ถ้าเราเอาเรื่องมูลค่าเงินตามเวลาเข้ามาคิด เราจะต้องพิจารณาใหม่ ว่าเพราะอะไรถึงเลือก 100 บาทในวันนี้ หรือเลือก 100 บาท ในอีก 1 ปี เพราะมูลค่ามันจะไม่เท่ากับ 100 บาทแล้ว ทำไมหละ??? ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคืออัตราเงินเฟ้อ อะไรคือเงินเฟ้อ

Advertisement

Advertisement

เงินเฟ้อคือ ภาวะที่ระดับราคาของสินค้าและบริการโดยทั่วไปมีแนวโน้มสูง ขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการสูงขึ้นของระดับราคาในเกือบทุกหมวดของสินค้าและบริการ ทำให้อำนาจซื้อของเงินที่อยู่ในมือของประชาชนลดลง กล่าวคือ เงินจำนวนเท่าเดิมใช้จับจ่ายซื้อหาสินค้าและบริการได้ในปริมาณที่น้อยลง (ที่มา: http://www.elearning.msu.ac.th)

ช่วงที่ผ่านมาอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ประมาณร้อยละ 2 ต่อปี คืออะไร 100 บาทในวันนี้ เอาอัตราเงินเฟ้อเข้ามาคิด ผ่านไป 1 ปี เงิน 100 บาท จะมีค่าลดลงไปร้อยละ 2 หรือ 2 บาท ทำให้เงิน 100 บาท มีมูลค่าเหลือเพียง 98 บาท นี่คืออยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไรเลยนะ

อ้าวมาถึงตรงนี้มีคนเริ่มตอบผมว่าเอา 100 บาทวันนี้ ผ่านไป 1 ปี มูลค่า เหลือ 98 บาท อย่างนี้ไปเอา 100 บาทอีก 1 ปีข้างหน้าดีกว่า ???        ถูกต้องนะครับ ถ้าเราได้เงิน 100 บาทมาแล้วอยู่เฉยๆ มูลค่ามันจะลดลงไปตามอัตราเงินเฟ้อ ดังนั้นรอเอา 100 บาทอีก 1 ปีดีกว่า                        แต่ถ้าเราเอา 100 บาทที่ได้ในวันนี้ ไปทำอะไรต่อหละครับลองสมมุติหลายๆตัวอย่างแล้วมาพิจารณากันดูนะครับว่าจะเลือกแบบไหน

Advertisement

Advertisement

มูลค่าเงินตามเวลา

รูปภาพโดย NikolayFrolochkin จาก Pixabay

100 บาท ฝากธนาคารแบบออมทรัพย์ ดอกเบี้ยตอนนี้ประมาณร้อยละ 1 ต่อปี ผ่านไป 1 ปี เงิน เพิ่ม 1 บาท กลายเป็น 101 บาท หักเงินเฟ้อ 2 บาท  เหลือมูลค่าเงิน 99 บาท อ้าวอย่างนี้รอเอาเงิน 100 บาทเมื่อผ่านไป 1 ปี ดีกว่า มูลค่าสูงกว่า ฮ่าๆๆๆ มาถึงตอนนี้เริ่มได้คำตอบเล็กๆในใจแล้วหรือยัง ว่าควรจะลงทุนยังไง อย่างน้อยอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ฝากเงินไว้เฉยๆ เพราะแม้แต่ดอกเบี้ยเงินฝากปัจจุบัน ฝากประจำแบบไม่ถอนเกินกว่า 2 ปี หรือ 24 เดือน ยังได้ดอกเบี้ยไม่ถึงร้อยละ 2 ต่อปีเลย แล้วถ้าได้ 100 บาท มาวันนี้แล้วเอาไปลงทุนอย่างอื่นหละ เอา 100 บาท ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่มีผลตอบแทนประมาณร้อยละ 4.5 ต่อปี นั้นคือ 1 ปี ได้ผลตอบแทน 4.5 บาท เมื่อลบเงินเฟ้อประมาณ 2 บาท ก็ถือว่ากำไรมา 2.5 บาท เริ่มน่าสนใจนะ

