7 ปีที่แล้วกับวันนี้อะไรในตัวเราเปลี่ยนไปบ้าง?

        "เอมี่...ทำไมไม่ทำงาน" เสียงครูเอ่ยขึ้นเพื่อเตือนเด็กผู้หญิงปอหกคนหนึ่ง ที่กำลังแอบเล่นเกมในขณะที่ครูกำลังสอน ไม่มีคำพูดใด ๆ ตอบกลับมา มีเพียงดวงตาอันแข็งกร้าวราวกับครูเป็นศัตรูของเธอ ในเวลานั้น...ครูไม่รู้จะทำอย่างไร จึงปล่อย(ชั่วคราว) แต่ไม่ถึงขั้นละเลย ท้อใจ เหนื่อยใจ ในการเปลี่ยนใครสักคน แต่ในใจลึก ๆ ก็เฝ้าแต่แอบหวังว่าสีหน้า แววตา ที่พร้อมจะวีนเหวี่ยงโลกจะหายไปในสักวัน สักวัน สักวัน

        แต่ก็ไม่รู้ว่าวันไหน...

        "ไกด์...เธอทำงานเสร็จแล้วเหรอ"

        "เสร็จแล้วครับครู...ผมส่งไปแล้ว"

        "งานของเธอได้ปรับแก้...ครูอยากให้เธอตั้งใจทำกว่านี้"

        "โหครู...ไม่แก้แล้วครับ"

        "ผมจะเล่นเกมแล้ว เวลาจะหมดแล้วครับ"

https://www.pexels.com/th-th/photo/1205651/ที่มา : pexels

        เสียงประตูเปิด...ผมจึงหยุดภารกิจตรงหน้า เพื่อหันไปดูว่าใครมา จึงรู้ว่าเป็นลูกศิษย์รุ่นแรก ๆ ของตัวเอง แน่นอน! ผมจำลูกศิษย์ทั้งสองคนได้ เพราะหน้าตาของพวกเขาทั้งสองคน ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมาก ถึงแม้ร่างกาย ความสูง สิ่งละอันพันละน้อยภายนอกจะเปลี่ยนไปก็ตาม

Advertisement

Advertisement

        "อ้าว...มายังไง"

        "สวัสดีครับครู..."

        "แล้วนั่น...เอมี่ใช่ไหม?"

        "ดีใจจัง...ครูจำหนูได้"

        "ครูจำหนูได้ด้วยเหรอคะ"

        "จำได้สิ..."

        ณ เวลานั้น ลูกศิษย์ทั้งสองคนแวะมาหาผมที่ห้องทำงาน ซึ่งในเวลานั้นมีครูอีกท่านนั่งอยู่ด้วย เราคุยกันมากมายหลายเรื่อง ถ้าว่ากันตามตรงแล้ว พวกผม(ครู)จะเป็นฝ่ายรับฟังเสียมากกว่า ซึ่งเป็นงานที่ค่อนข้างถนัดอยู่แล้ว เพราะช่วงนี้กำลังฝึกฟังอยู่ ในระหว่างที่ฟัง ก็แอบยิงคำถาม ถามในสิ่งอยากรู้ด้วยเช่นกัน

        "ตอนนี้เรียนที่ไหนกันอยู่..."

Advertisement

Advertisement

        "หนูกำลังจะเข้าธรรมศาสตร์ค่ะครู"

        "ผมได้ทุนเรียนที่ปัญญาภิวัฒน์ครับ"

        ผมแอบตกใจเล็กน้อยที่ได้ยินทั้งสองคนบอกว่ากำลังจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยกันแล้ว เจ็ดปีเลื่อนผ่านไปไวราวกับปุยเมฆบนท้องฟ้า วันคืนที่ล่วงผ่านไป เกิดเรื่องราวขึ้นมากมายทั้งตัวผม และลูกศิษย์ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยและผมคิดว่ามันจะยังคงอยู่ตลอดไป

