Summer และวันหยุดปิดเทอมของชาวนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยก็ใกล้จะมาถึงแล้ว หลายๆคนก็เลือกใช้ช่วงเวลานี้แตกต่างกันไป บ้างก็ลงเรียนภาคเรียนฤดูร้อน บ้างก็ใช้เวลาอยู่กับบ้านก่อนจะเผชิญกับการเรียนในเทอมใหม่ บ้างก็ออกไปทางานพาร์ทไทม์ แต่ก็มีคนจำนวนอีกไม่น้อยที่เลือกมาต่างประเทศในวิธีต่างๆ เช่น การไปเรียนภาษาระยะสั้น และการเข้าร่วมโครงการ Work and Travel ที่จะพูดดังต่อไปนี้ 

 

เทพีเสรีภาพ                                                                                          ภาพโดย : ผู้เขียน

ก่อนอื่นที่จะพูดถึงว่า เอเจนซี่ไหนดีหรือไม่ดี คนส่วนใหญ่ก็จะคิดว่าคุ้มจริงหรือไม่ ขายฝันหรือเปล่า ได้เงินเป็นกอบเป็นกำจริงๆเหรอ 

(1) คุ้มหรือไม่คุ้ม = ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการไป Work and Travel ของแต่ละคน

(1.1) ถ้ามีเป้าหมายมาเที่ยว แน่ล่ะ คุ้มแน่ๆ เพราะสามารถไปเที่ยวที่ไหนในประเทศแห่งดินแดนเสรีภาพนี้ได้ตามใจชอบอย่างแน่นอน 

Advertisement

Advertisement

(1.2) ถ้ามีเป้าหมายมาฝึกภาษา อันนี้ขอตอบว่าได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของตัวบุคคลและงานที่ได้ด้วย เช่นไม่ยอมกล้าจะพูด หรือไปไหนต้องอยู่กับเพื่อนคนไทยตลอดเวลา ก็อาจจะไม่ได้ภาษาเยอะ และ ถ้าได้งานอย่าง Housekeeper แต่ไม่ยอมพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานต่างชาติ การพัฒนาภาษาก็จะจบเพราะไม่ได้ใช้  

(1.3) แล้วค่าใช้จ่ายล่ะคุ้มไหม = เรามาพูดถึงค่าใช้จ่ายจิปาถะกันค่ะ ส่วนใหญ่แล้ว ค่าโครงการจะเริ่มที่ 44,000-80,000 รวมค่าทำวีซ่าเรียบร้อยแล้วนะคะ และมีเป็นบางเอเจนซี่ บางเอเจนซี่ก็ไม่มีค่าโครงการ เช่น Disney International Programs ค่าตั๋วเครื่องบิน เริ่มต้นตั้งแต่ 20,000-xx บาท ขึ้นอยู่กับสายและชั้นของสายการบิน เงิน pocket money อีกประมาณ 30,000 บาท บวกลบแล้วขึ้นอยู่กับแต่ละคน จะเห็นว่าอย่างน้อยๆ ถ้าไม่ได้จ่ายค่าโครงการ ก็ต้องมีเงินไว้ราวๆ 80,000 บาทขึ้นไป และถ้าถามว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม ถ้ามีเป้าหมายในสองข้อที่กล่าวมาข้างต้น ก็คงต้องบอกว่าคุ้ม แต่ถ้ามีเป้าหมายมาหาเงิน ก็ขึ้นอยู่กับงานที่ได้ และจำนวนชั่วโมงที่ทำงาน บางคนอาจทำงานได้เงินถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ บางคนอาจได้แค่ 1000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ของอย่างนี้อยู่ที่ดวงด้วย เพราะแม้จะทำที่เดียวกันก็ได้ไม่เท่ากัน

Advertisement

Advertisement

น้ำตกไนแองการา                                                                                          ภาพโดย : ผู้เขียน

(2) เอเจนซี่ไหนคุ้มสุด?

