บาหลี เกาะสวรรค์ที่ใครๆก็อยากจะมาเยือนสักครั้งในชีวิต เพราะด้วยวิวสวยๆ และธรรมชาติที่ยังสวยงามและอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีศิลปะวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์อีกด้วย เกาะบาหลี เป็น1 ใน  34 จังหวัดของประเทศอินโดนีเซีย และมีเวลาที่เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง ใช้สกุลเงินรูเปียห์ สำหรับคนไทยฟรีวีซ่า สามารถอยู่ได้ถึง 30 วันเลยทีเดียว

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่านี้เป็นการเดินทางครั้งแรกของเราที่มาบาหลี ซึ่งจริงๆเป็นสถานที่ในฝันที่อยากจะมานานแล้ว ที่สำคัญไปกว่านั้น เคยมีแพลนว่าจะมาฮันนีมูนที่บาหลีกับแฟน!! แต่ก็มีเหตุ ให้ต้องเลิกรากันไปเสียก่อน จนวันหนึ่งจู่ๆก็มีเพื่อนชวนมาเที่ยว ก็เลยเซย์เยส!!ไป เอาเป็นว่ามากับเพื่อนก็คงจะฟินเหมือนกันละนะ 555  โดยทริปนี้เราเดินทางตั้งแต่วันที่ 11-17 มีนาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าพอดี แต่ก็มีการป้องกันเป็นอย่างดี และตอนนั้นบาหลีไม่ใช่พื้นที่เสี่ยง เริ่มกันที่วันแรก เราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าจากสนามบินดอนเมือง เพราะไฟล์บิน 6 หกโมงเช้า โดยใช้บริการของสายการบินแอร์เอเชีย ใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการเดินทางมาถึงสนามบินเดนปาซาร์ หลังจากรับกระเป๋าเสร็จเรียบร้อย ก็มีรถมารับไปที่พัก ที่เราจองกันไว้ เป็นวิลล่าค่ะ มีสระว่ายน้ำส่วนตัว สามารถทำอาหารทานเองได้ด้วย( ถ้าขยันทำอ่ะนะ)วิลล่า

Advertisement

Advertisement

  เราพักกันที่ Bali Antional Golf Club มีวิลล่าขนาดใหญ่ สวยงามและเงียบสงบมากๆ และยังมีบัตเล่อร์ถึง 2 คนคอยดูแลอีกด้วย ว้าวสุดๆ

วิลล่าวิลล่าของเราอยู่ในเขต นูซาดัว (Nusa Dua) เป็นคอมเพล็กซ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เป็นแหล่งรีสอร์ทหรูริมทะเล มีทั้งกอล์ฟ รีสอร์ท ร้านอาหาร ระดับห้าดาว ชายหาดที่กว้าง  ร้านค้า และพิพิธภัณฑ์รวมอยู่เป็นชุมชนเดียวกัน

Advertisement

Advertisement

ชายหาดและที่นี้ยังขึ้นชื่อเรื่องหาดเล่นกระดานโต้คลื่น ดำน้ำตื้น มีการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง อยู่ห่างจากสนามบินเดนปาซาร์เพียง 20 นาทีเท่านั้น

วิลล่า  พอเดินทางมาเหนื่อยๆเราก็เลือกที่จะพักผ่อนกันที่วิลล่าซะก่อน ใช้เวลาผ่อนคลายกับการเล่นน้ำที่สระ จิบเครื่องดื่มเย็นๆ พอตกเย็นก็ไปหาอะไรกินกันในเขตนูซาดัว ที่มีร้านอาหารมากมายให้เลือกตามใจชอบ มีทั้งร้านอาหารเอเชีย อาหารแบบตะวันตก อิตาเลี่ยน เมดิเตอร์เรเนียน เรียกได้ว่ามีครบจริงๆเราเลือกทานอาหารแบบอินโดนีเซียกัน อาหารส่วนใหญ่จะมีพวกเครื่องเทศเป็นส่วนผสมหลัก และมักจะมาพร้อมกับเครื่องเคียงหลายชนิด รสชาติอร่อยถือว่าถูกปากเลยทีเดียว

อาหารหลังจากอิ่มจากมื้อค่ำ เราก็เดินทางกลับที่พัก เพราะพรุ่งนี้เรามีแพลนที่จะไปนั่งชิงช้ากันที่อูบุด มาบาหลีทั้งทีจะพลาดกับการนั่งชิงช้า หรือ Bali swing ได้ยังไงละ ซึ่งเราแพลนที่จะออกเดินทางกันแต่เช้าเพื่อจะไปที่อูบุด โดยเช่ารถพร้อมคนขับหรือใครที่สะดวกจะเช่ารถแล้วขับเองก็ได้ แต่จะบอกว่าถนนที่บาหลีค่อนข้างเล็กและแคบมาก  และคนที่นี้ก็ขับรถเร็วกันมาก เอาเป็นว่าเช่ารถพร้อมคนขับจะดีกว่า แถมราคาก็ไม่แพงมากอีกด้วยสำหรับ 10 ชั่วโมง คิดเป็นเงินไทยแค่พันเจ็ดร้อยบาทเท่านั้น ส่วนเรื่องหารถพร้อมคนขับที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี เราให้บัตเล่อร์ของเราคนเป็นดูแลและจัดแจงทุกอย่างให้ค่ะ

