พลังประชารัฐ กล้าพอจะเขี่ยประชาธิปัตย์ ดึง “งูเห่า”เสียบแทนไหม ;นายหัวไทร

แผนดึงพรรคเพื่อไทย ควบคู่กับการตี 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านให้ย่อยสลาย ตามยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ เริ่มเห็นเป็นรูปร่าง เมื่อเริ่มปรากฏ “งูเห่า”ในสภาชัดเจน

ชัดยิ่งกว่าชัด จากการโหวตคว่ำญัตติที่สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44

เพราะหลังเสร็จสิ้นการโหวต พบ “งูเห่า” ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านโผล่ในสภา ต้องไล่จับกันวุ่นวาย เจอ 10 ตัวพล่านอยู่

“งูเห่า” ซีกฝ่ายค้านแหกมติพรรค และวิปฝ่ายค้าน เข้าไปลงชื่อแสดงตนให้ครบองค์ประชุมเพื่อเดินหน้าญัตติคว่ำ กมธ. 10 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 3 คน พรรคอนาคตใหม่ 2 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน ประชาชาติ 1 คน

Advertisement

Advertisement

ในจำนวน “งูเห่า” พบ ส.ส.ซีกรัฐบาลรวมอยู่ด้วย คือจากพรรคประชาธิปัตย์ “แหกมติพรรคร่วมรัฐบาล” ที่ลงมติ “เห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.” ให้กับฝ่ายค้าน 4 คน คือ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายอันวาร์ สา และ ส.ส.ปัตตานี และอีก 2 คน นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา และ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก ร่วมแสดงตนเป็นองค์ประชุม

6 คนจากพรรคประชาธิปัตย์จะตีความเป็นงูเห่าได้หรือไม่ แต่เพื่อความเป็นธรรม ต้องเข้าใจด้วยว่า เขาเหล่านี้ร่วมในการเสนอญัตติอยู่ด้วย จะไม่ยกมือให้ญัตติตัวเองหรือ อย่างเทพไท ก็ประกาศชัดว่า อุดมการณ์ของพรรค 70 กว่าปีสำคัญกว่าอื่นใด

หลังจากล่มญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบ ม.44 ลงได้แล้ว พร้อมกับเสียงจากฝ่ายค้านร่วมด้วย และพรรคประชาธิปัตย์โหวตสวนมติวิป ข่าวลือ ข่าวปล่อย เรื่องพรรคพลังประชารัฐ “เปิดเกม” เขี่ยพรรคประชาธิปัตย์พ้นพรรคร่วมรัฐบาลก็ดังหนาหู

Advertisement

Advertisement

ดังหนาหูว่า “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน”
รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขานุการพรรค ไม่สามารถคุมพรรคให้อยู่หมัด จึงต้องแก้เผ็ดด้วยการยึดเก้าอี้รัฐมนตรีคืน คงไว้เฉพาะรัฐมนตรีในประชาธิปัตย์ สาย กปปส. ซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้มีบารมีในพลังประชารัฐ

ถึงขนาดมีข่าวเฉลิมชัย “ป่วย-ท้อ”อาจจะวางมือทางการเมือง หรือถอยตัวจากการร่วมรัฐบาลด้วยซ้ำ แต่เฉลอมชัยออกมายืนยันเสียงแข็งในวันที่เพื่อนชาวใต้ เดินทางไปให้กำลังใจว่า ยังเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป และมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาเกษตรกร และคุยกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐตลอดเวลา

Advertisement

Advertisement

แม้ข่าวลือดังกล่าวมีความเป็นไปได้ต่ำในชีวิตจริง เพราะ 53 เสียงของประชาธิปัตย์ ยังมีความหมายเชิงนัยสำคัญของฝ่ายรัฐบาลในเวลานี้

แผนเฉดหัวประชาธิปัตย์ จึงน่าจะเป็นเพียงแค่เกม “ขู่” ให้พรรคประชาธิปัตย์อยู่กับร่องกับรอยและกระทบชิ่งไปถึง “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฏร แต่ก็ไม่อาจประมาทไม่ได้

