ZARA ผู้นำฟาสต์แฟชั่น ที่อาจโดนแซงนำหลายวิถีทาง

 

ตั้งแต่มีนาคมที่ผ่านมา INDITEX บริษัทแม่ของ ZARA ได้ประกาศปิดให้บริการหน้าร้านมากกว่า 4,000 แห่ง ใน 39 ประเทศ หรือมากกว่าครึ่งนึงของโลกที่ INDITEX ดำเนินธุรกิจอยู่ สาเหตุดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อสินค้าคงคลัง คิดเป็นมูลค่ากว่า 287 ล้านยูโรหรือ 1.02 หมื่นล้านบาท ทว่าความน่าสนใจเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนหน้านี้เสียอีก..

แล้วความสนใจที่ว่านี้คืออะไร..

 

https://images.unsplash.com/photo-1572615208281-3c9a9a9fb41c?ixlib=rb-1.2.1&ixid=eyJhcHBfaWQiOjEyMDd9&auto=format&fit=crop&w=750&q=80

สำหรับเครือ INDITEX เป็นเครือแฟชั่นยักษ์ใหญ่ มีฐานที่ตั้งอยู่ที่ประเทศสเปน และมีแบรนด์ในเครือมากมาย ทั้ง Massimo Dutti, Bershka, Oysho, Pull and Bear, Stradivarius, Uterqüe และ ZARA

INDITEX ดำเนินธุรกิจมากกว่า 93 ประเทศทั่วโลก มีหน้าร้านในเครือไม่ตำ่กว่า 7,200 ร้าน แน่นอนว่าช่วงวิกฤติCovid-19 ที่ผ่านมา INDITEX ย่อมได้รับความลำบากอย่างแน่นอน  แม้ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าตัวเลขที่เครือแฟชั่นยักษ์ใหญ่นี้สูญเสียไป มีมูลค่าเท่าไหร่..แต่เท่าที่ผ่านมา พวกเขามีผลประกอบการดี มาเป็นลำดับ..โดยตลอด

Advertisement

Advertisement

 

ผลประกอบการสามปีย้อนหลังของ INDITEX

 

ปี 2017

มีรายได้รวม 23,310.53 ล้านยูโร

กำไรสุทธิ 3,156.96 ล้านยูโร

 

ปี 2018

มีรายได้รวม 25,336 ล้านยูโร

กำไรสุทธิ 3,367 ล้านยูโร

 

ปี 2019

มีรายได้รวม 26,145 ล้านยูโร

กำไรสุทธิ 3,444 ล้านยูโร

(สิ้นสุดงวดบัญชี มกราคม / 1 EUR ประมาณ 34.77 THB)

 

ทว่าความน่าสนใจที่สุด เห็นจะเป็นพระเอกของเครือ INDITEX นั่นก็คือ.. ZARA

 

https://images.unsplash.com/photo-1583316174775-bd6dc0e9f298?ixlib=rb-1.2.1&auto=format&fit=crop&w=1500&q=80

ก่อนหน้านี้ ZARA ได้ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก ประมาณ 5-10 ปีก่อนหน้า แบรนด์ ZARA ถือได้ว่าเป็นแบรนด์ที่ดูจะHard Sale เนื่องจากเป็นแฟชั่นที่ออกจาก Runway หรืองานแสดงระดับโลก  ก่อนที่จะมีการปรับกลยุทธ์ใหม่ ให้ทุกสินค้าสามารถเข้าถึงง่าย ตลอดจนสามารถครองใจมวลมหาประชาชนโดยทั่วไปในที่สุด

Advertisement

Advertisement

ด้วยความเป็นแบรนด์ Fast Fashion ที่ต้องตามเทรนด์ และยิ่งเป็นแบรนด์เบอร์ต้น ๆ ยิ่งต้องนำเทรนด์ ถึงกระนั้น ตลาดอีคอมเมิร์ซที่มีแบรนด์ใหม่ ๆ ผุดขึ้นมามากมาย ถึงแม้จะเป็นเบอร์เล็ก แต่ถ้าหากมัดมารวมกัน ก็สามารถโค่นยักษ์ใหญ่เจ้าเสน่ห์อย่าง ZARA ได้เช่นเดียวกัน

สาเหตุดังกล่าว นำมาซึ่งรายได้ในปีหดตัวลงเป็นลำดับ ในขณะที่ผลกำไรกลับเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้ามองผลประกอบการย้อนหลังของ ZARA จะเห็นดังนี้..

