2

  • สวัสดีครับ ผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผมจะมาแชร์ประสบการณ์การทำงานระหว่างเรียนไปด้วย และวิธีการหางานที่เราสามารถ หาได้โดยส่งผลกระทบน้อยที่สุดต่อการเรียนของเรา  ผู้เขียนให้ความสำคัญกับบทความนี้มากเนื่องจาก ผู้เขียน มีประสบการณ์ตรงจาก การทำงานระหว่างเรียน และต้องการ ที่จะช่วยให้ผู้อ่านที่เป็นนักศึกษา หรือ นักเรียน ได้มีรายได้พิเศษ แบ่งเบาภาระของครอบครัวได้

1

  • อันดับที่ 1. งานระหว่างเรียนที่ดีที่ให้ความสำคัญลดต้นทุนการเดินทาง หาได้จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด เช่น งานภายในมหาวิทยาลัย ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะมีหน่วยงาน เช่น งานภายในคณะที่เราศึกษา งานการเงิน งานทะเบียน งานห้องสมุด ที่ต้องการ นักศึกษา อย่างเรา ๆ ไปช่วยทำงาน โดยเราสามารถเริ่มต้นง่าย ๆ จากภายในคณะ ราคาค่าจ้างของรายได้ของงานภายในมหาวิทยาลัย จะมี ผลตอบแทน เป็นชั่วโมงเป็นหลัก รายได้จะอยู่ที่ประมาณ 30-45 บาท ต่อชั่วโมง ทั้งนี้ขึ้นอยู่มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานต่าง ๆ ว่ามีงบสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน

Advertisement

Advertisement

ข้อดี

1. ไม่ต้องเดินทางไกล

2. เราสามารถจัดสรรเวลาการทำงานกับการเรียนได้ง่าย

3.ทำให้เราได้เรียนรู้ เข้าใจระบบภายในมหาวิทยาลัยที่เราศึกษา ทำให้เราได้วางตัวถูก เวลาติดต่อประสานงานเรื่องต่าง ๆ

4. มีภาระการผูกพันธุ์ ไม่มาก กล่าวคือ หากเรารู้สึกว่า งานนี้ไม่เหมาะกับเรา เราสามารถออกได้ ง่าย เข้าง่าย ออกง่าย

ข้อเสีย

1. เราอาจจะไม่ได้เรียนรู้การทำงานจริงของสังคม เพราะว่า มหาวิทยาลัย จ้างเราในฐานะ นักศึกษาช่วยงาน ไม่ใช่ลูกจ้างชั่วคราวหรือลูกจ้างประจำ เราอาจไม่ได้รับแรงกดดัน หรือ งานที่เป็นชิ้นเป็นอันมากเท่าไหร่นัก

2.รายได้อาจจะน้อยกว่างานภายนอกมหาวิทยาลัย

3.ค่าจ้างจะออกช้า เนื่องจากเป็น ระบบของมหาวิทยาลัย จะมีขั้นตอนการเบิกจ่ายที่ใช้เวลา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัยด้วย

Advertisement

Advertisement

3อันดับที่ 2. งานระหว่างเรียนที่ดีที่จะให้ความสำคัญกับความเป็นอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ งานประเภทนี้ หาได้ทั้งภายในมหาวิทยาลัย หรือ ภายนอกมหาวิทยาลัย เช่น ออกอีเว้นท์ งานสต๊าฟ ของที่ต่าง ๆ โดย ราคาค่าจ้างจะขึ้นอยู่กับ ลักษณะงาน และความใหญ่ของออแกไนซ์ หรือบริษัท บางงานอาจจะออกอีเวนต์บ่อย เป็นโครงการระยะยาว มักจะจ่ายเงินเมื่อโครงการนั้นเสร็จสิ้น รายได้จะได้มากกว่า งานประเภทที่ 1 แต่ต้องมีวินัยของตัวเองมาก กล่าวคือ งานประเภทนี้ เมื่อมีเข้ามา เราจะทำงานต่อหรือไม่ต่อก็ได้ คือ อยากทำตอนไหนก็ทำเพราะไม่มีภาระผูกพันธ์ แต่โดยส่วนตัวอยากจะแนะนำว่า ฟรีแลนซ์ที่เลือกงานได้อยากทำอันไหนก็ทำ คนประเภทนี้จะต้องมีความสามารถความโดดเด่นพอสมควร เพราะว่า ถึงแม้ไม่มีภาระการผูกพันธุ์ แต่มีผลต่อการเรียก จ้าง หรือ จ่าย งานในครั้ง ต่อ ๆ ไปได้ เราเลือกเลือกที่จะออกงานอีเว้นท์แต่ละที่ได้ แต่ต้องอย่าลืมว่า แต่ละอีเว้นท์มีความแตกต่างของงานมากพอสมควร หากเราท้องานที่ 1 ไม่เปิดใจให้งานที่ 2 3 4 ที่อาจจะมีลักษณะงานที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่างานที่ 1 เราจึงปฏิเสธงานไป เป็นเรื่องที่ยาก ที่ออแกไนซ์ หรือ บริษัทจะ รับเราทำงานอีก เพราะงานประเภทนี้ต้องการคนที่ แน่นอน อดทน รับผิดชอบค่อนข้างมาก

Advertisement

Advertisement

ข้อดี

1.เราอาจจะได้เรียนรู้การทำงานจริงของสังคม จะเจอคนมากมายหลากหลาย

2.รายได้ ได้มากกว่าประเภทที่ 1

3. มีความเป็นอิสระจากการเลือกงานมากพอสมควร

ข้อเสีย

1. อาจจะต้องเดินทางไกลในบางงาน

2. เราอาจจะไม่สามารถจัดสรรเวลาการทำงานกับการเรียนดีเท่าประเภทที่ 1

  • ประเภทงานทั้ง 2 ประเภทที่กล่าวมา เป็นงานที่ นักศึกษา หาทำได้ไม่ยาก นักศึกษา อาจจะต้องใช้เวลาและประสบการณ์เพื่อวางแผนว่าจะทำงานประเภทไหนดี หรือ ทั้ง 2 ประเภท ไปพร้อม ๆ กัน โดยให้มีผลกระทบทางด้านการศึกษาให้น้อยที่สุด และสามารถแบ่งเบาภาระของครอบครัวได้ ทั้งนี้ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้ จะให้ความรู้ผู้อ่านได้อย่างมาก ในครั้งหน้าผู้เขียน จะมาเขียนเกี่ยวกับ ส่วนของบทความนี้ เพิ่มเติม งาน ประเภท Part – Time และ งานประเภทเขียนบทความ และอื่น ๆ เพิ่มเติมใน ผู้อ่านจะได้ติดตามได้ในเร็ว ๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขอ อภัย มา ณ ที่นี้ด้วยครับ