เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดิฉันยังคงหาคำตอบให้แก่ตัวเองไม่ได้ ถึงเหตุการณ์หลายๆเหตุการณ์ ที่ได้เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาหลายสิบปี และดูไม่มีท่าทีที่จะจบสิ้น 

ในวัยเด็ก เมื่อดิฉันถูกพี่ๆแกล้ง และพ่อมักจะตัดบททำโทษทุกคนด้วยความรำคาญ ค่ำคืนของเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้นมักจะจบด้วยการนอนร้องไห้เงียบๆคนเดียว เสียใจที่ไม่มีใครรัก ไม่มีใครอยากเล่นด้วย การอธิษฐานขอพรให้โตขึ้นชีวิตได้หลุดพ้นจากความทุกข์นี้ เป็นสิ่งที่เธอทำอยู่เสมอเงียบๆในใจ 

จนกระทั่งวันนึง ขณะที่เธอร้องไห้ ในโสตประสาทของเธอก็ปรากฏภาพความอบอุ่นใจ ภาพของตัวเธอเองอีกคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส คอยปลอบใจเธอเสมอทุกครั้งที่ร้องไห้ "เรารักเธอนะ ไม่เป็นไรนะ เรามีกันนะ เราเข้าใจกันนะ" 

เมื่อเวลาผ่านเลยไป เพื่อนคนนั้นก็ถูกลืมเลือนไป...จนหมดสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันที่เด็กคนนั้นได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ เพื่อนในจินตนาการของเธอก็ได้กลับมาปรากฏตัว แต่ในครั้งนี้ เธอกลับไม่ได้สร้างความอบอุ่นใจ ความสบายใจให้เธอ เหมือนดังก่อน

Advertisement

Advertisement

ดิฉันเห็นภาพผู้หญิงหนึ่งคน ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีใบหน้าเหมือนกันกับดิฉัน เธอคนนั้นไม่เคยพูดอะไร มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยือกให้สยองใจทุกๆครั้งที่ภาพเธอปรากฏ

"หรือเราจะมีฝาแฝดที่ตายในท้องแม่?" ดิฉันเริ่มสงสัยหนักเมื่อภาพเธอปรากฏถี่ชัด ทั้งในความคิดและความฝัน 

เมื่อฉันกลับบ้านต่างจังหวัด ก็ไม่รอช้า รีบถามแม่ให้หายสงสัย

"ไม่มี" แม่ตอบด้วยความมั่นใจ 

"ถ้าจะแท้งก็มีตอนก่อนมีพี่คนโต"  

แต่ถึงอย่างนั้นภาพเธอก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ดิฉันสวดมนต์ หรือในเวลานั่งสมาธิ แต่เธอไม่ได้มาแบบสวยๆดูดีๆนี่สิ บ่อยครั้งที่เวลานั่งสมาธิเธอจะมาปรากฏกาย เอามือแหวกท้องให้ไส้ไหลตกลงมากองอยู่ตรงหน้าดิฉันซะอย่างนั้น  เห็นแล้วชวนอ้วกจริงๆ แม้จะพยายามจะพิจารณาให้เป็นอสุภกรรมฐานก็แล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าใจ ว่าทำไมสิ่งเหล่านี้ต้องเกิดขึ้นกับตัวฉันด้วย...ไม่ชอบเลย  แม้เธอจะปรากฏกายบ่อยๆในเวลาทำสมาธิ แต่เอาจริงๆแล้วเวลาไหนๆเธอก็สามารถโผล่ขึ้นมาในโสตประสาทของดิฉันได้เสมอ และแต่ละครั้งก็ไม่ได้มาในสภาพน่ารื่นรมย์เลย

Advertisement

Advertisement

ดิฉันหงุดหงิดมาก ทำไมต้องมาเห็นภาพอะไรแบบนี้ หรือเรามีอาการทางจิตถึงได้เห็นอะไรแบบนี้ในหัว ดิฉันได้แต่อารมณ์เสียกับสิ่งที่ตัวเองเป็น ทุกข์ใจไม่อยากให้ตัวเองเป็นแบบนี้ กลัวตัวเองจะเป็นบ้าเสียสติไปในที่สุด แต่เพราะมัวแต่ทำงานจนไม่มีเวลา ไปพบจิตแพทย์ จึงต้องจัดการกับปัญหานี้ด้วยการไม่ใส่ใจไปพลางๆก่อน เมื่อภาพเธอปรากฏดิฉันก็จะเปลี่ยนภาพในหัว ให้ตัวเองเห็นภาพอื่นแทน 