Advertisement

Advertisement

อาหารเช้าหลังจากเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อย เราก็ทานอาหารเช้ากันก่อนออกเดินทาง ซึ่งบัตเล่อร์ของเราจะเตรียมอาหารเช้าไว้ให้เรียบร้อยบนโต๊ะ อาหารเช้าเราสามารถเลือกได้ค่ะว่า จะเอาแบบอเมริกัน หรือแบบอินโดนีเซีย พอทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็ขึ้นรถออกเดินทางกันไปที่อูบุด ใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าๆก็มาถึง ระหว่างทางจะสังเกตุได้ว่าชาวบาหลี มักจะนำของเซ่นไหว้มาวางไว้ตามหน้าบ้าน และมีรูปปั้นเทวรูปมากมายตามสถานที่ต่างๆ ผู้คนส่วนใหญ่บนเกาะนี้นับถือศาสนาฮินดู จึงมักจะมีการเซ่นไหว้เทพเจ้าและดวงวิญญาณค่ะ

เซ่นไหว้พอเดินทางมาถึง ก็มีนักท่องเที่ยมเยอะแยะพอสมควร เจ้าหน้าที่ก็เดินมาเข้ามาทักทายและให้คำแนะนำ พร้อมกับบอกให้เรากรอกรายละเอียดชื่อ นามสกุล ที่พักและบุคคลที่เราสามารถติดต่อได้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน จากนั้นก็จะมีคอร์สให้เราเลือกว่าจะเล่นแบบไหน ซึ่งจะมีชิงช้าให้เราเลือกเล่นทั้งสองฝั่ง จะเลือกฝั่งใดฝั่งหนึ่งหรือจะเล่นทั้งสองฝั่งก็ได้  ราคาไม่ต่างกันมาก ตรงจุดนี้จะมีชุดสวยๆให้เช่าอีกด้วย สำหรับใครที่อยากจะใส่ไว้ถ่ายรูปสวยๆตอนนั่งชิงช้า แต่สำหรับเราเตรียมชุด เตรียมหน้ามาพร้อม 555 (จะพลาดได้ไงละ )

กรอกข้อมูลหลังจากจ่ายเงินและกรอกรายละเอียดจนเสร็จแล้ว เราก็เดินลงไปด้านล่าง ซึ่งมีชิงช้า และรังนกหลายรูปแบบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลบอกว่าเราจะเล่นนานแค่ไหนก็ได้ ไม่มีจำกัดเวลา

ชิงช้าแรกๆก็เกิดอาการลังเลเหมือนกัน ชักจะกลัวๆหวาดๆเหมือนกัน แต่จ่ายตังค์มาแล้วก็ต้องเล่นให้คุ้มอ่ะนะ 555

ชิงช้าแต่ละจุดจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล และช่วยถ่ายรูปให้ด้วย หรือใครต้องการช่างภาพก็มีบริการให้ด้วยเช่นกัน แต่อาจจะต้องจ่ายเพิ่มนิดนึง

ชิงช้ามาเริ่มกันที่จุดแรก  ที่ดูแล้วไม่ค่อยน่าหวาดเสียวสักเท่าไหร่ แรกก็กล้าๆกลัวๆแต่พอได้เล่นแล้วติดใจ มันสนุกอ่ะ อยากมีไว้ที่บ้านจัง ฮ่าฮ่า

นั่งชิงช้าแรกๆก็เกร็งๆอ่ะนะ

นั่งชิงช้า หลังๆชักจะสนุกแล้วสิ ดูได้จากสีหน้า

ชิงช้าชิงช้ารังนกอันนี้ค่อนข้างหวาดเสียว แต่สนุกมากๆต้องลองค่ะ

นั่งชิงช้าความสูงมีให้เลือกหลายระดับ อยากได้แบบไหนเราก็สามารถบอกเขาได้เลยค่ะ

ชิงช้าเตรียมชุดมาอย่างดี พริ้วไมล่ะ

ชิงช้าสนุกสุดเหวี่ยงไปเลย

ชิงช้าหลังจากเล่นชิงช้ากันจนหนำใจแล้ว เราจะพลาดกับการถ่ายรูปสวยๆกับรังนกได้ไงล่ะ

รังนกตรงจุดนี้จะมีรังนกมากมายหลายแบบให้เลือกถ่ายรูปได้ตามใจชอบเลยค่ะ

รังนก ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม...

รังนกธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์มากๆ

รังนก

รังนก

รังนกรูปเยอะมากๆ.......

รังนกรังนกบางจุดที่อยู่สูงอาจจำเป็นต้องต้องปีนบันไดขึ้นไปหน่อย แต่เราก็ไม่หวั่น555 

รังนกชิงช้า

รังนก

หลังจากถ่ายรูปกันจนพอใจเสร็จเรียบร้อยแล้ว รูปเยอะมากๆเลยละ 555 ซึ่งวันนี้สนุกมากจริงๆกับการนั่งชิงช้าที่ พร้อมกับชมธรรมชาติที่สวยงาม และผู้คนที่นี้ก็น่ารักและเฟรนลี่ย์กันสุดๆ  รู้สึกว่าจะตกหลุมรักบาหลีขึ้นมาแล้วจริงๆ สินะ!! ซึ่งเป็นทริปที่มาแล้วประทับใจสุดๆเลยค่ะ  บาหลียังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเยอะ แล้วคราวหน้าจะพาไปชิมกาแฟขี้ชะมด กาแฟขึ้นชื่อของบาหลีกันค่ะ...

( เครดิตภาพ : ผู้เขียน )