 

ปี 2015

มีรายได้รวม 71.22 ล้านดีนาร์จอแดน

กำไรสุทธิ -2.35 ล้านดีนาร์จอแดน

 

ปี 2016

มีรายได้รวม 69.84 ล้านดีนาร์จอแดน

กำไรสุทธิ 1.69 ล้านดีนาร์จอแดน

 

ปี 2017

มีรายได้รวม 67.73 ล้านดีนาร์จอแดน

กำไรสุทธิ 5.17 ล้านดีนาร์จอแดน

Advertisement

Advertisement

 

และปี 2018

มีรายได้รวม 69.46 ล้านดีนาร์จอแดน

กำไรสุทธิ 3.92 ล้านดีนาร์จอแดน

(1 JOD ประมาณ 45.18 THB)

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่มีข้อมูล มูลค่าที่ ZARA สูญเสียไปจากช่วงวิกฤติโรคระบาด แต่ช่วงที่ผ่านมา ZARA ก็มีการแก้เกมหลายอย่าง ทั้งส่งคอลเลคชั่นให้กับนางแบบ ถ่ายแฟชั่น From Home พร้อมทั้งคงความเป็น ZARA ไว้ด้วยการไม่แต่งหน้า ลงโปรโมทผ่านช่องทางต่าง ๆ

ในขณะที่การรุกตลาด ได้ดำเนินการผ่านแคมเปญ ลด แลก แจกแถม ตามปกติของตลาดแฟชั่น และสิ่งที่น่ากลัวสำหรับแบรนด์แฟชั่นใหญ่ ๆ นั่นก็คือแบรนด์น้อยใหญ่ที่ผุดขึ้นมาบนโลกออนไลน์ ซึ่งแน่นอนว่าตลาด Fast Fashion มักจะมีเทรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาเสมอ

 

https://images.unsplash.com/photo-1573879500655-98f2012dd1db?ixlib=rb-1.2.1&auto=format&fit=crop&w=750&q=80

แบรนด์ใหญ่ ๆ ในอดีตที่เคยนำเทรนด์ ปัจจุบันอาจจะต้องมาตามเทรนด์จากแบรนด์เล็ก ๆ ในตลาด  ถึงจะยังไม่เห็นผลเสียจากผลประกอบการของแบรนด์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่ถ้าหากแบรนด์ยักษ์ใหญ่นิ่งนอนใจ นึ่งคือหินที่นำ้หยดลงทุกวัน มันอาจจะค่อย ๆ กร่อนไปในทุก ๆ วันก็ได้..

แม้ ZARA จะช่วงชิงทุกวิถีทาง ครองความเป็นตัวเองบนบัลลังก์แฟชั่นเบอร์ต้นของโลก นำหน้าแซงรายอื่นในอุตสาหกรรมมาโดยตลอด แต่ทว่าวิกฤติครั้งนี้ ตลาดอีคอมเมิร์ซที่เต็มไปด้วยแบรนด์น้อยใหญ่ อาจทำให้ยักษ์ใหญ่มากด้วยเสน่ห์อย่าง ZARA เดินตามหลัง..ก็เป็นได้

 

 

 

Credit Picture 1: Link / 2: Link / 3: Link / Cover Picture: Link 

 

.............................................................

 

ส่งต่อทุกแรงบันดาลใจ Share For Inspire

Follow Us On “Facebook”

Follow Us On “Line”

 

Copyright By Swivel

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Swivel

*บทความนี้ได้รับลิขสิทธิ์ถูกต้องจาก Swivel On Blockdit จริง