อาชีพในปัจจุบันมีเยอะแยะมากมาย ทั้งราชการอาชีพอิสระ ค้าขาย พนักงาน ลูกจ้าง นักร้อง นักดนตรี ฯลฯ แต่อาชีพที่พ่อแม่ส่วนใหญ่อยากให้ลูกเป็นคือ การรับราชการ หลายๆคนมักพูดว่า “เป็นพยาบาลดีจะตาย เงินเดือนเยอะ” “เป็นพยาบาลหน้าที่การงานมั่นคงได้แต่งตัวสวย” “เป็นพยาบาลมีแต่คนนับหน้าถือตา” และอื่นๆเยอะเเยะมากมาย นี่เป็นคำพูดที่ฉันมักได้ยินบ่อยๆในช่วงของการที่จะสอบเข้ามหาลัย และแน่นอน ฉันก็เลือกมัน... พยาบาลวิชาชีพ

รูปภาพโดยผู้เขียน   ฉันเลือกอันดับในการ admission เป็นพยาบาลทั้ง 4 อันดับ ทั้งมหาลัยและวิทยาลัยพยาบาล ฉันมีเหตุผลเดียวที่เลือก คือ หมอดู ใช่..ทุกท่านอ่านไม่ผิด หมอดูคนเดียวเลยที่ทำให้ฉันเป็นพยาบาลทุกวันนี้ เมื่อตอนเด็กความฝันอันสูงสุดของฉันคือเป็นครู เพราะชอบที่ได้พูดได้สอน ได้เข้าค่ายลูกเสือ(อันนี้คือชอบมาก) ฉันตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องเป็นครู จนความฝันฉันได้พังทลายลงตอนที่ญาติได้ทำบุญกระดูกหาญาติผู้ใหญ่ที่ล่วงลับไป ทำให้ฉันได้พบกับหมอดู ซึ่งแม่ฉันชอบมากที่จะให้ฉันดู หมอดูถามว่า โตไปอยากเป็นอะไร (คำถามยอดฮิต) ฉันตอบโดยไม่คิด “ครูค่ะ” คำตอบจากหมอดู คือ “หนูจะไม่ได้เป็นครูแต่หนูจะได้ใส่ชุดสีขาว” เพราะประโยคนั้น ทำให้ฉันคิดว่าฉันต้องทำงานในรพ.แน่ ๆ ไม่ได้เป็นครู ทำให้เมื่อฉันอยู่ ม.ปลาย ก่อนสอบเข้ามหาลัยฉันก็เลือกที่จะสอบแต่ แพทย์ เภสัช พยาบาล (สรุปว่าที่ฉันเป็นพยาบาลนี่หมอดูดูแม่น หรือฉันทำตามที่หมอดูบอกกันแน่) และสุดท้ายฉันก็ได้เข้าไปเรียนในวิทยาลัยพยาบาลแห่งหนึ่งแถวชานเมือง เป็นการเริ่มต้นชีวิตที่ใหม่มาก สำหรับเด็กบ้านนอกที่เช้าเย็นอยู่กับพ่อแม่ตลอด ก้าวแรกที่เข้าไปเรียนพยาบาลที่กรุงเทพเพียงลำพัง ฉันทั้งรู้สึกตื่นเต้นและกังวล

Advertisement

Advertisement

รูปภาพโดย Phuttarak Mulmuangรูปภาพโดย Phuttarak Mulmuangรูปภาพโดย Phuttarak Mulmuang

