เด็กทุกคนมีความฝัน และเมื่อเพาะบ่มความฝันโดยการลงมือลงแรงทำ ความฝันนั้นจะกลายสภาพเป็นความหวัง ที่จะได้ ที่จะเป็น ตามปรารถนา มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่สร้างฝันให้เป็นจริง ได้เป็นอย่างที่หวัง เป็นที่ภาคภูมิใจแก่ตนเองและผู้ปกครอง แต่จำนวนเด็กเหล่านี้คงเทียบไม่ได้กับจำนวนของเด็กที่ไปไม่ถึงฝัน ต้องทุกคัดออกจากเส้นทาง ยิ่งเส้นทางสายนั้นถูกเรียกว่า "ฟุตบอลอาชีพ" 

ในปัจจุบันคงปฎิเสธไม่ได้ว่า ความหอมหวาน ของชื่อเสียง เกียรติยศ เงินทอง  จากวงการฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า นักฟุตบอลระดับ ซูเปอร์สตาร์ที่สร้างรายได้ มหาศาล ถึงขนาดที่เรียกได้ว่ามนุษย์ทั่วไปยากที่จะสามารถหาได้ ไม่ว่าจะต้องตายหรือเกิดใหม่อีกกี่ครั้ง สิ่งเหล่านี้เป็นตัวดึงดูดให้เด็ก ๆ รุ่นใหม่โดยเฉพาะผู้ปกครอง มีความฝันและความหวัง ที่จะผลักให้ลูกได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ

Advertisement

Advertisement

อคาเดมี

มีเด็กหลายคนที่มุ่งมั่นจะเดินทางในเส้นทางฟุตบอล เด็กอายุ 9-12 ปีบางคนมีต้นทุนชีวิตที่ดี ผู้ปกครองสนับสนุน พาไปเรียน พาไปฝึกซ้อมกับอคาเดมีต่าง ๆ เพื่อให้เรียนรู้ทักษะฟุตบอลที่ถูกต้อง เด็กบางคนขวนขวายด้วยตนเองฝึกซ้อมด้วยตนเอง  แล้วหิ้วสตั๊ด ขึ้นรถประจำทางไปคัดตัวท่ามกลางแดดร้อน ๆ ต้องต่อสู้กับเด็กอีกหลายร้อยหลายพันคนเพื่อแย่งโควต้าและทุนจากโรงเรียนดัง หรืออคาเดมีสโมสรชั้นนำของประเทศ เพื่อจะสานฝันของตัวเอง เด็กที่มีความสามารถเพียงไม่ถึง 100-200 คนที่เข้าตาทีมงาน จะได้รับเลือกให้ได้ไปต่อในเส้นทางอาชีพ  ส่วนคนที่เหลือถ้ายังอยากอยู่ในเส้นทางก็มาแก้ตัวกันใหม่รอบหน้า

จากเด็กประมาณ 200 คน เมื่อได้มาอยู่ในการดูแลของโรงเรียนและอคาเดมี่ของสโมสร ทุก ๆ ปีจะมีการประเมินเพื่อคัดหัวกระทิเท่านั้นที่จะได้อยู่ต่อ จะมีเด็กถูกคัดออกอีกเกือบครึ่ง จาก 200 อาจจะเหลือเพียง 100 คน (เด็กที่ถูกคัดออกกลางทางผู้ปกครองต้องวิ่งหาโรงเรียนใหม่ อาจจะกลับไปเรียนต่อในภูมิลำเนาเดิมหรืออคาเดมีสโมสรเกรดรองลงมา) 

Advertisement

Advertisement

แน่นอนว่าหัวกระทิที่เหลือรอด ย่อมมีโอกาสสูงกว่าเด็กทั่วไปที่จะก้าวไปติดธงไตรงค์หรือเยาวชนทีมชาติ สร้างดีกรี สร้างโปรไฟล์ของตัวเอง เป็นเเต้มต่อเป็นโอกาสของการพิจารณารับสัญญาอาชีพ แต่ถึงแม้ว่าตอนเป็นเด็กอาจจะเก่งกาจแต่ก็ไม่ได้การันตีว่าเมื่อโตขึ้นจะประสบความสำเร็จ ผู้เขียนมีเพื่อนต่างชาติ ที่เมื่ออายุ 13 ปี ได้เล่นทีมชาติ มีสโมสรชั้นนำระดับโลกทาบทามไปเข้าสังกัด อาทิ ดอร์มุน ยูเวตุส ไปซ้อมกับทีมอยู่ร่วมเดือน แต่สุดท้ายตัดสินใจไปอยู่กับอคาเดมีของสโมสรชั้นนำในพรีเมียร์ลีกอังกฤษแทน ด้วยเหตุผลเรื่องเงินที่มากกว่า เขาเคยถูกคาดหมายว่าจะกลายเป็นนักฟุตบอลที่เก่งกาจในอนาคต แต่ปัจจุบันเขากลับออกห่างจากคำว่านักฟุตบอลไปหลายพันไมลล์