Advertisement

Advertisement

"อยู่ก็อยู่ไปสิ ช่างมัน" ดิฉันได้แต่โมโหที่ไม่สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ 

เหมือนวิธีนี้จะได้ผล ในที่สุดดิฉันก็ลืมเลือนเรื่องเธอไป เพราะมัวแต่ทำงานยุ่ง แต่แล้วเรื่องราวของเธอก็กลับเข้ามาอีกครั้ง ผ่านการอ่านไพ่ทำนาย   ดิฉันมีหมอดูที่สนิทสนมคุ้นเคยกันราวกับเป็นญาติมิตร  ดิฉันดูดวงกับคุณป้าตั้งแต่ค่าดู 60 บาท จนกระทั่งตอนนี้ค่าดู 200 บาท คุณป้าสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆในชีวิตของดิฉันได้ดี เอ็นดูและหวังดีกับดิฉันตลอดมา ดิฉันมักจะแวะเวียนไปดูดวงกับคุณป้าอย่างน้อยปีละครั้ง หากอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะช่วงก่อน หรือหลังวันเกิด 

ในวันนั้น นอกจากการอ่านไพ่เกี่ยวกับเรื่องทั่วๆไปในชีวิตแล้ว คุณป้ายังบอกว่า "หนูมีสิ่งที่มองไม่เห็นดูแลอยู่นะคะ เป็นผู้หญิงนะคะ เขาคอยดูแลหนูมานานแล้วนะคะ คอยติดตามอยู่ตลอดเลยนะคะ" 

แน่นอนค่ะ ดิฉันคิดถึงเธอขึ้นมาทันที และไม่คิดเลยว่า เรื่องราวแบบนี้จะปรากฏในการอ่านไพ่ของคุณป้า

"เขาเป็นใครเหรอคะ" ดิฉันถามคุณป้า

"ไพ่เขาไม่ได้บอกนะคะ" คุณป้าตอบ 

"คือหนูสงสัยว่าเขาอาจจะเป็นฝาแฝดของหนูรึเปล่า แต่แม่บอกว่าไม่มี หนูเห็นผู้หญิงคนนึงมาตลอดเลยค่ะ แล้วเขาก็หน้าตาเหมือนหนูด้วย" ดิฉันพูดพลางคิ้วขมวดพลาง

คุณป้าตอบเพียงแค่ "เหรอคะ ป้าไม่รู้จะบอกยังไงเลยค่ะ ไพ่ไม่ได้บอกเลยค่ะ" 

ดิฉันได้แต่นิ่ง และยิ่งงงหนัก "มาดูแลอะไรกัน ดูแลยังไง ชีวิตก็ซวยปกติหนิ น่ากลัวก็น่ากลัว ไม่เห็นอยากมีเลย" ดิฉันได้แต่อารมณ์เสีย มองไม่เห็นสรรพคุณอันดีงามจากการมีสิ่งที่มองไม่เห็นคอยติดตาม  แต่นั้นนับเป็นครั้งแรก ที่มีคนอื่นกล่าวถึงการมีอยู่ของเธอ และยิ่งทำให้ดิฉันสยองใจขึ้นไปอีกขั้น...

นอกจากนี้ ยังมีหมอดูอีกหลายๆคน ทักเรื่องเป็นคนมีองค์อีกหลายครั้ง แต่ดิฉันก็ไม่เห็นสาระประโยชน์ใดๆ จากการเป็นคนมีองค์ดังที่เขาว่ากันเลยจริงๆ ไม่ช่วยให้พ้นทุกข์ใดๆทั้งสิ้น และไม่เคยช่วยให้เกิดสติปัญญาใดๆทั้งนั้น 

ไม่นานหลังจากนั้น ระหว่างที่ดิฉันนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงนอน ในขณะที่เพื่อนร่วมห้องของดิฉันและพี่สาวของเขากำลังนั่งดูทีวีอยู่  เพื่อนร่วมห้องของดิฉันก็พูดขึ้นมาว่า "เมื่อกี้ได้ลุกขึ้นยืนรึเปล่า"  "ไม่หนิ ทำไมเหรอ" ดิฉันผละจากหนังสือเงยหน้าขึ้นมาตอบ  "อ๋อ..เปล่า ไม่มีอะไร... นึกว่าลุกขึ้นมา" เพื่อนร่วมห้องของดิฉันตอบ "ผีหลอกๆ ไปอาบน้ำดีกว่า" เพื่อนร่วมห้องทำเสียงตลก พลางลุกขึ้นเดินท่านกแพนกวินไปอาบน้ำ  ดิฉันและพี่สาวเพื่อนยิ้มขำชอบใจ ก่อนจะหันกลับไปอ่านหนังสือ ดูทีวีต่อ