        นั่นคือ ความเป็นครู และความเป็นศิษย์

        ทั้งสองคนดูมีความสุขกับการได้กลับมาที่โรงเรียนอีกครั้ง

        ทั้งสองคนดูมีความสุขได้เล่า ได้พูด ได้คุย ซึ่งผมกับครูอีกท่าน ก็คงรู้สึก สุข ไม่ต่างกัน หรือไม่ อาจจะสุขมากกว่าด้วยซ้ำที่เห็นลูกศิษย์ของตนเองเติบโตเป็นคนที่มีความคิดที่ดี มีกริยาท่าทางของคนที่ได้รับการศึกษา

https://www.pexels.com/th-th/photo/127713/ที่มา : pexels

        สีหน้า แววตา ที่วีนเหวี่ยงของเด็กหญิงเอมี่ และคำพูดที่พูดไม่รู้เรื่องของเด็กชายไกด์เมื่อ 7 ปีที่แล้วไม่หลงเหลืออยู่เลย ไม่เหลือเลยแม้แต่น้อย ในวินาทีนั้น ผมไม่เพียงมองเห็นเด็กหนุ่มและหญิงสาวที่กำลังจะก้าวไปเรียนรู้อะไรอีกมากมาย แต่สิ่งที่ผมมองเห็นลึกลงไปข้างในคือ การเติบโตและการเปลี่ยนแปลงด้านในจิตใจของพวกเขาอีกด้วย จากคนไม่รู้ประสา จากคนที่ดูเหมือนพร่องเรื่องมารยาท จากคนที่พูดจาไม่น่ารัก เปลี่ยนไปในทางที่ดีราวกับคนละคน

Advertisement

Advertisement

        นี่แหละหนา ที่เขาว่ากันว่า โลกหมุนไปทุกวินาที ทุกสิ่ง ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน

        "ครูไม่ห่วงพวกเธอแล้ว...."

        "ครูเชื่อว่าพวกเธอเอาตัวรอดและใช้ชีวิตในสังคมได้" เสียงครูอีกท่านพูดขึ้น ผมจึงพูดขึ้นบ้างว่า

        "ถ้าพวกเธอเป็นดอกไม้..."

        "ตอนนี้พวกเธอก็บานอย่างสวยงามแล้วแหละ"

        "จริงเหรอครู ขอบคุณค่ะ..."

        เอมี่ยิ้ม ไกด์ยิ้ม อย่างมีความสุข ผมไม่รู้จะอธิบาย 'สุข' ในห้วงวินาทีนั้นอย่างไรเพื่อให้ทุกท่านให้เข้าถึงใจ แต่ผมเชื่อว่า ถ้าใครเป็นครูอยู่จะเข้าใจ

        ก่อนจะจบบทความนี้ ผมคิดถึงเพลง ๆ หนึ่งที่ร้องว่า

https://www.pexels.com/th-th/photo/2176593/ที่มา : pexels

ความภูมิใจมิได้อยู่ในพานไหว้ครู แต่อยู่ในวันที่รู้ ว่าศิษย์นั้นไปได้ดี เรือจ้างลำแกร่ง ยังพายสุดแรงที่มี พ่อพิมพ์ แม่พิมพ์วันนี้ ยังพิมพ์คนดีสุดแรงหัวใจ

        ในวันที่บทเพลงถูกขับขานผ่านลูกศิษย์น้อยใหญ่ในวันไหว้ครู

        เสียงเพลงในวันนั้นยังคงต้องกึกก้องและพร้อมจะเล่นซ้ำอยู่เสมอในทุก ๆ วินาที ภายในหัวใจของครู

        เฉกเช่นวันนี้ เวลานี้ และนี่ใช่ไหม ที่ใคร ๆ เรียกว่า "ความภูมิใจของคนเป็นครู" 

ภาพปก : pexels