Advertisement

Advertisement

วัย 15-18 ปี  คือ ช่วงวิกฤติของชีวิต 

เด็กวัยนี้เป็นช่วงของการอยากรู้อยากลอง  ด้วยฮอโมนส์ที่พุ่งพล่าน อะไรที่ไม่เคยทำ ก็กล้าที่จะทำ อะไรๆที่รู้ว่าผิดก็พร้อมที่จะเสี่ยง โดยได้รับอิทธิพลแนวคิดจากเพื่อนหรือรุ่นพี่ ถ้าเด็กคนไหนใจไม่แข็งพอ ก็จะได้เรียนรู้ประสบการณ์ของ เหล้า เบียร์ บุหรี่ ผู้หญิง และแทงบอล เด็กบางคนแค่ลองเพื่อให้รู้ เพื่อเป็นที่ยอมรับว่ากูก็ใจ กูก็กล้า เมื่อรู้แล้วก็ถอนตัวมา แต่บางคนกลับติดใจ เสียเวลาชีวิตไปกับสิ่งเหล่านี้ เมื่อติดมากๆ ร่างกายก็แย่ สิ้นสภาพ ร่างกายไม่สามารถเดินทางต่อ จากความฝันนักฟุตบอล อาจกลายเป็นแค่นักแทงบอล เด็กเดินโพย เด็กบางคนหัวดีการเรียนดีก็มีโอกาสได้ทุนเรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่บางคนกีฬาเคยเด่น การเรียนไม่เอาไหน ก็จบเส้นทางปัญญาชนแค่ ม.6  เพราะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ เมื่อทักษะความสามารถด้านอื่นไม่มี ถ้าอยากเล่นฟุตบอลต่อ อาจจะไปคัดตัวกับทีมในลีกรอง ๆ ลงมา เช่น T2-T4 ถ้าโชคดีอาจจะได้รับสัญญาอาชีพ แต่แน่นอนค่าตอบแทนย่อมห่างไกลจาก สิ่งที่เคยตั้งไว้ที่จะมีเงินเดือนเป็นแสนๆ มีบ้าน มีรถ แต่ความจริงต้องมารับเงินหลักพัน หลักหมื่น และชีวิตก็เหมือนแขวนบนเส้นด้าย ความเสี่ยงสูงเพราะสัญญาปีต่อปี ถ้าผลงานดีก็อาจจะได้ต่อสัญญาหรือย้ายทีมไปอยู่กับทีมใหญ่ขึ้น เงินเดือนสูงขึ้น แต่ถ้าผลงานธรรมดา ค่อยข้างไปทางแย่ก็อาจจะไม่ได้ไปต่อต้องจบอาชีพนักฟุตบอล ออกจากเส้นทางของความฝันและความหวังของครอบครัว ทิ้งชีวิตหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาไว้เป็นเพียงแค่ความทรงจำ เบนเข็มชีวิตหางานเลี้ยงตัวกับสถานประกอบการที่ยอมรับวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลาย

อายุ 18 ประตูสู่ความฝัน 

จากเส้นทาง 10 ปีที่ผ่านไป เป็นที่น่าเสียดายจริง ๆ เพราะบนถนนสู่นักฟุตบอลอาชีพเราได้เสียเด็กหลายคนที่เเวะพักกลางทาง เด็กที่เจอทางแยกแล้วเลี้ยวผิด จนเมื่อถึงปลายทางจากเด็กหลายพันที่วิ่งออกจากจุดสตาร์ท อาจจะเหลือเด็กล่าฝันแค่เพียง 30 คน 

เด็กคนไหนที่ยังมีสติ มุ่งมั่น และอดทน เอาชีวิตรอดจากช่วงเวลาวิกฤติของชีวิต  ตอนนี้ก็เหมือนได้เห็นแสงสว่างรอดจากประตูบานใหญ่ มีป้ายติดที่บานประตูว่า สัญญาอาชีพ มาถึงตรงนี้ก็ต้องแสดงความยินดีกับเด็กล่าฝันและตบเมื่อดัง ๆ กับความสำเร็จแรกก้าวเข้าสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว แต่เด็กเหล่านี้ยังคงต้องทำงานหนักต่อไปบนเส้นทางลูกหนังอีกนับ 10 ปี ถ้าโชคดีอาจจะไปถึงฝัน บรรลุถึงความหวังของครอบครัว เป็นเกียรติประวัติวงศ์ตระกูลที่จะคงอยู่ ได้เล่าสู่ลูกหลานต่อไป แต่ถ้าพลาด ชีวิตก็อาจไม่เหลืออะไรเช่นกัน............

สัญญาอาชีพ

เครดิตภาพ https://www.fcmadras.com/academy/

                https://www.thesoccerstore.co.uk/

                https://www.cambstimes.co.uk/