Cover Photo:TellYouMore

ชำแหละรายได้ขายของกับ LineMan

     ต้องยอมรับว่ายุคนี้เป็นยุคของอาหารเดลิเวอรี่จริงๆ ทุกคนจะเห็นรถบริการส่งอาหารเดลิเวอรี่นั้นวิ่งกันเต็มถนนไปหมด เป็นการชี้เน้นให้เห็นว่าการขายอาหารแบบเดลิเวอรี่นั้นกำลังเติบโตได้ดีในสังคมปัจจุบัน แต่วันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงเรื่องการสั่งอาหารเดลิเวอรี่ และไม่ได้สอนขั้นตอนการสมัครเป็นพาสเนอร์ร่วมขายของกับ LineMan แต่บทความนี้จะมาบอกเล่าประสบการณ์จริงเพื่อประกอบการตัดสินใจ รวมทั้งข้อดีและข้อควรระวังในการสร้างรายได้กับ LineMan ขอย้ำว่าบทความนี้ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริง! ที่จะเน้นในส่วนของรายได้รายจ่ายและการคำนวณต้นทุนที่ยังไม่เคยมีใครบอกคุณ เราไปชำแหละความ”ไม่”ลับกันเลยค่ะ

Wongnai Merchant AppPhoto:TellYouMore

เปิดร้านได้แม้ไม่มีหน้าร้าน

     ทุกอย่างเป็นไปได้ในยุคนี้ คุณสามารถเป็นเจ้าของร้านอาหารได้แม้ไม่มีหน้าร้าน เพียงแค่คุณเปิดร้านในแอพพิเคชั่น Wongnai Merchant App ก็สามารถเปิดร้านได้แล้ว คุณสามารถจัดการทุกอย่างได้ทั้งหมดบนมือถือของคุณ ไม่ว่าจะเป็นรูปโปรโมทร้าน รูปเมนูอาหาร รายละเอียด ราคา และที่สำคัญคุณสามารถกำหนดเวลาเปิด-ปิดวันหยุดได้ด้วยตัวเองตลอดเวลา อิสระสุดๆไปเลยใช่ไหมคะ ขอเพิ่มเติมนิดหน่อยนะคะ ในส่วนของรูปภาพควรใช้เป็นรูปของตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านลิขสิทธิ์ค่ะ

Advertisement

Advertisement

Free & 30%Photo:TellYouMore

มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

     นี่คงเป็นคำถามแรกๆที่ผุดขึ้นมาในใจของใครหลายคนแน่นอน ว่าจริงๆแล้วมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่จะต้องจ่าย เพราะแทบจะเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยหลักที่ใช้ประกอบการตัดสินใจเลยทีเดียว ขออธิบายอย่างง่ายๆโดยการแยกประเภทร้านค้าออกเป็น 2 ประเภท 

1.ไม่เข้าร่วมโปรโมชั่นค่าส่ง 10฿ โดยค่าใช้จ่ายจะคิดเป็นระยะทางตามจริง เริ่มต้นที่ 55฿  บวกเพิ่มกิโลเมตรละ 9฿ ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าเป็นคนจ่าย คุณสามารถใช้บริการแอพพลิเคชั่นฟรี ตกแต่ง จัดการ รวมถึงเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ตามที่บอกไปข้างต้น

Advertisement

Advertisement

2.เข้าร่วมโปรโมชั่นค่าส่ง 10฿ ในส่วนนี้สำคัญมากนะคะ เพราะจะมีผลโดยตรงกับการคิดคำนวณต้นทุนและกำไรหลังจากจ่ายค่าบริการให้ LineMan 30%(ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเลือกใช้บริการกับร้านที่มีค่าส่ง 10฿ แต่ก็มีข้อจำกัดด้านระยะทางค่ะ ลูกค้าจะต้องอยู่ในระยะไม่เกิน 1-6 กิโลเมตรจากร้านค้า ในระยะทางไม่เกิน 1-5 กิโลเมตรจากร้านค้า ค่าส่งจะอยู่ที่ 10฿ และค่าส่งจะเพิ่มเป็น 20฿ ในระยะทางที่ 5-6 กิโลเมตรจากร้านค้า

ตั้งราคายังไงจะคุ้มไหม?

     เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้หนักนะคะ ในส่วนนี้แต่ละคนมีปัจจัยที่มีผลกับการตัดสินใจที่ต่างกัน รวมไปถึงการคิดเมนูอาหารเพราะอาหารแต่ละอย่างมีต้นทุน ราคาขาย และกำไรที่แตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่กำไรไม่ควรต่ำกว่า 30% ไปดูตัวอย่างการคำนวณกันคะ 

Advertisement

Advertisement

           ราคาอาหาร - 30%(+VAT7%)

                              =

            กำไร - ต้นทุน = กำไรต่อ 1 ที่

     สมมุติว่าอาหารราคา 100฿ และต้นทุนคือ 30฿ ก็จะเท่ากับ 100฿ - 32.1฿ = 67.9฿ - 30฿ กำไรต่อที่ก็คือ 37.9 บาท ในส่วนนี้ก็เป็นการตัดสินใจของแต่ละคนเลยค่ะ เพราะแต่ละคนมีจุดพอใจไม่เท่ากัน แต่ก็พยายามอย่าให้ต่ำกว่า 30% ก็ถือว่าโอเคแล้วค่ะ ข้อดีของการขายแบบไม่มีหน้าร้านก็คือ คุณจะจ่าย % ให้กับ LineMan ก็ต่อเมื่อมียอดขาย ซึ่งต่างจากการมีหน้าร้านเพราะแม้จะไม่มียอดขายคุณก็ต้องจ่าย ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพนักงาน อีกข้อที่ไม่ควรมองข้ามคือ คุณไม่ต้องซื้อของเยอะจัดเต็มเหมือนการเปิดหน้าร้าน คุณสามารถซื้อจำนวนน้อยๆเพื่อทดลองตลาดก่อนได้ค่ะ

ชำระเงินเมื่อไหร่ชำระยังไงชำระที่ไหน?

     ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจระบบการตัดยอดชำระ การแจ้งยอดชำระ และการชำระเงินเสียก่อน บริษัทจะตัดยอดค่าใช้จ่ายเป็นเดือนไม่ว่าคุณจะเริ่มขายวันไหน LineMan ก็จะคิดตั้งแต่วันที่ 1-30/31 และจะส่งบิลค้างชำระมาทางอีเมลทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และจะต้องจ่ายชำระภายในวันที่ 16 ของเดือน ถัดจากเดือนที่แจ้งบิล อ่านแล้วอาจจะงงๆไม่เห็นภาพ มาดูตัวอย่างเพื่อความชัดเจนกันค่ะ

ระบบวันชำระเงินPhoto:TellYouMore

     เริ่มขายของวันที่10 ม.ค. ถึง31 ม.ค. ยอดขายคือ10,000 บาท บิลของเดือน ม.ค. จะคิด % จากยอดขายทั้งหมด โดยบิลจะส่งมาวันที่ 15 ก.พ. แจ้งยอดค้างชำระ 3,210 บาท และชำระภายในวันที่ 16 มี.ค. (วันสุดท้ายในการชำระ) จะเห็นว่าหลังจากวันที่ 31 ม.ค. คุณจะมีเวลาในการบริหารจัดการเงินของคุณอีกเดือนครึ่งเลยทีเดียว และขั้นตอนการจ่ายเงินก็สะดวกสบายมากๆ คุณสามารถโอนเข้าบัญชีที่แนบมากับอีเมล และส่งหลักฐานการชำระเงินตอบกลับอีเมลที่แจ้งยอดค้างชำระ รออีเมลยืนยันหลักฐานการชำระเงิน เป็นอันว่าเสร็จสิ้น

     สำหรับคนที่สนใจจะขายของกับ LineMan ก็ลองเอาปัจจัยทั้งหมดไปพิจารณาดูนะคะ แต่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่มีเวลาว่างอยู่กับบ้าน ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เปิดร้านไม่ต้องออกไปนั่งที่ร้านทั้งวัน และในเวลาที่ไม่มีออเดอร์คุณก็ยังสามารถทำกิจกรรมต่างๆในบ้านได้เหมือนปกติ ในยุคที่ทุกอย่างตบเท้าก้าวเข้าสู่ตลาดออนไลน์ การขายอาหารออนไลน์ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