ข้อดีข้อเสียของแต่ละเอเจนซี่ก็มีแตกต่างกัน อย่างของ Disney ก็ไม่ต้องเสียค่าโครงการ แค่ต้องเป็นคนค่อนข้างใช้ภาษาได้คล่องในระดับหนึ่งแล้ว ของ Acadex Click ก็มีให้เลือกเยอะแม้ค่าโครงการอาจจะดูแพง ของ OEG ก็อาจจะต้องใช้พลังจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยหน่อยเพราะต้องกดงานเหมือนกดบัตรคอนเสิร์ต แต่งานก็ดีจริงๆ ดังนั้นไม่ขอการันตีว่าของที่ไหนดีสุดค่ะ และเราก็มีเอเจนซี่ทั้งที่ไทยและอเมริกาตามงานที่เราได้เลย  ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนจริงๆ และควรเลือกเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์ด้วย เพราะจะมีรีวิวเขียนเอาไว้ ทำให้เราเซฟตัวเองในต่างประเทศมากขึ้นว่าเขาดูแลเราได้ดีจริงๆ 

Advertisement

Advertisement

ที่ทานอาหารพนักงาน                                                                           ภาพโดย (ผู้เขียน)

(3) ยังมีการเหยียดเชื้อชาติอยู่ไหม มีกลั่นแกล้งรึเปล่า? 

มีจ้า มี ใครบอกว่าไม่มีคือไม่เจอ (อันนี้ก็โชคดีไป) หรือไม่รู้ว่าเขานินทาเราอยู่ หยุดภาพความฝันโลกอันแสนสวยงาม ทุกคนคือดีเป็นมิตรไปเลย เพราะความโหดร้ายไม่ต่างจากประเทศไทยเลยจ๊ะ มีหมดขึ้นอยู่กับว่าจะเจอในรูปแบบใด และจะโดนแกล้งอย่างไร คนผิวขาว ผิวดำ พูดสเปน เอเชีย กำหนดไม่ได้ ขึ้นอยู่กับนิสัยคนที่เจอจริงๆ ไป work and travel ต้องสตรองค่ะ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยเจอในบทบาทเพื่อนร่วมงาน จะเจอกับคนแปลกหน้าและลูกค้ามากกว่า

ฝนกำลังจะตก                                                     ภาพโดย : ผู้เขียน (ถ้าอากาศเหมือนในภาพโดนไล่กลับบ้านแน่นอนค่ะ)

(4) สภาพอากาศ?

ขึ้นอยู่กับรัฐและช่วงเวลาที่ไปเลย ถ้าช่วงฤดูร้อน ก็ไม่ร้อนอย่างเดียวนะ ฝนตกด้วย พายุเข้าก็ไม่ได้ทำงานงี้ ถ้าไปช่วงที่ยังมีหิมะ ก็อาจจะได้ชั่วโมงน้อย ยกเว้นสถานที่นั้นมีหิมะอยู่แล้ว ใครชอบอากาศร้อนก็เลือกรัฐอย่างฟลอริด้าไปเลย กลางๆหน่อยก็มานิวยอร์ก วอชิงตัน งี้ หนาวๆไปนู่น มอนทานา ไอดาโฮ

เกาะแมนฮัตตันรองเท้าเอาท์เลท                                                                                       ภาพโดย : ผู้เขียน

(5) อะไรดีที่สุดของการมา Work and Travel?

ท่องเที่ยวไง ตึกรามบ้านช่องที่ไหนก็ถ่ายรูปสวยไปหมด และสิ่งที่ดีที่สุดคือ ของแบรนด์เนมถูก และลดราคาบ่อย เอาท์เลทก็เยอะ ล้มละลายก่อนกลับไทยกันทีเดียว ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อซื้อของกับเที่ยวแท้ๆ

งานหนักอยู่                                                               ภาพโดย : ผู้เขียน (ของเรางานไม่หนักแต่โดนไล่บ่อยเพราะกลางแจ้ง กลับมาผิวแทนจ้า)

(6) งานหนักไหม?

