งานศพ รูปผู้เขียนถ่ายเอง

การจากของคนเรา มีทั้งจากเป็นและจากตาย โดยเฉพาะความตายซึ่งไม่มีใครอยากจะให้มีเรื่องเศร้าเกิดขึ้น แต่เราไม่อาจห้ามหรือหยุดความตายเอาไว้ได้

เมื่อถึงเวลาของคน ๆ นั้นก็ต้องไป อาจจะตายด้วยโรคภัย อุบัติเหตุ หรือมีคนทำให้ตาย ซึ่งก็ทำให้คนอยู่ข้างหลังเสียใจ เพราะยังทำใจไม่ได้ เมื่อคนที่รักได้จากไป ทั้งที่เพิ่งเห็นหน้ากันอยู่หลัด ๆ

เมื่อมีการตายก็ต้องจัดงานฌาปนกิจที่วัด (โดยเฉพาะชาวพุทธ) เริ่มจากพิธีรดน้ำศพ ผู้ที่เป็นญาติพี่น้อง คนใกล้ชิด เพื่อน และเพื่อนบ้านต่างพากันมาร่วมไว้อาลัย ด้วยการรดน้ำศพให้แก่ผู้ล่วงลับ โดยเชื่อว่า เมื่อรดน้ำศพแล้วจะทำให้ร่างกายของคนตายสะอาด บริสุทธิ์

พิธีรดน้ำศพจะทำก่อนนำศพบรรจุลงไปในโลง ช่วงนั้นญาติพี่น้อง และเพื่อน ๆ จะยืนต่อคิวเพื่อน้ำรด โดยผู้ใกล้ชิดของคนตาย เอาขันใบเล็กตักน้ำอบ น้ำปรุงในขันใบใหญ่ส่งให้ผู้เข้ามารดน้ำศพ

Advertisement

Advertisement

ผู้ที่ทำหน้าที่รดน้ำศพก็จะเทน้ำในขันลงไปในมือของคนตาย แล้วก็พูดแต่สิ่งที่ดี บางคนก็ขออโหสิกรรมที่เคยทำไม่ดีกับคนตายเอาไว้ และขอให้ดวงวิญญาณของเขาไปอยู่ในภพภูมิที่ดี

เวลากลางคืนก็จะมีการสวดพระอภิธรรม ซึ่งจะมีญาติพี่น้อง พ่อแม่ ลูกเมีย สามี ภรรยา และเพื่อนบ้านมาฟังสวด

งานศพ

งานศพ รูปผู้เขียนถ่ายเอง

ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป อาชีพ หน้าที่การงาน และเศรษฐกิจ ทำให้ญาติพี่น้องต้องแยกย้ายกันไปทำมาหากิน จึงไม่ค่อยที่จะได้มาเจอกัน แม้แต่โทรศัพท์หรือทางโซเชียลก็แทบไม่ได้ติดต่อกัน

ทว่างานศพกลับเป็นงานแห่งวันรวมญาติได้มากกว่าวันอื่น ๆ สังเกตดูให้ดี ถ้าหากมีงานศพของญาติของเรา จะมีญาติพี่น้องมาครบเกือบทุกคน

พวกเราจะได้พบเจอกัน และรวมตัวกันในงานศพของญาติผู้ล่วงลับ ทั้งที่วันรื่นเริงอื่น ๆ ที่มีแต่ความสุข กลับไม่ค่อยได้เจอกัน

Advertisement

Advertisement

เหตุที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะ ช่วงในวันเทศกาลสำคัญต่าง ๆ แต่ละคนก็ต้องการพักผ่อน และไปเที่ยวกับครอบครัว จึงไม่ค่อยได้มาเจอกับญาติพี่น้อง ทุกคนทำงานเหนื่อยก็ต้องการผ่อนคลาย และกอบโกยความสุขให้มากที่สุด

เมื่อมีการตายของญาติ หรือคนใกล้ชิดเกิดขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้องจะส่งข่าวถึงกันอย่างรวดเร็ว และมาร่วมงานศพ เพื่อมาแสดงความอาลัย และส่งผู้ล่วงลับไปสู่สัมปรายภพ

ถวายสังฆทานถวายสังฆทาน รูปผู้เขียนถ่ายเอง

การตายไม่ได้มีบ่อยครั้ง พวกญาติพี่น้องจึงมาช่วยงานกันอย่างเต็มที่ ช่วงเวลาตรงนี้จึงเป็นวันรวมญาติมากที่สุด

เมื่อเจอกันก็จะถามสารทุกข์สุกดิบของแต่ละคน จากนั้นก็จะอยู่ร่วมในงานศพจนกว่าจะเผา และเก็บกระดูก บางคนอยู่จนถึงวันทำบุญ 7 วันก็มี

ญาติพี่น้องจะเห็นอก เห็นใจกันก็ในงานศพนี่แหละ ความสุขและทุกข์จึงเกิดขึ้นในงานเดียวกัน ซึ่งก็เป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

Advertisement

Advertisement

สุขที่ได้เจอหน้าญาติที่อยู่ห่างไกล ทำให้ความสัมพันธ์กระชับแนบแน่นยิ่งขึ้น แต่ก็มีความทุกข์แทรกเข้ามาเพราะยังอาลัยต่อการจากไปของคนตาย

ญาติในงานศพญาติในงานศพ รูปผู้เขียนถ่ายเอง

ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ แต่ทุกคนก็ร่วมงานศพกันอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป คงจะเป็นเรื่องดีถ้าเรานัดมาเจอกันโดยที่ไม่ต้องมีการตาย ซึ่งเป็นการสังสรรค์ระหว่างเครือญาติ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของสายเลือด เพื่อความสะดวกในการไปมาหาสู่ต่อกัน ควรที่จะให้ช่องทางการติดต่อแก่ทุกคน หรือจะทำเป็นไลน์กลุ่มสำหรับญาติ ๆ ก็ได้ เพื่อจะได้รู้ถึงความเคลื่อนไหวของแต่ละคน

ผู้เขียนขอให้ทุกคนมีความสุขเมื่อได้เจอกัน ดีกว่ามารวมตัวกันเมื่อถึงวารระสุดท้ายของชีวิตจากญาติสนิทของเรา

จรรยา เลิศพงษ์ไทย