        อย่างที่หลายๆคนรู้กันว่าเป็นพยาบาลกฎระเบียบเยอะมาก แต่...ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทุกคนยังไม่รู้ และฉันจะเล่าให้ฟัง เริ่มจากก้าวแรกที่เข้าไป น้องปี 1 ทุกคนจะได้รับการดูแลจากรุ่นพี่ปี 2 ที่มาแนะนำตัวกับเราว่าเขาคือ พี่เสี่ยง (ประมาณเสี่ยงฉลากจับมาได้รหัสเรา) เขาจะดูแลและให้คำปรึกษาเราจนกว่าเราจะตามหาพี่รหัสเจอ พี่เสี่ยงจะพาเราขนของไปไว้ที่ห้องนอน แต่จริงๆควรเรียกว่าหอนอนมากกว่า เพราะเป็นชั้นของอาคารทั้งชั้น มีเตียง 2 ชั้นหันหัวเตียงติดกันโดยถูกจัดเรียงเป็นแถวยาวๆ มีตู้เสื้อผ้าคนละตู้ที่เรียงติดกันเป็นแถวยาวเรียบร้อย มีโต๊ะตัวยาวที่ถูกจัดไว้สำหรับอ่านหรือเขียนหนังสือ แต่ที่แปลกและคิดว่าที่หอพักพยาบาลที่อื่นไม่มีคือมีกระดานดำเก่าๆขนาดใหญ่ อยู่ที่ด้านหน้าและด้านหลังห้อง มีหลอดไฟติดอยู่เหนือกระดานดำทั้งคู่ซึ่งเปิดไฟอยู่ ทั่งๆที่ตอนนี้ตอนกลางวัน  มีพวงมาลัยเก่าๆที่น่าจะถูกนำมาแขวนนานแล้ว 2- 3 พวงอยู่ด้านข้างของกระดานดำ ด้านข้างหน้าต่างตลอดฝั่งเป็นอ่างล้างน้ำแต่มีป้ายติดไว้ว่าห้ามใช้ สิ่งที่เห็นและแปลกใจได้ถูกเก็บไว้เป็นคำถามที่อยู่ในใจ จนหลังจากที่พี่ปี 2 ได้แบ่งที่นอนให้พวกเราเรียบร้อย ฉันได้นอนเตียงชั้นบน เป็นเตียงแถวแรกที่ติดกับกระดานดำอันใหญ่ที่ฉันแปลกใจนั่นแหละ พี่ๆปล่อยให้เราได้เอาของเข้าตู้และพาไปทำกิจกรรมด้านล่าง หลังทำกิจกรรมเสร็จ ได้แจ้งพวกเรา เวลา 18.00 น. ให้พวกเรามารวมตัวกันในห้องที่ถูกเรียกว่าห้องสบาย (กิจกรรมที่ถูกจัดในห้องนี้มักจะตรงข้ามกับชื่อ) หลังจากพวกเรากินข้าวเย็นกันเสร็จก็มานั่งรอพี่ปี 2 ที่ห้องสบาย ห้องนี้อยู่ชั้นเดียวกับหอพัก ในห้องสบายเป็นพื้นลาดชั้นแบบขั้นบันได แต่ละขั้นห่างกันประมาณเมตร กำลังคิดว่าเขามีไว้ทำอะไรแต่ไม่ทันได้ถาม ก็ถูกเรียกชื่อตามพยัญชนะต้นของชื่อจริง ฉันถูกเรียกเป็นคนที่สอง พี่จัดให้เรานั่งเรียงกันตามตัวอักษร แต่ละขั้นบันได มีเพื่อนนั่งกันขั้นละ 10 คน จนเพื่อนนั่งกันครบ 50 ครั้งและนั่นก็คือการจัดรหัส ซึ่งหมายความว่าฉันคือรหัส 2 หลังจากนั้นพี่ๆก็อธิบายการใช้ชีวิตในวิทยาลัย การอยู่หอพัก กฎระเบียบต่างๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นกฎระเบียบทั่วๆไป  แต่จะมีกฎเฉพาะน้องปี 1 ที่ต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด คือให้สวมกางเกงวอร์มเสื้อคอปก สวมรองบัดดี้ มัดผมห้ามปล่อยผมด้านหน้า ห้ามทำสีผม ห้ามแต่งหน้า ห้ามเดินกิน ห้ามพูดว่าเอาให้พูดคำว่านำมา เจอรุ่นพี่ให้ไหว้ทุกครั้ง และได้เเจ้งว่า จะมีพี่ที่คอยสอนเรื่องพฤติกรรมของเราโดยเฉพาะและจะมีบทลงโทษทั้งรุ่นหากพวกเราคนใดคนนึงทำผิด ภารกิจต่อมาคือการตามหาเถาว์รหัส ซึ่งประกอบไปด้วยพี่ปี 2 ที่เรียกว่าพี่ พี่ปี 3 ที่เรียกว่าป้า/ลุง พี่ปี 4  ที่เรียกว่ายาย/ตา แต่ในคืนนั้นพี่ๆได้พาพวกเราไปไหว้เจ้าที่เจ้าทางก่อนเข้านอนคืนแรกเราไปไหว้ที่ต่างๆในวิทยาลัยจนมาถึงที่สุดท้ายคือ หอพักของพวกเรา พี่ๆพาเรามาตรงกระดานดำด้านหน้า (ตรงใกล้ๆเตียงฉันนั้นแหละ) และได้เริ่มเล่าความเป็นมา เดิมที่อาคารนี้ทั้งอาคารเป็นโรงพยาบาลเก่ามาก่อน และได้ถูกปรับเปลี่ยนชั้นนี้มาเป็นห้องเรียน Anatomy (โครงสร้างภายในและภายนอกของมนุษย์) โดยกระดานดำที่เห็นเป็นกระดานดำที่ใช่สอนจริงกับนักเรียนแพทย์ ซึ่งโต๊ะยาวๆที่เตรียมไว้ให้เราอ่านหนังสือนั้นเดิมเคยเป็นโต๊ะสำหรับที่วางอาจารย์ใหญ่นั่นเอง ส่วนอ่างน้ำก็ไว้ล้างอวัยวะหรืออุปกรณ์ที่ใช่ผ่าเพื่อดูอวัยวะต่างๆ ไม่แปลกใจแล้วทำไมกระดานดำถึงมีพวงมาลัย พี่ๆบอกว่าทุกคนในวิทยาลัยเคารพกระดานดำมาก จะมาไหว้กันเป็นประจำ และไฟที่อยู่เหนือกระดานห้ามปิดเด็ดขาดเพราะมีรุ่นพี่เคยปิดไฟนอน แล้วฝันว่าเห็นคนเดินไปมาเต็มห้องไปหมด ทำให้หลังจากนั้นไฟดวงนี้ก็ไม่ถูกปิดอีกเลย แอบคิดในใจว่าแล้วจะนอนหลับไหม แต่หลังจากแยกย้ายกันนอน ก็หลับได้ปกติ ไม่มีเหตุการณ์แปลกประหลากเกิดขึ้น แต่ทุกครั้งที่นอนฉันจะหันไปไหว้กระดานก่อนนอนทุกครั้ง และไม่เคยนอนหันเท้าไปทางกระดานเลย 

Advertisement

Advertisement

สามารถติดตามชีวิตนักรบชุดขาวต่อได้ในบทความถัดไป