หากกล่าวถึงสถานที่ที่เราสามารถชมสัตว์ทะเลได้อย่างหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น หมึกยักษ์แปซิฟิก ปลาหมึกยักษ์ ม้าน้ำ รวมไปถึงแนวปะการัง ทุกคนนึกถึงสถานที่ไหนกันบ้างคะ ?

  วันนี้ผู้เขียนจะพาไปชม SEA LIFE Bangkok Ocean World พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำใต้ดิน ตั้งอยู่ที่ชั้น B1 และ B2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน มีพื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางเมตร เป็นหนึ่งในอควอเรียมที่ใหญ่ที่สุดของโลกอีกด้วย เป็นสถานที่ที่พ่อ แม่ ควรพาลูกมาดูให้ได้สักครั้งหนึ่ง เพราะจะทำให้เด็กได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเจอ เป็นการเปิดโลกกว้างให้กับเขา ซึ่งการเรียนรู้ที่เห็นของจริงเป็นวิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุด โดยราคาเข้าชมมีหลายราคา ถ้าเข้าชมครั้งเดียว ราคา 531 บาท , แพคเกจครอบครัว (ผู้ใหญ่ 2 เด็ก 2) ราคา 2,760 บาท นอกจากนี้ยังมีราคาพิเศษสำหรับบุคคลที่เป็นลูกค้าของ AIS ราคาจะอยู่ที่ 350 บาท , บัตรเครดิต SCB ซื้อบัตรเข้าชม 2 ใบ ฟรี 1 ใบ เป็นต้น โดยใช้เวลาเข้าชมประมาณ 90 นาที ผู้เขียนแนะนำว่าควรเข้าชมก่อน 19.30 น. นะคะ

Advertisement

Advertisement

4  SEA LIFE Bangkok Ocean World จะแบ่งออกเป็น 7 โซนดังนี้

โซนที่ 1 แปลกประหลาดและอัศจรรย์ (Weird and Wonderful)  โซนนี้เราจะได้เจอกับสัตว์ต่าง ๆ ที่แปลกประหลาด เช่น ปูแมงมุมยักษ์ ปลาไหลสวน เป็นต้น รับรองว่าแค่โซนเริ่มต้นก็ทำให้เราตาลุกวาวกับความอัศจรรย์ที่ได้เจอเลยหละค่ะ

โซนที่ 2 แนวปะการัง (Deep Reef) โซนนี้เราจะพบกับความสวยงามของแนวปะการังและฝูงปลาที่มาเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้โลกใต้น้ำ และมีแทงก์รูปแบบต่าง ๆ ที่ทำให้เราสัมผัสกับสัตว์น้ำแบบใกล้ชิด 

โซนที่ 3 กฎเหล็กเพื่อการอยู่รอด (Living Ocean) จะเป็นโซนที่แสดงให้เห็นถึงการเอาตัวรอด­ของปลาสายพันธุ์ต่าง ๆ บางตัวสีสันสวยงามหรือบางตัวดูหน้าตาไม่ค่อยเป็นมิตร ต่างก็มีเหตุผลเพื่อความอยู่รอดทั้งสิ้น และยังมีกิจกรรมการลอยเรือเพื่อชมปลาฉลาม กระเบน ซึ่งเราสามารถให้อาหารปลาได้ค่ะ

Advertisement

Advertisement

โซนที่ 4 ป่าดิบชื้น (Rainforest) โซนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเราเดินอยู่บนสะพานไม้กลางป่าดิบชื้น เพราะมีทั้งต้นไม้สีเขียว น้ำตก รวมถึงยังมีสัตว์น้ำและสัตว์เลื้อยคลานจากลุ่มน้ำอเมซอนให้เราได้เห็นอีกมากมาย

โซนที่ 5 ชีวิตสุดขอบขั้ว (Rocky Shore) โซนนี้จะมีตู้จัดแสดงให้เห็นถึงการดำรงชีวิตของเพนกวินแอฟริกา จากที่เห็นจะตัวเล็กไปหน่อย แต่นั่นก็เป็นธรรมชาติและลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์นี้ ที่เราเห็นท่าทางต้วมเตี้ยมเวลาเดินไปมาแต่พอลงน้ำกลับว่ายได้อย่างปราดเปรียว