เป็นแรงงานข้ามชาติก็ต้องหนักอยู่แล้ว แต่จะหนักน้อยหนักมากก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่เขาใช้งานเราคุ้มเงินที่ได้จริงๆ แต่อีกหนึ่งความคิดนะคะ เราก็ไม่มีทางได้เงินจำนวนมากจากการทำงานแบบนี้ในไทยอยู่แล้ว ไม่มีทางที่จะได้เงิน 300 ในชั่วโมงเดียว ถ้าล้างจาน กับทำแฮมเบอร์เกอร์ป่ะถ้าอยู่ไทย? แต่ใครเก่งก็แอบอู้ได้นะ เรื่องโทรศัพท์แล้วแต่ว่าที่ทำงานเคร่งไหม คือเราทำงานอ่ะเนาะ คุยกับเพื่อนร่วมงานไปแทนไถหน้าจอละกัน 

มาถึงตรงนี้แล้วทุกคนก็น่าจะเลือกว่าจะไปต่อหรือพับโครงการนี้ได้กันแล้วนะคะ ถ้าเลือกไปต่อ เราจะบอกรายละเอียดขั้นตอนต่อไป 

(7) เริ่มต้นยังไง?

ถ้าคิดว่าจะไปจริงๆ ให้เริ่มหาเอเจนซี่ตั้งแต่ก่อนเปิดเทอมแรกซัก 1 เดือนเลยค่ะ ไปก่อนได้เปรียบ งานดีๆมีให้เลือกเยอะ แถมค่าโครงการถูกกว่าคนมาทีหลังด้วย เค้าก็จะมีโปรมา ไป 10 คนลดงี้ เร็วแค่ไหนยิ่งดีค่ะ (ส่วนตัวเราเริ่มตอนเปิดเทอมก็ทันนะ ได้งานเดือนตุลาเสร็จพร้อมสัมภาษณ์ต้นเดือนพฤศจิกายน) อ้อไปทำพาสปอร์ตด้วยถ้ายังไม่มี คิดจะไปก็ออกไปทำเลย

(8) ทดสอบภาษา?

ใครไม่เก่งฝึกไปหน่อยก็ดีค่ะ เตรียมคำถามแบบปกติไป เช่น ชื่ออะไร ชอบอะไร มีพ่อมีแม่มีพี่น้องไหม ทำไมถึงอยากไป งานอดิเรกทำอะไร ถ้าได้ไปที่นี่จะทำยังไง บลาๆ คำถามจิปาถะเวอร์ แต่ก็เหมือนคุยกันเล่นๆนี่แหละ เสร็จแล้วก็จะได้ระดับภาษามา ทีนี้เราก็จะสามารถเลือกงานที่ตรงกับระดับภาษาเรา ใครระดับสูงได้งานดี ระดับน้อยก็งานมีเลือกน้อย แต่ปกติแล้วถ้าเตรียมพร้อมไปเชื่อว่าคงไม่แตกต่างกันมาก

สวนสนุก                                                          ภาพโดย : ผู้เขียน (เราเลือกไปสวนสนุกเพราะไปหาเพื่อนโดยเฉพาะ)

(9) งานแบบไหนดี?

ขึ้นอยู่กับความชอบเลย ส่วนใหญ่แล้วคนที่อยากหาเงินจะไป คาสิโน แต่ทำในส่วนบาร์และร้านอาหารนะคะ ไม่ได้ไปเล่นในคาสิโน และ Housekeeper ดูแลบ้าน ปูผ้า เก็บกวาด ทำความสะอาด ส่วนใครที่อยากไปหาเพื่อนนานาชาติ แนะนำที่สวนสนุกค่ะ (เราก็ไปมา ได้มาทุกทวีปคละประเทศเลย ฮ่องกง ไต้หวัน จอร์แดน อียิปต์ จาไมก้า ไนจีเรีย สเปน โคลัมเบีย รัสเซีย ได้ทำงานกับใครก็เป็นเพื่อนกันยันทุกวันนี้อ่ะ ใครชอบขายอาหาร ก็ Food เลยนะคะ ใครชอบเครื่องเล่นก็ Ride Operator แต่ถ้าใครอยากจะเป็น Park Service งานชิลๆไม่ต้องตีกับลูกค้า เก็บขยะล้างห้องน้ำ ก็ไม่แย่ คุยกันมันดี แต่ส่วนตัวทำฝั่งอาหารนะ ได้กินเยอะดี ชิมทุกอย่างที่ตัวเองทำ บางทีไม่ต้องเสียค่าข้าวเย็น) หรือ อยากจะเป็น Life Guard ก็ได้นะ คือถ้าว่ายน้ำคล่องเธอได้ใบเซอร์เลยนะคะ เอาไปใช้ได้จริงด้วย เพราะต้องสอบการช่วยชีวิต การว่ายน้ำ

(10) สัมภาษณ์วีซ่ายากไหม?

