เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นนานแล้ว  แต่ก็จำได้ไม่เคยลืม ว่าครั้งหนึ่ง เคยมีบุญได้ช่วยผีให้ได้ไปเกิด 

จุดเริ่มต้น

  ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนั้น เรายังคบกับแฟนเก่าอยู่ ขอแทนชื่อแฟนเก่าว่าบี

เรากับบีทำงานอยู่ที่ชลบุรีด้วยกัน  บีเป็นคนกรุงเทพฯ ครอบครัวของบีอยู่ที่นั่นทั้งหมด     เรากับบีจะไปค้างที่กรุงเทพฯกันเดือนละครั้ง ทุกๆครั้งที่ไปค้าง  ก็ไม่เคยเจออะไรนอกจากเสียงเด็กวิ่งเล่นตอนกลางคืนเท่านั้้น (แม่ของบีเลี้ยงกุมาร )

แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิม

บ้านบ้านของบีเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้  อยู่กัน  8 คน มีพ่อแม่ พี่สาวน้องสาวและหลานๆ 

 ทุกครั้งที่เราไปจะได้นอนชั้นบน  เป็นที่ประจำของเราอยู่แล้ว   ก้าวแรกที่เราเหยียบขึ้นไปข้างบน  เรารู้สึกขนลุกซู่โดยไม่รู้สาเหตุ สิ่งแรกที่เราเห็นก็คือตรงข้างที่นอนของเรา มีแผ่นไม้ กองอยู่ประมาณ 20 กว่าแผ่น จริงๆก็แอบเอะใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายเพราะเหนื่อยจากการเดินทาง หลังจากที่อาบน้ำเสร็จหัวถึงหมอนก็หลับทันที 

Advertisement

Advertisement

 

พบกันครั้งแรก

ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีก็คือสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ฟูมฟาย หลังจากที่ลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่มองเห็นก็คือหมอกสีเทาอืมครึมลอยอยู่เต็มห้อง มองไปที่ปลายเท้าก็ยังคงเห็นบี นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่เดิม  ตอนนั้นรู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้งขยับตัวไม่ได้เลย  แต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาก็คือ ผู้หญิงคนหนึ่ง ผมยาวๆใส่ชุดสีขาว นั่งกอดเข่าหันหลังร้องไห้ อยู่ข้างๆบี

เธอคือใคร?

เราเพ่งมองไปที่ผู้หญิงคนนั้น  ในขณะที่หู ก็ได้ยินเสียงของเธอร้องไห้หนักเหมือนเสียใจกับอะไรสักอย่าง พร้อมคำพูดขอโทษออกมาเป็นระยะ จับใจความได้ว่า "แม่ขอโทษนะลูก ที่แม่ปกป้องลูกไม่ได้   แต่ยังไงแม่นิดก็รักหนูนะดอน"

Advertisement

Advertisement

หลังจากนั้น อยู่ดีๆน้ำตาเราก็ไหล เราเริ่มร้องไห้ดังขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่เราร้องไห้มันรู้สึกเหมือนเสียอะไรไปสักอย่าง  ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัวหรือเธอต้องการให้เราได้ รู้สึกเหมือนที่เธอกันนะ  หลังจากที่เราร้องไห้บีก็วางโทรศัพท์ แล้วรีบลุกมาถามเราว่า "เธอ! เป็นอะไร ฝันร้ายหรอ? "

 ไม่! นี่ไม่ใช่ความฝัน

หลังจากที่เราตั้งสติได้เราก็เล่าให้บีฟังทุกอย่าง  เรากับบีกลัวมากเลยหอบเอาที่นอนลงไปนอนข้างล่างกับแม่ของบี แม่ของบีถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  เราเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง  แต่เขากลับหัวเราะแล้วหาว่าเราคิดไปเอง เราได้แต่นั่งส่ายหัว และปล่อยให้เขา คิดตามที่เขาคิดไป  ในขณะที่บีเชื่อเรา และมั่นใจว่าเราเห็นจริงๆ ใช่! นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเคยเห็นผี (เราเป็นคนจิตอ่อนจึงสื่อกับวิญญาณได้ง่าย)นิด การเจอกันครั้งที่ 2

Advertisement

Advertisement

หลังจากที่เรากลับมาจากกรุงเทพฯ  เราจะมีความรู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียวในบ้าน  เรามักจะได้ยินเสียงคนเดินขึ้นลงบันได หรือเสียงคนเปิดปิดประตูบ้าน ทั้งๆที่ช่วงเวลานั้นเราอยู่คนเดียวคนอื่นไปทำงานกันหมด เป็นแบบนั้นอยู่ 3 วัน

จนเข้าวันที่ 4   ในขณะที่เรานั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้อง  บีวิ่งขึ้นมาอย่างรีบร้อนและยื่นโทรศัพท์ให้เราหน้าตาตื่น  "เธอแม่โทรมามีเรื่องด่วน"

เรา: " ฮัลโหล! แม่ว่าไงจ๊ะ "

แม่: " หนู เรื่องที่หนูเล่าให้แม่ฟังมันเป็นเรื่องจริงนะลูก "

เรา:" เรื่องอะไรจ๊ะแม่ "

แม่:" เรื่องที่หนูเจอผี เอ่อ...ผีผู้หญิงที่ชื่อนิด ที่มีลูกชื่อดอนไงจำได้มั้ย"

เรา: "อ๋อ! จำได้จ้ะ แต่อ้าว!ไหนตอนแรกแม่ไม่เชื่อหนูไง "