โซนที่ 6 มหาสมุทรสุดกว้าง (Open Ocean) โซนนี้เป็นอุโมงค์ที่ให้มุมมองถึง 270 องศา ตลอดช่วงที่เราเดินลอดไปนั้นจะต้องตื่นตา เพราะจะมีทั้งปลากระเบน และปลาอื่น ๆ อีกมากมายว่ายวนอยู่เหนือศีรษะและรายรอบตัวเรา ซึ่งจุดนี้เองที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ที่น่าสนใจของที่นี่ค่ะ

Advertisement

Advertisement

โซนที่ 7 แมงกะพรุน (Sea Jellies) โซนนี้เราจะได้เห็นการดำเนินชีวิตของแมงกระพรุน และเมื่อเดินชมจนเสร็จกับโซนต่าง ๆ แล้วก็ยังมีการแสดงของสัตว์รวมถึงกิจกรรมสนุกๆ ให้เราได้ทำด้วย เช่น การโชว์นาก ซึ่งผู้ดูแลจะให้นากทำตามคำสั่งต่างๆ จากนั้นจะตอบแทนด้วยการให้อาหาร เราจะได้เห็นถึงความฉลาดแสนรู้ของนากจนอดอมยิ้มไม่ได้เลยทีเดียวค่ะ

ซึ่งสัตว์ใต้ทะเลมีให้เราเลือกชมเยอะมาก ๆ ผู้เขียนแนะนำเบื้องต้น ดังนี้

2   ปูแมงมุมยักษ์ มีขาที่ยาวมากที่สุดในกลุ่มสัตว์ขาปล้อง โดยมีขายาวได้ถึง 5.5 เมตร เป็นสัตว์ที่มีอายุยืนมากกว่า 100 ปี กินซากสัตว์ที่ตายแล้วเป็นอาหาร แต่มีสายตาที่ไม่ดี จึงต้องใช้อวัยวะรับส่งสัญญาณที่อยู่ที่ขาในการช่วยหาอาหาร

1  ม้าน้ำ ว่ายน้ำโดยใช้ครีบที่หลังด้วยความเร็วประมาณ 30-70 ครั้งต่อวินาที ดวงตาของม้าน้ำสามารถเคลื่อนไหวแยกจากกันได้ เพื่อช่วยในการมองเห็น หางของม้าน้ำม้วนงอได้ง่าย สามารถใช้หางจับสิ่งต่าง ๆ คล้ายกับหางของลิง มักใช้หางยึดเกาะอยู่กับหญ้าทะเลหรือปะการังเพื่อเป็นเกราะป้องกันภัย เพิ่มความคล่องตัวในการจู่โจม หลบหลีก และเพื่อยึดจับวัตถุต่างๆได้ด้วยค่ะ

3  ปลาการ์ตูน เป็นปลาสวยงามที่ใช้ดอกไม้ทะเลที่เต็มไปด้วยเข็มพิษเป็นบ้าน ดอกไม้ทะเลคุ้มครองปลาการ์ตูน ขณะที่ปลาการ์ตูนเก็บกินเศษอาหารทำความสะอาดดอกไม้ทะเลเป็นการตอบแทนเช่นกัน

5   SEA LIFE Bangkok Ocean World  และยังมีอีกหลายโซนที่รอทุก ๆ ท่านมาสัมผัสด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงป้อนอาหารเพนกวิน กระเบนนก มุมสวนสนุกก็มีนะคะ เป็นหนึ่งในรูปแบบของการศึกษาที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยี่ยมชมได้สำรวจธรรมชาติใต้น้ำได้หลากหลายรูปแบบ เมื่อดูเสร็จสามารถเดินได้ช้อปปิ้งต่อได้เลย เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีของครอบครัวเลยหละค่ะ

 

พิกัด  :  ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้นบี1 - บี2 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 

โทร  :  02 - 687 - 2000 

ภาพถ่ายทั้งหมด  :  โดยผู้เขียน