อยู่กับดวงล้วนๆ แต่ปกติแล้วถ้าไม่มีญาติพี่น้องเป็นโรบินฮู้ดที่นู่น และเอเจนซี่ดี ก็ไม่มีปัญหา คำถามก็ถามปกติเลย จำแผ่นที่เขาให้ก็และพูดให้รู้เรื่องก็พอ (เราก็เป็นคนพูดไม่รู้เรื่องก็ผ่านนะ แถมลายนิ้วมือสแกนไม่ติดด้วย)

Bording Pass                                                                                       ภาพโดย : ผู้เขียน

(11) ซื้อตั๋วเครื่องบิน?

ถ้ามั่นใจในเอเจนซี่และคิดว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น และเอเจนซี่อนุญาตให้ซื้อตั๋วเองได้ ซื้อเองเลย ซื้อเร็วยิ่งได้โปรดีๆ แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะใกล้ๆก็มี ขึ้นอยู่กับโชคจ้า แต่ส่วนใหญ่แล้วเอเจนซี่จะแนะนำให้ซื้อตั๋วหลังสัมภาษณ์วีซ่า แบบสัมภาษณ์เสร็จรู้ผลเลยวันนั้นก็ซื้อได้เลย เพราะถ้าไม่คืนพาสปอร์ตให้ก็ถือว่าผ่าน แต่ก็มีกรณีที่เรียกมารับคืนเหมือนกัน แต่น้อยมากๆ สายการบินไหนก็แล้วแต่ชอบเลย ใครอยากไปญี่ปุ่นก็เลือกทางนั้น อยากไปเกาหลี อยากไปการ์ต้า อยากไปยุโรป ก็เลือกตามสะดวกเลย แต่ดูดีๆด้วยนะ เพราะบางที่ต้องขอวีซ่า ไม่งั้นไปต่อไม่ได้ จบเลย เซฟสุดไปต่อได้แน่ๆให้ไปพักเครื่องที่ เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง การ์ต้า สิงคโปร์ 

 (12) เตรียมตัวก่อนไป อะไรควรเอาไป อะไรไม่ควรเอา?

ควรเอาไป = ผ้าอนามัย สารพัดยา คอนแทคเลนส์ แว่นตา ผงปรุงรสสำหรับทำอาหาร ซีอิ้ว น้ำมันหอย น้ำตาล ช้อน ส้อม (ที่นู่นแพง เอาไปเถอะ) ชุดชั้นใน เสื้อผ้า ชุดนอน พอใช้สำหรับซัก 4-5 วัน อาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง (ชอบอะไรเอาไปเลย ส่วนตัวแล้วเอามาม่าไป 2 แพ็ค กินไม่หมดด้วยเพราะชอบมาม่าที่นู่น แต่เอาให้เพื่อนต่างชาติได้ เขาค่อนข้างชอบอาหารไทย) หนังยางรัดถุงแกง หนังยางมัดผม หมวกคลุมผม หวี สกินแคร์ส่วนตัว

เอาไปไม่เอาไปก็ได้ = ที่ชำระแบบพกพา (หาซื้อได้ตามโฮมโปร หรือใครจะเอาที่ฉีดต้นไม้ไปก็ใช้ได้เหมือนกัน เคยเห็นรีวิว) ทิชชู่เปียก ผงซักฟอก (ที่นู่นมีใช้สะดวกเวอร์ เสียอย่างเดียวแพงนิดหน่อย) ถุงยาง ผ้าห่ม หมอน ผ้าปูที่นอน (ไม่แพงมาก เป็นเซ็ตราคาเท่าไทยนี่แหละ หมอนถูกมากไม่ต้องเอาก็ได้เปลืองที่) หมอนข้าง (ไม่มีขายนะ) สบู่ แชมพู (ถ้าใครรู้สึกว่าไม่ชอบลื่นๆ เอาไปด้วยเลย เพราะที่นู่นลื่นมาก เพราะอากาศแห้ง) 