เอา 100 บาท ไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี (2552-2561) อยู่ที่ประมาณร้อยละ 12 (ต้องเลือกหุ้นที่มีทิศทางราคาเหมือนกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์เลยนะเดี๋ยวมาอธิบายเพิ่มเติมทีหลัง) นั้นคือ 1 ปี เราจะได้ผลตอบแทน 12 บาท ถ้าลบเงินเฟ้อ 2 บาท ก็ถือว่าได้กำไร 10 บาท มิน่าคนเล่นหุ้นถึงรวย แต่ก็ไม่ทุกคนนะ เอา 100 บาท ไปลงทุนในหุ้นที่พื้นฐานดีๆ ตัวอย่างเช่น CPN บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เอาง่ายๆก็คือกลุ่มห้างเซ็นทรัล นั้นแหละ อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี อยู่ที่ ร้อยละ 47 ผมพิมพ์ไม่ผิดนะครับ ร้อยละ 47 เพราะ ราคาหุ้นเมื่อ 10 ปีก่อนอยู่ที่ประมาณ 12.5 บาท ตอนนี้ประมาณ 71.25 บาท เพิ่มขึ้น 58.75 บาท คิดเป็น 470% หรือเฉลี่ยร้อยละ 47 ต่อปี นั้นคือ 1 ปี ได้ผลตอบแทน 47 บาท ลบเงินเฟ้อ 2 บาท ก็ถือว่าได้กำไร 45 บาท โอ้โห รวยๆๆๆ นี้ขนาดยังไม่รวมเงินปันผลที่จ่ายด้วยนะนี่ ลง 100 บาท ได้ 47 บาท รวยอย่างเดียว นี่แค่คำนวณอย่างหยาบๆนะครับ ถ้าคำนวณตามสูตรอย่างละเอียดอาจแตกต่างกันเล็กน้อย แต่แค่อยากให้เห็นเป็นแนวทางเปรียบเทียบ และอย่าลืม

"การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุน"

มีตัวอย่างอื่นๆอีก เช่น เอา 100 บาทไปปล่อยกู้ร้อยละ 10 ต่อเดือน ได้ดอกเบี้ยเดือนละ 10 บาท ผ่านไป 1 ปี ได้ดอกเบี้ยเท่ากับ 120 บาท ลบเงินเฟ้อ 2 บาท ก็ถือว่าได้กำไร 118 บาท ดีกว่าลงทุนในหุ้น เซ็นทรัลอีก ฮ่าๆๆๆๆ แต่มีความเสี่ยงเก็บเงินต้นคืนไม่ได้

เอา 100 บาท ซื้อ ล็อตเตอรี่ ผ่านไป 1 ปี ไม่เหลือเงินแล้วเพราะไม่ถูกตั้งแต่งวดแรก แต่ถ้าถูกรางวัลที่ 1 หละ 6 ล้านบาท คุ้มโคตรๆ                  แต่ก็มีสิทธิหมดเงินในวันเดียว อย่างที่เค้าบอกไว้ว่า High Risk High Return การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงจะมีอัตราผลตอบแทนที่สูง

เริ่มเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ เรื่องของมูลค่าเงินตามเวลา รวมถึงปัจจัยพื้นฐานที่เราต้องทำมาพิจารณาด้วย จะลงทุนอะไรหรือไม่ลงทุนอะไรก็ตาม ต้องคิดพิจารณาให้ดีให้รอบครอบ รูปแบบการลงทุนมีมากมายจริงๆ และควรที่จะลงทุนโดยการเลือกลงทุนอะไรสักอย่าง อย่างน้อยที่สุดควรได้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ เพราะไม่เช่นนั้น มูลค่าของเงินของเราจะลดลงไปตามกาลเวลานะครับ