ตำนานบ้านโรมันผีสิงย่านวัชรพล

เหตุการณ์นี้ที่ผมและเพื่อน ๆ ได้สัมผัสกับประสบการณ์สุดหลอนคงต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 19 ปีที่แล้วเห็นจะได้ ในสมัยนั้นเหล่าบรรดาวัยรุ่นนิยมที่จะออกไปท้าทายผีสางตามบ้านร้างยามค่ำคืนของทุกวันเรียกว่าเป็นกิจกรรมที่เราทุกคนต้องไปลองสักครั้ง ในยุคนั้นมีบ้านล้างขึ้นชื่อมากมายพวกผมกับเพื่อนอีกประมาณ 10 คนจะเดินทางตระเวนไปตามบ้านล้างทุกหนแห่งที่โด่งดังพร้อมกับกล้องแฮนดี้แคมเพื่อบันทึกการกระทำสุดบ้าบิ่น เราไปมาหมดครับ โรงพยาบาลร้างบางบัวทอง บ้านร้างฝรั่งรามคำแหง หมู่บ้านร้างเมืองทองธานี บ้านล้อเกวียน(อันนี้ก็เป็นอีกที่ที่เราเจอกันแบบเต็ม ๆ ไว้มาเล่าให้ฟังครับ) แต่เหตุการณ์ที่ผมและเพื่อน ๆ อีกเป็นสิบคนไม่เคยลืมเลยก็คือ “บ้านโรมันผีสิง”

house เราจะนัดกันทุกคืนวันศุกร์หรือวันเสาร์ออกตระเวนไปตามบ้านร้างโด่งดังและก็กลับมายันเช้า วันที่เกิดเหตุการณ์เราตัดสินใจกันว่าวันนี้จะบุกวัชรพลซึ่งในสมัยนั้นยังไม่เจริญมากเรียกว่ามีบ้านร้างพื้นที่ร้างเต็มไปหมดตั้งใจว่าน่าจะไปสักสามที่ที่ใกล้ ๆ กันถ้าจำไม่ผิด บ้านล้อเกวียน บ้านโรมัน และ เนอสเซอรี่ จำได้ว่าบ้านโรมันเป็นหลังท้าย ๆ เพราะว่าคนจะน้อยหน่อยถ้าไปเร็วรับรองว่าคนเยอะอย่างกับตลาดนัด ต้องบอกว่ายุคนั้นวัยรุ่นไทยฮิตจริง ๆ นะครับ และก็เป็นแหล่งรวมความอันตรายจากเหล่าบรรดาเด็กติดยา เด็กถิ่น เด็กแว๊น คนเมาที่แวะมาท้าทายก็มี

Advertisement

Advertisement

ตามประวัติบ้านโรมันคือเจ้าของบ้านไปเที่ยวต่างจังหวัดและประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งครอบครัว ที่เรียกกันว่าบ้านโรมันเพราะว่าบ้านหลังนี้สร้างสไตล์ยุโรปและมีบันไดกลางบ้านแบบโรมันนั่นเองครับ ตัวบ้านสร้างยังไม่เสร็จดีนะครับ ว่ากันว่าคนที่ผ่านไปผ่านมากมักเห็นวิญญาณทั้งชายหญิงและเด็ก ๆ วนเวียนอยู่ภายในบ้าน ช่วงที่ผมได้ไปบ้านค่อนข้างเข้ายากแล้วนะครับเพราะมีการโบกปูนปิดตามช่องต่างๆ แต่ก็ยังพอจะมุด ๆ กันเข้าไปได้ บ้านใหญ่มากครับเนื้อที่ประมาณ 70 – 100 ตารางวาได้ บ้านมีทั้งหมด 2 ชั้นและมีชั้นใต้ดินที่น้ำท่วมขังประมาณ หัวเข่า