ไม่ต้องเอาไป = ข้าวสาร หม้อ กระทะ หม้อหุงข้าว ไดร์เป่าผม (ถ้าใครชัวร์ว่าไฟใช้ได้เอาไปได้ ส่วนข้าว ใช้ไมโครเวฟหุงเอาก็ได้ ใส่เหมือนหุงข้าวปกติเลย กดไป 5-7 นาที พัก กดใหม่อีก 5 นาที เรียบร้อย ใช้กับถ้วยเซรามิกที่เอาเข้าไมโครเวฟได้นะ พลาสติกไม่ดี)  

ไม่ควรเอาไป = อาหารที่มีส่วนประกอบของหมู หมูหยอง กุญเชียง สารพัดหมู อาหารสดต่างๆ  แต่คิดว่ามาม่าหมูสับได้ เพราะไม่น่ามีหมู และสุนัขไม่ได้กลิ่นแน่ๆ 

(13) ประกัน?

ส่วนใหญ่เอเจนซี่บังคับทำอยู่แล้ว ใครจะทำเพิ่มก็ตามสะดวกเลย ประกันกระเป๋า การเดินทางงี้ แต่ถ้าใครจ่ายตั๋วเครื่องบินด้วยบัตรเครดิต เช็คด้วยนะคะ เพราะบางอันมันทำให้ตามบัตรเลย 

(14) ข้อควรระวัง

(14.1) พาสปอร์ต วีซ่า = เก็บไว้กับตัว

(14.2) เงิน = ไม่ต้องแยกเก็บ ใส่ในกระเป๋าที่เอาติดตัว กลัวหาย ใส่บัญชี ไว้ ห้ามใส่ในกระเป๋าเดินทางเด็ดขาด แล้วใช้พวกบัตร travel card รูดเอา เงินสดไปซัก 100-200 ดอลลาร์ก็ได้ เผื่อไว้ แต่ส่วนใหญ่ก็รูดได้หมด

(14.3)เมื่อไปถึงแล้ว ให้ทำตามที่เอเจนซี่แนะนำ เพราะเราต้องลงทะเบียนว่ามาถึงแล้วเรียบร้อย

(14.4) ถ้าให้ดี ทำให้โทรศัพท์ติดต่อใช้อินเทอร์เน็ตได้เมื่ออยู่ต่างประเทศก็ดี ก่อนจะไปซื้อซิมทีหลัง ในสนามบินมีพวกหลอกขายซิมแพงๆอยู่ด้วย

(14.5) วางแผนก่อนการเดินทางให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัย จะต่อรถ ใช้ Uber Subway หรืออะไรก็วางแผนให้เสร็จ ถ้าไม่รู้ว่าจะทำไง ถามพนักงานในสนามบิน และควรไปถึงสนามบินในตอนกลางวัน เพราะกลางคืนน่ากลัว

(14.6) เช็ควีซ่าของตัวเองให้เรียบร้อย ออกประเทศหลังวีซ่าหมด ภายใน 30 วัน ห้ามเกินกว่านั้นเด็ดขาด ไม่งั้นจะกลับมายาก และเป็นปัญหากับตั๋วเครื่องบิน 

 

 


 

Work and Travel เป็นหนึ่งในโครงการที่ให้นักศึกษามหาวิทยาลัยไปทำงานและเที่ยวในช่วงวันหยุดปิดเทอม วัตถุประสงค์ของตัวโครงการคือ เที่ยว และทำงานไปด้วย พร้อมกับเจอเพื่อนใหม่ๆในต่างประเทศ ดังนั้น จึงมีหลายคนที่ผิดหวังและสมหวัง ใครอยากไปเที่ยวเป็นงานหลัก งานเป็นงานรองถือว่าค่อนข้างดี หรือจะทำงานและแวะเที่ยวก่อนกลับไทย ก็บอกได้ว่ามาถูกโครงการแล้ว แต่ถ้าอยากทำงานหาเงินเฉยๆ เราว่าอาจจะต้องเป็นโครงการอื่นนะคะ