คนไทยเริ่มคุ้นเคยและสนิทชิดเชื้อกับฝุ่นพิษ PM2.5 มากขึ้นเรื่อยๆตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากที่มีปัญหาเฉพาะบางพื้นที่ บางจังหวัด กลับขยายวงกว้างครอบคลุมเกือบทั่วประเทศ กินเวลายาวนานขึ้น ที่สำคัญ จะเกิดฝุ่นนี้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันทุกปีคือช่วงฤดูหนาว หรือช่วงที่สภาพอากาศปิด ไม่มีการเคลื่อนไหวมากนัก 

            หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองมาตรฐานหรือ N95 กลายเป็นประเอกหลักในการช่วยให้ผู้คนเอาตัวรอดท่ามกลางฝุ่นพิษ ร้านขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือแผนกเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาลต่าง ๆ จะมีคิวซื้อหน้ากากชนิดนี้แน่นขนัด จนสินค้าหมดลงอย่างรวดเร็ว บางครั้งหน่วยงานรัฐอย่างกรมการค้าภายในถึงกับต้องออกมาปรามพ่อค้าหัวใสไม่ให้กักตุนหน้ากากN 95ในช่วงฝุ่นพิษครอบคลุมทั่วเมือง

                https://image.freepik.com/free-photo/man-wearing-mask-protect-air-pollution-environment_1150-10479.jpg

                                                                      ขอบคุณภาพ freepik

Advertisement

Advertisement

         (https://image.freepik.com/free-photo/man-wearing-mask-protect-air-pollution-environment_1150-10479.jpg )

              การป้องกันอันตรายจากฝุ่นพิษ ยังมีเทคนิคอีกหลายอย่างที่ควรรู้ได้แก่

1. ปรับเปลี่ยนหน้ากากธรรมดาให้มีประสิทธิภาพป้องกันฝุ่นพิษมากขึ้น โดยไม่ต้องง้อหน้ากากN 95 งานวิจัยของคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาพบว่า หน้ากากอนามัยธรรมดาซึ่งมีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นpm2.5เพียง 66%นั้นสามารถสร้างประสิทธิภาพการกรองฝุ่นได้มากขึ้น เป็น89.75% หากนำมาซ้อนกัน 2 ชั้น และจะเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นเป็น98% ทันทีหากว่านำกระดาษทิชชู่ 1แผ่นพับครึ่งมาซ้อนไว้ในหน้ากากธรรมดานี้ ซึ่งถือว่าจะให้ประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นใกล้เคียงกับหน้ากากN 95 เลยทีเดียว

Advertisement

Advertisement

                https://image.freepik.com/free-photo/boy-medical-protective-mask-outdoors-flowering-tree-spring-day_134398-3527.jpg

                                                               ขอบคุณภาพ freepik

         (https://image.freepik.com/free-photo/boy-medical-protective-mask-outdoors-flowering-tree-spring-day_134398-3527.jpg

2. รับประทานอาหารที่ช่วยร่างกายต้านฝุ่นพิษได้ เป็นอาหารกลุ่มที่ให้วิตามิน เอ และเบต้าแคโรทีน  ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอดและระบบภูมิคุ้มกันเพื่อให้ร่างกายมีประสิทธิภาพในการต้านฝุ่นจิ๋วดีขึ้น  อาหารในกลุ่มนี้ได้แก่ ฟักทอง,แครอท,ตำลึง มะม่วงและมะละกอ เป็นต้น ,วิตามินซีในมะนาว,ส้ม และผักขม,หัวหอม ช่วยลดอาการภูมิแพ้ในระบบต่าง ๆ  ,วิตามินอี ในพวกธัญญพืชต่าง ๆ ,โอเมก้า-3 ซึ่งมีมากในปลา และอโวคาโด้ ที่สำคัญคือ ผักในกลุ่มกะหล่ำและบร๊อคโคลี่ จะมีคุณสมบัติโดดเด่นมากในการขจัดสารพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกาย ดังนั้นจึงควรเลือกหาอาหารที่มีประโยชน์เสริมการทำงานของร่างกายในช่วงเผชิญกับฝุ่นจิ๋ว

Advertisement

Advertisement

                   https://cdn.pixabay.com/photo/2016/10/03/21/06/pumpkins-1712841__340.jpg

                                                                         ขอบคุณภาพ Pixabay 

                                ( https://cdn.pixabay.com/photo/2016/10/03/21/06/pumpkins-1712841__340.jpg )

3. เลือกออกกำลังกาย แม้ว่าไม่สามารถออกกำลังกายกลางแจ้งได้ เพราะเสี่ยงต่อการสูดดมฝุ่นพิษเข้าสู่ปอดได้มาก แต่ยังมีการออกกำลังกายบางประเภทที่สามารถทำในห้องที่มิดชิดได้ ทั้งการใช้ฟิตเนส หรือการเล่นโยคะ ควรเลือกวิธีนี้เพื่อให้ร่างกายได้แข็งแรงจากการออกกำลังกายแต่ไม่เสี่ยงกับการผจญฝุ่นพิษ

                                     https://www.freepik.com/free-photo/yoga-group-classes-inside-gym_5852266.htm#page=1&query=yoga&position=34

                                                                             ขอบคุณภาพ freepik 

  https://www.freepik.com/free-photo/yoga-group-classes-inside-gym_5852266.htm#page=1&query=yoga&position=34

        ตราบที่มาตรการป้องกันและแก้ปัญหายังไม่ส่งผลชัดเจนและเด็ดขาด ปัญหาฝุ่นพิษ pm 2.5 ก็ยังมีแนวโน้มจะอยู่กับคนไทยไปอีกระยะ เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเอาตัวรอดในการอยู่กับมลภาวะทางอากาศแบบนี้ไปได้อย่างปลอดภัย 

       ขอบคุณภาพปก:  https://cdn.pixabay.com/photo/2019/09/20/06/21/cycling-4490942_960_720.jpg