แม่เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่เรากลับไปได้ 3 วัน มีร่างทรงที่เขานับถือมาจากอยุธยา มาหาญาติที่นี่และแวะมาหาแม่ของบี ตามประสาคนที่ไม่ได้พบกันนาน  ตอนแรกแม่ของบีเชิญร่างทรงท่านนั้นเข้าไปกินน้ำในบ้าน  ท่านเดินเข้ามาในบ้านแล้ว อยู่ดีๆก็เดินถอยหลังออกมา แล้วพูดขึ้นว่า "บ้านเอ็งมีผีอยู่นะ  ตั้ง2 ตนเลย วิญญาณเขาแรงมาก"

แม่ของบีเลยคัดค้านว่า" เป็นไปไม่ได้หรอกท่าน บ้านฉันมีเจ้าที่ ผีที่ไหนจะเข้ามาได้ เอ่อ..แล้วผีที่ว่าหน้าตามันเป็นยังไงล่ะ "  ร่างทรงตอบว่า "เขาเป็นผู้หญิงและเด็ก. เอ้อ!เด็กผู้ชายซะด้วย ผู้หญิงน่ะเขาชื่อนิด ส่วนเด็กเขาชื่อดอน. เขาไม่ได้มาให้เห็นเป็นตัวชัดๆหรอกแต่มาเป็นเงาดำๆ"

หลังจากที่แม่ได้ยินร่างทรงพูด แม่ตกใจมาก เพราะชื่อของผู้หญิงและเด็กชายคนนั้น ตรงกับที่เราเคยเล่าให้แม่ฟังเป๊ะเลย จะว่าเป็นเรื่องบังเอิญก็ไม่น่าใช่ เพราะร่างทรงท่านนั้นกับเราไม่ได้รู้จัก และไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่กลับพูดชื่อผู้หญิงและเด็กชายคนนั้นออกมาได้ตรงกันอย่างน่าเหลือเชื่อ ร่างทรงยังบอกอีกว่า "ที่เขาเข้ามาอยู่ในบ้านได้ เขาไม่ได้มาเองหรอก แต่มีคนเอาเขาเข้ามาต่างหาก เอ็งรู้มั้ย!" 

" อ้าว! แล้วใครเอาเขาเข้ามาล่ะ" น้องสาวของบีโพล่ง!ขึ้นมาด้วยความสงสัย ไม้

ความจริงคลี่คลาย

ร่างทรงจึงถามว่า"ข้างบนบ้านมีไม้อะไรกองเอาไว้อยู่หรือเปล่า เขาบอกว่าเขามากับไม้"  แม่ ยังไม่ทันตอบ ร่างทรงก็เดินขึ้นไปดูข้างบนทันที แม่ก็ตามขึ้นไปด้วย ปรากฏว่า ข้างบนมีไม้แผ่นกองที่เราเคยเห็นวางเอาไว้อยู่จริงๆ  ซึ่งมันทำให้แม่แปลกใจมากขึ้นไปอีก แม่ถามร่างทรงว่า "แล้วที่บอกว่าเขาแรงหมายความว่ายังไง" 

ร่างทรงบอกว่า" ก็เขาแค้น เขาว่าเขาทรมานมาก ตั้งแต่เขาตาย ก็ไม่มีใครทำบุญไปให้เขากับลูกเลย พอเขาได้มาอยู่ที่นี่ เขาพยายามจะบอก แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน จนเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาสื่อสารกับนังหนูได้ แต่นังหนูคนนั้นก็กลัวเขา 

"นังหนู! หมายถึงลูกสะใภ้ของฉันหรอจ้ะ"  แม่ทัก ร่างทรงบอกว่า" ใช่! เอ็งไปบอกนังหนูหน่อย ให้ไปทำบุญให้เขาซะ เขาอยากไปเกิด  ถ้าภายใน 7 วัน  ยังไม่ทำบุญไปให้เขา เขาจะเอาคนข้างๆตัวของนังหนูไปทีละคน! "

แม่ของบีก็ตกใจหน้าถอดสี พร้อมกับถามร่างทรงว่า "เขาอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรอแล้วเขาจะเอาใครไป "  ร่างทรงตอบว่า "เอ็งเข้าใจผิดแล้วเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ เขาตามนังหนูคนนั้นไป แล้วคนที่อยู่กับนังหนูคนนั้นก็คือลูกชายเอ็งใช่มั้ย?  " ใช่จ่ะ" แม่ตอบ  "นั่นแหละเขาจะเอาลูกชายเองไป! "  ร่างทรงพูดด้วยสีหน้า ที่จริงจัง 

นี่จึงเป็นสาเหตุให้แม่ของบี รีบโทรหาลูกชาย เพื่อขอคุยกับเรา เพราะลูกชายของเขา อยู่ข้างๆตัวเรา เขากลัวลูกชายเขาตาย หลังจากนั้นผ่านไปไม่ถึง2วัน เราก็ไปซื้อสังฆทาน นมและขวดนม พระประจำวันเกิด องค์ไม่ใหญ่มาก ตามที่ร่างทรงบอก. เอาไปถวายพระและ ได้กรวดน้ำให้เขาทั้งสองได้ไปเกิด

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เราก็ไม่เคยได้เจอเขาอีกเลย 

 

วันพีช(><)< p>

 

ขอบคุณ

เครดิตภาพจากเว็บ

https://kaijeaw.net

https://www.wood1972.com

http://oknation.nationtv.tv/blog/Nammchelsea/2008/07/16/entry-1