ดูแลรถอย่างไรให้ใหม่เอี่ยมเหมือนตอนป้ายแดง

พาหนะที่ช่วยให้คนเราไปมาหาถึงกันได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกสบายได้ทุกรูปแบบ แต่กว่าที่จะได้มาครอบครองแต่ละคันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะราคาไม่ใช่แต่เพียง บาทเดียวหรือว่าสองบาท ดังคำโบร่ำโบราณที่ว่ากันไว้

หากแต่มีราคา ตั้งแต่หกหลัก ไปจนถึงระดับซุปเปอร์คาร์ในระดับ 8 หลัก -9 หลัก กันเลยทีเดียว และการที่จะทำให้ยานยนต์คู่ใจของเรา มีสภาพดีเยี่ยมเหมือนดั่งที่ถอยมาตอนป้ายแดงนั้น ต้องทำอย่างไร ตาม Swivel มากันเลย

ภาพจาก Pixabay เริ่มต้นกันที่การขับขี่ในระดับที่นุ่มนวล ไม่กระโชกโฮกฮาก หรือกระชากขณะออกตัวและเบรกจนเกินไป เพื่อที่จะรักษาสมดุลของรถเอาไว้ให้คงตัวที่สุด และเมื่อเราใช้งานเป็นประจำหรือนานๆครั้งใช้ที ก็ควรจะรักษาหน้าตาอันหล่อเหลาของรถเราให้ดูดีอยู่เสมอด้วยการล้าง อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และอย่าลืมที่จะนำพรมปูพื้นด้านใน ออกมาทำความสะอาดและตากแดด นอกจากนั้นแล้วก็อย่าลืมทำความสะอาดภายในรถด้วย เพื่อความสะอาดจากข้างใน เปล่งประกายออกสู่ข้างนอกยังไงล่ะ

Advertisement

Advertisement

เมื่อรถของเรานั้นดูสะอาดเอี่ยมอ่องและดูใหม่ป้ายแดงตลอดเวลาแล้ว ก็ควรจะนำไปจอดในพื้นที่ที่มีร่ม เพื่อรักษาสีและตัวรถ ปกป้องห้องโดยสารจากแดด และรังสีต่างๆ ยิ่งถ้าเป็นส่วนที่เป็นพลาสติกยิ่งต้องมีการดูแลให้ดียิ่งกว่า เพื่อที่จะให้สภาพของมัน มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้นนั่นเอง

ภาพจาก Pixabay

การเช็คระยะสม่ำเสมอก็สำคัญสำหรับรถของเรามากๆเลยล่ะ เพราะถ้ารถมีระยะตามที่กำหนด ก็จะมีการเปลี่ยนถ่ายนำ้มันเครื่อง เช็คชิ้นส่วนที่สำคัญ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ของเราเพิ่มขึ้นไปอีก

ตามมาด้วยการดูแลยางรถยนต์ ชิ้นส่วนนี้ถือเป็นชิ้นส่วนที่รับแรงทุกอย่าง และเกิดการสึกกร่อนได้ง่ายมากๆ เพราะฉะนั้นการตรวจเช็คลมยางอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ยางของเรา มีสภาพที่ดีตามอายุการใช้งานของมัน และไม่สึกกร่อนก่อนเวลาที่กำหนด

Advertisement

Advertisement

ภาพจาก Pixabay

ห้องเครื่องยนต์ คือหัวใจหลักของเครื่องยนต์ที่สำคัญมาก การล้างทำความสะอาดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เป็นอะไรที่ดูจะเหมาะสมมากๆ เพราะจะทำให้สิ่งสกปรก ไม่เข้าไปอุดตัน ในตรงชิ้นส่วนที่ฝุ่นละออกอะไรต่างๆเข้าได้ง่าย อีกทั้ง เครื่องยนต์ที่มีความสะอาด จะมีอุณหภูมิการทำงานที่ต่ำกว่า เครื่องยนต์ที่สกปรก

การเปลี่ยนหัวเทียนที่เป็นปัญหาโลกแตกมากๆ หากมันชำรุดเสียหายในเวลาที่ไม่สมควร ตามอายุการใช้งานของหลายค่ายรถยนต์นั้นบอกเอาไว้ว่า  ต้องเปลี่ยนหัวเทียนทุก 50,000 กิโลเมตร และประโยชน์เล็กๆที่ได้จากการเปลี่ยนหัวเทียน จะช่วยให้เพิ่มอัตราการประหยัดเชื้อเพลิง และเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ให้คงที่กว่าเดิม

Advertisement

Advertisement

และสิ่งสุดท้ายที่ควรจะต้องดูแลตลอดนั่นก็คือ แบตเตอรี่ แม้มันจะเป็นการบริการฟรีจากเจ้าของค่ายแต่ละค่าย แต่ก็ควรตรวจเช็ค ดูแลความเสียหาย เพื่อให้ยืดระยะเวลาการใช้งานให้นานขึ้นไปอีก

 

“Infinite Development Drive By Swivel” “Everything Are Swiveling”