Photo by Jared Rice on Unsplash

ร่างกายของมนุษย์ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน โดยไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียวเพื่อรักษาสภาพดีที่สุดสำหรับร่างกายเอาไว้ และเพื่อให้ร่างกายของเราทำงานอย่างแข็งขัน ออกซิเจนจะเป็นตัวกลางในการดูดซึมสารอาหารและช่วยขจัดสารพิษที่เข้าสู่ร่างกายให้สลายออกไป

เมื่อเราเป็นหวัดร่างกายจะคอยจัดการกับไวรัส เมื่อเราเป็นแผลร่างกายก็จะฟื้นฟูช่วยปิดปากแผลให้ ว่ากันว่าแม้แต่คนที่มีสุขภาพแข็งแรงก็มีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้นใหม่ร่างกายประมาณวันละ 5,000 เซลล์ แต่ที่ยังไม่เป็นมะเร็งก็เพราะมีพลังในร่างกายคอยช่วยจัดการเซลล์มะเร็งเหล่านั้นอยู่

Photo by Erik Brolin on UnsplashPhoto by Erik Brolin on Unsplash

สิ่งเหล่านั้นเป็นระบบภูมิคุ้มกันและกลไกการป้องกันตัวเองที่ “ที่พยายามจะทำให้ร่างกายของเราดีขึ้นตลอดเวลา” ซึ่งเรียกรวม ๆ ว่าพลังงานฟื้นฟูตัวเอง ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่พลังงานฟื้นฟูร่างกายก็จะอยู่กับเราตลอดชีวิต แต่การใช้ชีวิตที่ไร้ระเบียบ เช่น กินอาหารอย่างไม่เหมาะสม เครียด หรือนอนไม่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้จะเข้าไปรบกวนพลังงานหลังฟื้นฟูตัวเองจนมันเสื่อมประสิทธิภาพลงได้

Advertisement

Advertisement

วิธีการฟื้นฟูร่างกายด้วยพลังของตัวเอง ล้วนแต่เป็นความเชื่อในพลังงานฟื้นฟูของตนเอง โดยการเสริมพลังดังกล่าวให้ร่างกายมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั้น ไม่มีผลข้างเคียงและไม่ทำให้ร่างกายรู้สึกว่าหนักเกินไปอีกด้วย ดังนั้นหากเราจัดเตรียมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมแก่ร่างกาย พลังงานดังกล่าวก็อาจมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าที่เคยจินตนาการไว้ก็เป็นได้

Photo by Form on UnsplashPhoto by Form on Unsplash

การฟื้นฟูพลังร่างกายด้วยตัวเอง หนึ่งเดียวคือการหายใจนำออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกาย เพราะออกซิเจนจะเป็นตัวกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะภายในทุกส่วน รวมถึงยังช่วยให้อวัยวะทำงานอย่างเป็นปกติ ดังนั้นการหายใจนำออกซิเจนบริสุทธิ์จึงเป็นยาที่ดีที่จะทำให้ร่างกายของเราฟื้นฟูได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Advertisement

Advertisement

สำหรับวิธีปฏิบัติในการฟื้นฟูร่างกายด้วยพลังของตัวเองมีจำนวนมาก แต่ที่ทำได้ง่าย ๆ ที่บ้านด้วยตัวเองคือ นั่งสมาธิ แต่จะต้องนั่งสมาธิอย่างถูกวิธี โดยเริ่มจากจัดการสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม จัดพื้นที่ที่สงบในบ้าน ไม่ร้อนไม่หนาวจนเกินไป และนั่งสมาธิโดยกำหนดลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ การหายใจที่ถูกต้องคือ สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดโดยใช้จมูก และปล่อยลมหายใจออกให้สุดปอดทางปาก จึงจะเป็นวิธีที่ถูกต้อง 

นอกจากนี้การทำสมาธิจะต้องปล่อยจิตใจให้ว่าง ตั้งสมาธิอยู่กับปัจจุบันจิตใจแน่วแน่ ไม่วอกแวกไปกับสิ่งรอบกาย ค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยกับความเงียบ ทุกครั้งที่หายใจให้โฟกัสหรือตั้งสติอยู่กับการเคลื่อนไหวอวัยวะภายในจึงจะทำให้การหายใจเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง ทั้งนี้การนั่งสมาธิควรทำให้ได้อย่างน้อย 5-10 นาทีขึ้นไป จึงจะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้อย่างดี

Advertisement

Advertisement

Photo by Carl Newton on UnsplashPhoto by Carl Newton on Unsplash

นอกจากออกซิเจนแล้ว สภาพของจิตใจก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ทำให้เรามีสุขภาพที่ดี หากสุขภาพจิตดีร่างกายของเราก็จะดีตาม ดังคำที่ว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว หากจิตเราเข้มแข็ง มีความคิดที่ดี จึงจะทำให้สุขภาพร่างกายของเราดีตาม

การฟื้นฟูร่างกายของตัวเองอาศัยทั้งการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และยังต้องอาศัยสุขภาพจิตที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการนั่งสมาธิ การกำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างถูกวิธี รวมไปถึงการกำหนดสมาธิให้อยู่กับปัจจุบันเป็นเวลาหนึ่งจึงจะทำให้ระบบการฟื้นฟูของตัวเองทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