แนะนำว่าเพื่อน ๆ ที่อยากทำธุรกิจสายแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า หมวก และเครื่องประดับ ห้ามพลาด กวางเจาเทรดแฟร์ แคนตั้นแฟร์หรือที่บางคนเรียกว่า กวางโจวแฟร์ ชื่อทางการคือ China Import and Export Fair ที่ประเทศจีน งานนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปทำความรู้จักกันเลยค่ะ

งานแสดงสินค้าจัดขึ้นทุกปี ปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3 เฟส สำหรับ กวางเจาเทรดแฟร์ 2020 ที่จะถึงนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 127 โดยจะมีการออกบูธเกี่ยวกับธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้ากว่า 5 หมื่นกว่าบูท แบ่งออกเป็น

ครั้งแรก เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2563  

เฟส 1 : วันที่ 15 – 19 เมษายน 2563 สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน วัสดุก่อสร้างและตกแต่ง ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ทางเคมี ยานพาหนะ อะไหล่ อุปกรณ์เครื่องจักร

เฟส 2 : วันที่ 23 – 27 เมษายน 2563 เป็นการจัดแสดงสินค้าบริโภคอุปโภคทั่วไป ได้แก่ เครื่องครัว ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เซรามิก สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง และสินค้ากลุ่มกิ๊ฟช้อป เช่น ของเล่น นาฬิกา สินค้าแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องแก้ว ฯลฯ 

Advertisement

Advertisement

เฟส 3 : วันที่ 1 – 5 พฤษภาคม 2563 สำหรับนักธุรกิจเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย รองเท้า กระเป๋าหลากหลายดีไซน์ อาหาร อุปกรณ์การแพทย์ ยา และสินค้าเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ

ครั้งที่สอง เริ่มตั้งแต่วันที่  15 ตค – 4  พย 2563

เฟส 1 : วันที่ 15 -19 ตุลาคม 2563

เฟส 2 : วันที่ 23 - 27 ตุลาคม 2563 

เฟส 3 : วันที่ 31 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2563

เลือกให้เหมาะกับธุรกิจที่คุณกำลังอยากทำ หรือมองหาธุรกิจที่สนใจ โดยที่สายแฟชั่น แนะนำให้มาเฟส 3 สามารถดูรายละเอียดได้ตามลิ้งค์นี้

https://www.cantonfair.net/th/

สินค้าแฟชั่นภายในงาน

ภาพจาก ผู้เขียนบทความ J.JAZZY

สถานที่จัดงานคือ China Import and Export Fair Complex ภายในสถานที่จัด งานอันกว้างขวางและสะดวกสบายสำหรับผู้เข้าชมงานจากทั่วทุกมุมโลก

Advertisement

Advertisement

บรรยากาศภายในงาน

ภาพจาก ผู้เขียนบทความ J.JAZZY

ก่อนไปจะต้องทำวีซ่าประเทศจีนก่อน โดยใช้รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว ชัดเจนมองเห็นหน้าตรง เปิดหู พื้นหลังฉากขาว เป็นภาพถ่ายไม่เกิน 6 เดือน 

สำหรับการเตรียมการเข้างาน กวางเจาเทรดแฟร์  แนะนำให้ลงทะเบียนล่วงหน้าทางเว็บไซด์ https://www.cantonfair.net/th/canton-fair/canton-fair-registration ไม่มีค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนเสร็จให้พิมพ์หน้าลงทะเบียนติดตัวไป หรือบันทึกในโทรศัพท์มือถือเพื่อแสดงที่จุดลงทะเบียนและรับบัตรเข้างานได้เลย หากไม่ลงทะเบียนก่อนต้องเข้าคิวทำบัตร ให้นำรูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 2 รูปติดตัวไปด้วย ค่าทำบัตร ประมาณ 700 บาท หากไม่นำรูปไป สามารถถ่ายรูปได้ที่งาน มีค่าบริการประมาณ 300 บาท บัตรเข้างานต้องนำไปใช้เข้างานทุกวัน หากทำบัตรหาย ต้องเสียค่าทำบัตรเข้างานใหม่อีกรอบ แพงกว่าค่าทำบัตรครั้งแรกอีกค่ะ ประมาณ 1000 บาท บัตรนี้เก็บไว้สำหรับเข้างานครั้งต่อไปได้ หากทางงานเคยออกบัตรให้แล้วเขาจะมีบันทึกประวัติไว้ ถ้าไม่นำบัตรเดิมมาใช้เข้างาน ทำใหม่เสียประมาณ 1000 บาท โหดน่าดู จำแม่นเลย เพราะตอนที่ไป เพื่อนเคยมาเมื่อ 2 ปีก่อนแต่ไม่รู้ข้อมูลว่าสามารถใช้บัตรเก่าได้และไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อนเลยต้องจ่ายแพง น่าสงสาร แต่ก็ถือเป็นบทเรียน 

Advertisement

Advertisement

ข้อแนะนำให้เตรียมนามบัตรของเรา เพื่อนำไปแลกตามร้านค้าต่าง ๆ ให้เพียงพอ กระเป๋าลากใบเล็กจำเป็นมาก เพราะแต่ละร้านจะแจกแผ่นพับ ข้อมูลบริษัท และสินค้า รวมทั้งใส่ขวดน้ำที่ต้องจิบทั้งวัน ระหว่างที่เดินภายในงานด้วยค่ะ 

การเดินภายในงานต้องวางแผนให้ดี โดยใช้แผนที่ที่สามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซด์ หรือหยิบหน้าทางเข้างาน 

จำนวนวันที่จะเดินงาน แนะนำว่าให้ประเมินจากความแข็งแรงของร่างกายและกล้ามเนื้อขาของเรา หากเราเตรียมพร้อมร่างกายมาอย่างดี สามารถเดินได้ถึง 20000 ก้าวต่อวันได้ติดต่อกัน 5 วัน ก็สามารถจองตั๋วตามนั้นได้เลย 

อาหารภายในงานมีร้านอาหารหลายจุด อาจต้องเดินออกมาจากบริเวณงานไกลสักหน่อย แนะนำว่าให้ทานก่อนเวลาเที่ยง เพื่อหลีกเลี่ยงการรอคิวยาวและอาหารหมดได้ค่ะ ถ้าใครอยากจะเตรียมอาหารไปเองสามารถทำได้นะคะ ไม่ได้ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้างาน

บรรยากาศร้านอาหารภายในงาน

ภาพจาก ผู้เขียนบทความ J.JAZZY

ภาษาที่ใช้เป็น ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นหลัก หากเราสามารถพูดภาษาจีนได้ก็ยิ่งดี

การหาที่พัก แนะนำว่าใกล้รถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อความสะดวกในการเดินทาง บางโรงแรมมีรถรับส่ง ฟรีเพื่อไปที่งานด้วย

การเดินทาง รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 8 ลงสถานี Pazhou หรือสถานี Xigangdong จากนั้นขึ้นรถรับส่งงานแฟร์ได้เลย

เวลาเข้างาน 8.30 - 18.00 น. แนะนำว่าควรออกก่อนเวลาเลิก เพื่อหลีกเลี่ยงการแออัดของรถไฟฟ้าใต้ดิน

ขอให้เพื่อน ๆ เตรียมตัวให้พร้อมและได้เจอสินค้าแฟชั่นที่สนใจเพื่อทำธุรกิจจากงานแสดงสินค้าที่นี่นะคะ