Advertisement

Advertisement

hideจังหวะที่ผมไปนั้นไปพร้อมกับวัยรุ่นนักศึกษามหาวิทยาลัยกลิ่นเหล้าหึ่งเลยละครับ เขามาก่อนหน้าผมและกำลังจะกลับพอดี ในขณะที่กำลังสำรวจบ้านจนถั่วบรรยากาศมันก็หลอนๆ มีธูปมีเทียนเต็มไปหมดและในจังหวะที่ผมกับเพื่อนอีกหนึ่งคนกำลังจะเดินลงไปในห้องใต้ดิน ก็ได้เห็นกับใครสักคนหนึ่งวิ่งมาทางเรา ปรากฏว่าเป็นหนึ่งในนักศึกษาคนหนึ่งบอกแค่เพียงว่าอย่าเข้าไปเลย “ผมเห็นใครไม่รู้นั่งอยู่ที่เก้าอี้ท้ายห้อง” ผมกับเพื่อนก็เลยเอาไฟฉายส่องไปมีเก้าอี้ไม้เก่าๆ ตั้งอยู่ท้ายห้องจริง ๆ และ “มันขยับอยู่เหมือนมีคนพึ่งรุกออกไป”  เราพยายามวิ่งตามไปเพื่อจะไปถามๆ พี่ๆ เขาว่าเจออะไรปรากฏว่าพวกแกก็ออกจากบ้านและขับรถจากเราไปซะก่อน ผมและเพื่อนๆ ก็เลยสำรวจกันต่อจนทั่ว

Advertisement

Advertisement

หลังจากสำรวจบ้านด้วยความเหนื่อยก็เลยบอกทุกคนว่าควรจะกลับได้แล้วเพราะตอนนั้นตีสามกว่าแล้ว ก็เลยตามทำเนียมครับเราจะมายืนเรียงกันเป็นหน้ากระดานและถ่ายวีดิโอเอาไว้ใช้วิธีแพนกล้องจากซ้ายไปขวาและเอาไฟฉายส่องไปที่หน้าแต่ละคนเพื่อบันทึกว่าเราได้มาบุกบ้านหลังนี้แล้ว เราก็เลยตัดสินใจกลับ

houseแต่สิ่งที่มันทำให้เราทุกคนต้องช็อกก็คือหลังจากนั้นเรากลับมารวมตัวกันที่บ้านยังไม่ได้แยกย้ายกันไปไหนช่วงประมาณ 8 โมงเช้าคนที่ยังไม่หลับหรือตื่นขึ้นมาก็เลยชวนกันมาเอาภาพจากกล้องแฮนดี้แคมมาเปิดดูไปทีละบ้านและภาพที่ชวนช็อกก็คือเราไปกันทั้งหมด 13 คน คนที่ถ่ายวีดิโอ 1 คน และคนที่ถือไฟฉาย 1 คน เท่ากับว่าต้องมีคนที่ยืนอยู่ในภาพ 11 คน ปรากฏว่าภาพที่บันทึกมานั้นมีคนยืนอยู่ 12 คน เห็นชัดเจนเป็นผู้ชายผมลองทรงอายุประมาณ 25 ใส่เสื้อสีขาวยืนแทรกอยู่และโผล่หน้ามาข้างหน้าเพื่อนผมในแถวที่ 2 ไฟฉายส่องชัดเจน เราสำรวจพวกเราเองชัดเจนว่าไม่ใช่แน่ ๆ เพราะเราทั้งหมด 13 คนไม่มีใครใส่เสื้อสีขาว และในขณะที่เราถ่ายภาพนี้อยู่ก็ไม่มีกลุ่มอื่นอยู่ในบ้านอย่างแน่นอนเพราะเราคือกลุ่มสุดท้าย นี่เป็นหนึ่งในความทรงจำสุดหลอนที่ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่เห็นกับตา

ครั้งหน้าผมจะพาทุกคนไปฟังประสบการณ์สุดหลอนของการตะลุยบ้านผีสุดเหี้ยนในยุค 2000 ให้ฟังกันครับกับบ้านล้อเกวียน