เกมโหวตชอตต่อไปที่รัฐบาลจะต้องใช้เสียงในสภา คือ การโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เครียดถึงขนาดต้องหยอดน้ำมันกัญชาและศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ดังนั้น การปรับคณะรัฐมนตรีจะเกิดขึ้นหลังเสร็จศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะฉวยจังหวะที่ฝ่ายค้านซักฟอกรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล แล้วปรับ ครม.ในคราวเดียว ซึ่งสามารถวัดพลังจำนวนมือในสภาได้ด้วย

ขณะเดียวกัน แผนดึงมือจากเพื่อไทยของ “พลังประชารัฐ” ที่เดินเกม “ใต้ดิน” เพื่อดึงเสียงจากพรรคฝ่ายค้านไว้ใช้งานโหวต 2 ศึกสำคัญ ได้สำแดงให้เห็นแล้วจากจำนวน “งูเห่า” มี ส.ส.เพื่อไทยตีมึนแหกมติ ยกมือให้ฝ่ายรัฐบาล 3 ราย จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

ขณะที่ความแน่นอนภายในพรรคเพื่อไทย ก็ปั่นป่วนจนอลหม่าน จากรอยร้าวภายใน ท่อน้ำเลี้ยงไม่ลงสู่พื้นที่ นายใหญ่ปล่อยวาง แกนนำเน้นภาพลักษณ์มากกว่าเห็นใจ ส.ส.สภาพในพรรคไม่คึกคักเหมือนก่อน แถมระส่ำด้วยซ้ำ

เศรษฐกิจใหม่
เศรษฐกิจใหม่ แม้จะมีเสียงแข็งจาก“มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” อดีตหัวหน้าพรรค แตอีก 4 คน ยกมือพรึบ หลังจากนั้นแม้แต่หัวหน้าพรรค ก็ยังเอียงมาข้าง 4 เสียงด้วยซ้ำ มีแค่ “มิ่งขวัญ” อยู่ 1 เสียง ที่ปักหลักกับฝ่ายค้าน

หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน “มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์” กล่าวถึงการถูกทาบเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

“ผมก็รออยู่ครับ ยังไม่มีใครโทร.มา เราเป็นผู้น้อย ถ้าผู้ใหญ่จะชวนก็ต้องปรึกษาหารือกันในพรรคว่าจะอย่างไร ตอนนี้จุดยืนของเราอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน ถ้าเราไปร่วมรัฐบาล เราจะประกาศให้ชัดเจน ถ้าไม่มีการเสนอเก้าอี้รัฐมนตรี แต่พรรคสามารถผลักดันนโยบายการทำงานได้ก็ยินดี ซึ่งพรรคไม่เคยเปลี่ยนจุดยืนที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ไปต่อได้”

คำพูดนี้สะท้อนว่า เศรษฐกิจใหม่
” รอรัฐบาลกวักมือเรียก”

ในส่วน “อนาคตใหม่” คนโหวตสวนมติพรรค-วิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยังคงเป็นหน้าตาเดิม “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรค กล่าวว่า “หากยังโหวตไม่ตรงตามมติพรรค ครั้งต่อไปคงส่งเลือกตั้ง”

ตราบใดที่ ส.ส.งูเห่าสีส้มหน้าเดิมยังไม่พ้นพรรค ก็มีสิทธิที่จะยกมือโหวตให้ซีกรัฐบาลอีกหลายยก

พลังประชารัฐแกนนำรัฐบาล ต้องเตรียมรับศึกอีกหลายด้านในศักราชใหม่นี่ ทั่งโหวต พรบ.งบประมาณ โหวตไม่ไว้วางใจ และ 12 มกราคม 2563 ก็จะมี “วิ่ง ไล่ ลุง”ตามมาอีก

ด้วยความเคารพ
นายหัวไทร
16 ธันวาคม 2562