น้าแมวหญิงวัยกลางคนมีอาชีพเป็นแม่บ้าน แกมีลูกสาววัยน่ารัก 4 ขวบอยู่ด้วย 1 คน ครอบครัวของน้าแมวถือว่าเป็นครอบครัวใหญ่ นอกจาก น้าแมว สามี ลูกสาว แล้วยังมี พ่อ แม่ น้าแมว ปู่ ย่า และน้าแมวยังมีน้องสาวอีก 2 คน โดยคนรองเพิ่งเรียนจบทำงานแล้วแต่ยังโสด ส่วนคนสุดท้องยังเรียนอยู่ในระดับมหาลัยปี 3

 เมื่อก่อนตอนน้าแมวยังไม่มีครอบครัวนั้นแกทำงานโรงงาน แต่พอแต่งงานแล้ว ท้อง คลอดลูก สามีของแกก็ให้เลี้ยงลูก และทำงานเป็นแม่บ้านไป

 แต่ในระยะหลังน้าแมวแกจะพูดปรึกษากับสามีและคนอื่นๆในบ้านว่าแกอยากจะกลับไปทำงานนอกบ้าน เพราะเริ่มเบื่อ ประกอบกับลูกสาวอยู่ในวัยกำลังโต กำลังกินกำลังนอน และไม่นานก็จะเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาล น้าแมวก็อยากจะทำงานหาเงินช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของสามี

 ไม่นานน้าแมวก็ได้ไปทำงานที่ร้านอาหารอีสานที่ตลาดข้างหมู่บ้าน ในระหว่างที่น้าแมวทำงานก็มีแม่ของแกเป็นคนดูแลลูกสาวให้

Advertisement

Advertisement

 ต่อมามีท่านผู้พิพากษาซึ่งอยู่บ้านพักที่หน้าหมู่บ้านน้าแมว ได้ประกาศหาแม่บ้านมาแทนคนเก่าที่ลาออกไปเพราะสุขภาพไม่ดี แม่ของน้าแมวทราบข่าว ก็อยากจะให้น้าแมวไปทำ เพราะงานแม่บ้านน้าแมวถนัดอยู่แล้วประกอบกับท่านผู้พิพากษาให้ค่าแรงอย่างดีด้วย

 และในที่สุดน้าแมวก็ได้มาทำงานเป็นแม่บ้าน บ้านท่านผู้พิพากษา ซึ่งน้าแมวต้องทำงานวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 น. - 15.00 น. หน้าที่ในแต่ละวัน ก็ทำความสะอาดบ้าน ปัด กวาด เช็ด ถู ซักเสื้อผ้า ล้างจาน เป็นต้น ซึ่งถ้าวันไหนงานเสร็จเร็ว น้าแมวก็สามารถพักผ่อนได้ตามสบาย

 และมีอยู่วันนึง วันนี้น้าแมวทำงานเสร็จเรียบร้อย ตั้งแต่บ่ายโมง เสร็จก่อนเวลา 2 ชั่วโมง น้าแมวก็อยากจะพักผ่อนโดยการนอน เพราะว่าวันนี้ก็มีอาการง่วงอยู่บ้าง

Advertisement

Advertisement

 น้าแมวก็ได้เอาหมอนมานอน โดยน้าก็นอนอยู่บริเวณหน้าประตูบ้านเลย เผื่อว่าใครมา หรือมีคนมาส่งของจะได้รู้

 

 น้าแมวหลับไปได้สักพักนึง ก็ต้องสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมา เพราะรู้สึกตัวว่าเหมือนมีอะไรมาสะดุดที่ขาตัวเองอย่างแรง พอน้าแมวลืมตาขึ้นมาเท่านั้นแหละ! น้าแมวก็ต้องตกใจอย่างอย่างสุดขีด ก็เพราะสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือ ร่างดำทมิฬ คล้ายผู้ชาย ตัวสูงๆ แต่มีแต่หน้า ไม่มีตา ไม่มีปาก จมูก กำลังล้มอยู่ต่อหน้า น้าแมว อึ้ง ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ตัวสั่น ขนตามตัวลุกไปหมด สักพักน้าแมวก็กรี๊ดดังลั่นบ้าน ตะโกนออกไปสุดเสียงแบบสั่นๆ ออกไป! ออกไป! จากนั้นไม่นานร่างดำๆนั้นก็ได้เดินออกประตูไปบริเวณหน้าบ้าน หลังจากนั้นน้าแมวรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนบริเวณห้องพระทันที

 น้าแมวมั่นใจว่าสิ่งที่ตนเห็นนั้นต้องไม่ใช่คนอย่างแน่นนอน น้าแมวยังจำสิ่งที่เห็นได้ดี น้าแมวเอาสิ่งที่ตนเองเห็นในวันนี้ ไปเล่าให้คนในครอบครัวฟัง ย่าของน้าแมวบอกว่า น่าจะเป็นเจ้าที่เจ้าทางนะ เขาน่าจะช่วยดูแล ปกป้องบ้านหลังนั้น เขาไม่ทำอะไรเราหรอก แต่ที่เป็นแบบนั้น เพราะว่าน้าแมวดันไปนอนขวางทางประตู ซึ่งเป็นทางเดินเข้า-ออก แม้กระทั่งวิญญาณ เจ้าที่เจ้าทาง ย่าเลยแนะน้าแมวว่า พรุ่งนี้ก็ไปจุดธูปไหว้เจ้าที่เจ้าทางซะ บอกเจ้าที่เจ้าทางว่า ลูกขอโทษที่วันนั้นได้นอนขวางประตู ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว

Advertisement

Advertisement

 แต่วันต่อมาน้าแมวก็ไม่ได้ไปทำตามที่ย่าบอกเพราะยังกลัวๆอยู่ และได้ขอลางานท่านผู้พิพากษา 3 วันด้วย โดยบอกว่าป่วย และไม่ได้เล่าสิ่งที่ตนเองเจอให้ท่านผู้พิพากษาฟังด้วย เพราะกลัวท่านจะกลัว

 หลังจากนั้น 3 วัน น้าแมวก็ได้ไปทำตามคำแนะนำที่ย่าได้บอกทุกอย่าง โดยน้าแมวพาแม่ไปอยู่เป็นเพื่อนด้วย เพราะน้าแมวยังกลัวอยู่ เพราะภาพที่เห็นยังติดตาแถมเห็นแบบใกล้อีกต่างหาก

 น้าแมวบอกไม่กล้าที่จะไปนอนขวางตรงประตูอีกแล้ว ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม เราอยู่คนละโลกกันอย่ามาเจอกันอีกเลย

 ขอบคุณภาพประกอบ pixbay