แต่ไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น ในคืนหนึ่ง ขณะที่ดิฉันกำลังนอนอ่านหนังสืออยู่ที่พื้นห้อง พี่สาวของเพื่อนร่วมห้องของดิฉัน ซึ่งนอนหลับอยู่ข้างๆดิฉันก็ตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางตื่นตระหนก "เธอ! เมื่อกี้ พี่ฝันเห็นผู้หญิงคนนึง หน้าตาเหมือนเธอเดี๊ยะๆเลย นั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว มองมาที่เธอ พี่เลยถามว่าเป็นใคร มาทำไม เขาบอกว่าเขามาดูแลเธอ" พี่สาวเพื่อนร่วมห้องเล่าไปขนลุกไป "เธอเคยเห็นเขาไม๊ เขาเป็นใคร พี่กลัวมาก" พี่สาวเพื่อนร่วมห้องตาเบิกโพล่ง 

ดิฉันได้แต่นิ่งเงียบ คิดไม่ออกว่าจะเรียบเรียงเรื่องราวอย่างไร และยังไม่ทันจะได้เล่าอะไร เพื่อนร่วมห้องของดิฉันก็เอ่ยขึ้น

"เธอ จำได้ไม๊ ที่วันนั้นเธอนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง แล้วเราถามเธอ ว่าเธอลุกขึ้นยืนรึเปล่าอะ" 

"อือ... จำได้ ทำไมเหรอ" ดิฉันถามตอบ ด้วยความสงสัย 

"คือ เราเห็นเธอลุกขึ้นยืน แล้วก็หายไป ตรงตู้เสื้อผ้าอะ ทีแรกเราก็ไม่แน่ใจเพราะไม่ได้ใส่แว่น แต่ความสูงขนาดนั้น ผอมๆ แบบนั้น ในห้องเราก็มีแค่เธอคนเดียวอะ"  ดิฉันหารหอพักอยู่กับเพื่อนและพี่สาวเพื่อนสามคนค่ะ เพื่อนและพี่สาวเป็นสาวเอวหนา และสูงไม่มากนัก เมื่อเทียบกับร่างของดิฉัน จึงสามารถแบ่งแยกได้ชัดเจน แม้จะเห็นเพียงลางๆ  "แล้วพอมองที่เตียง เราก็เห็นเธอนอนอ่านหนังสืออยู่ เราเลยคิดว่าเราตาฝาด แต่พอฟังที่พี่สาวเราเล่าแล้ว เราว่าเราไม่ได้ตาฝาดแล้วหละ" "หะ...กลัว....ฮือ...." เพื่อนร่วมห้องทำหน้าจะร้องไห้แต่น้ำเสียงสนุกสนาน แม้กลัวจะจริงจังแต่ยังคงรักษาบุคลิกติดตลก เอาไว้อย่างเหนียวแน่น 

ดิฉันพิจารณาดูแล้ว จึงไม่เล่าเรื่องของเธอให้ทั้งคู่ฟัง เพราะไม่เห็นประโยชน์อะไรจากการเล่า นอกเสียจากจะยิ่งสุมไฟให้กับความกลัวของสองพี่น้องให้ยิ่งทวี และคงไม่มีใครกล้าหลับตาลงแน่ๆ 

ในคืนนั้น เราจึงปิดท้ายบทสนทนาด้วยเสียงหัวเราะ และพวกเราจึงได้ตกลงว่าจะเปิดไฟนอนจนกว่าจะหายกลัว แม้จะนอนหลับยากลำบาก และค่าไฟพุ่งสูงขึ้น เราก็ยินดี 

แม้เรื่องราวที่หอพักในคืนนั้นจะจบลงด้วยเสียงหัวเราะ และเรื่องราวของเธอก็ได้จางหายจากความทรงจำของคนทั้งคู่ในเวลาไม่ช้า แต่สำหรับดิฉันแล้ว เธอคนนั้นยังคงปรากฏกายในมโนจิต ไม่เคยจากไปเลย...