นั่งทำงาน
มองออกไปนอกหน้าต่าง
ไม่พบเจอความสว่าง ๆ ใดใด ...

คุณอาจจะกำลังเป็นเหมือนเราอยู่

Work from home คงไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไรนักสำหรับคนส่วนใหญ่ ที่ไม่ได้มีพื้นที่บ้านมากเพียงพอกับการจัดให้เป็นออฟฟิศน้อย ๆ ที่น่าเข้าไปนั่งทำงานซะเหลือเกิน

หายนะที่มาพร้อมกับ work from home ครั้งนี้ ซึ่งนอกเหนือไปจากอาการเบื่อแบบสุดขีด งานไม่ติดปีกแบบที่เคย พยายามก้ม ๆ เงย ๆ ก็ไม่หายเมื่อยแล้ว ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่หลายคนกำลังเป็นอยู่ รวมทั้งเราเองด้วย คือการที่ ‘นาฬิกาชีวิตเปลี่ยน’ จากเคยนอนประมาณเที่ยงคืนและตื่นเช้าเตรียมตัวออกไปทำงาน กลับกลายเป็นมนุษย์นกฮูก นอนไม่หลับกระสับกระส่ายในยามที่ท้องฟ้านั้นกลายเป็นสีดำ และกว่าจะลืมตาขึ้นได้อีกทีก็ปาไปบ่ายสามแล้วเป็นอย่างต่ำ (กรณีคนที่ทำงานแบบไม่ fix เวลานะ)
 

กลไกของ ‘นาฬิกาชีวิต’ หรือ ‘นาฬิกาชีวภาพ (biological clock)’ แบบเข้าใจง่าย ๆ

Advertisement

Advertisement

กลไกของ ‘นาฬิกาชีวิต’ หรือ ‘นาฬิกาชีวภาพ (biological clock)’

  • เวลากลางคืน: สมองรับรู้ว่าไม่มีแสง เมื่อเราเข้านอน ฮอร์โมนเมลาโทนินจะหลั่งออกมา ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย หลับสบาย และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
  • เวลากลางวัน: ดวงตารับแสงเข้ามา ส่งสัญญาณไปยังสมองว่าเช้าแล้วนะ ฮอร์โมนเมลาโทนินก็จะหยุดหลั่ง ฮอร์โมนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้างกับการตื่นตัวก็จะหลั่งแทน
    อ้างอิงจาก Mahidol Channel

เพราะจังหวะธรรมชาติของนาฬิกาชีวิตนั้นช่วยเสริมสร้างการดำเนินกิจวัตรประจำวันของมนุษย์ คนที่ใช้ชีวิตได้ตรงตามช่วงเวลาที่ควรจะเป็น จึงมีสุขภาพและประสิทธิภาพในการทำสิ่งต่าง ๆ ดีกว่าคนที่ฝืนกลไกของนาฬิกาชีวิตนั่นเอง

ไม่ว่าคุณจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจที่จะให้เกิดพฤติกรรมที่ทำให้นาฬิกาชีวิตแปรปรวนไปก็ตาม เราอยากให้คุณฟื้นคืนกลับมาให้ได้เร็วที่สุด เพราะผลกระทบในอนาคตนั้นร้ายแรงเกินกว่าที่คุณคิด

Advertisement

Advertisement

ผลกระทบจากการที่นาฬิกาชีวิตไม่เป็นไปตามจังหวะธรรมชาติมีฮอร์โมนตัวหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับโดยตรง ชื่อว่า ‘เมลาโทนิน’ ซึ่งจะหลั่งออกมาเมื่อเรานอนหลับในช่วง 22.00 – 03.00 น. ฮอร์โมนเมลาโทนินเกี่ยวข้องกับระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายจำนวนมาก ข้อดีของเจ้าฮอร์โมนตัวนี้คือช่วยทำให้ร่างกายผ่อนคลายและต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ หากเราไม่ได้นอนหลับภายในช่วงเวลาที่นาฬิกาชีวิตสรรค์สร้างไว้ ก็ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมหาศาล

มีงานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่า คนที่มีนาฬิกาชีวิตแปรปรวน ไม่เป็นไปตามจังหวะจะโคลนของธรรมชาติ มีความเสี่ยงที่จะเป็น

Advertisement

Advertisement

  • โรคที่เกิดจากการที่เซลล์สมองถูกทำลาย เช่น อัลไซเมอร์
  • รวมทั้งอาการไม่สู้ดีอื่น ๆ ที่เกิดจากระบบของร่างการแปรปรวนไป

    อ้างอิงข้อมูลจาก THE STANDARD และ Paolo Hospital


    นอกจากส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายโดยตรงแล้ว ยังส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของคุณลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเจน

    ถ้าไม่เชื่อ ลองเช็กอาการกันดูหน่อย คุณเป็นแบบนี้อยู่หรือเปล่า?

    • ตื่นมาปวดหัวตึบ ๆ
    • สมองตื้อ ๆ คิดงานไม่ค่อยออก
    • ใช้คอมพิวเตอร์แล้วมึน ๆ อึน ๆ คล้ายจะเวียนหัว
    • อยากพักบ่อย ๆ พอได้พักแล้วก็ยาวเลย
    • กินบ่อยทั้งที่ไม่หิว หากไม่ได้กินจะรู้สึกว่าทำงานไม่ได้
    • ทั้งวันได้งานนิดเดียว ทั้ง ๆ ที่รู้สึกว่าพยายามแล้วนะ
    • และอาการอื่น ๆ ที่คุณเองก็รู้ตัวแหละว่า มันไม่ใช่อะ!!

    วันนี้เราอยากชวนคุณมาปรับนาฬิกาชีวิตให้ดีขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็ดีกว่าที่เคยเป็นมาแน่นอน ถ้าพร้อมที่จะทำเพื่อตัวเองแล้วก็ไปดูกันเลย

    สดชื่นยามเช้า

    1. ปรับเวลาให้นอนช้าขึ้นวันละ 2 ชั่วโมง เช่น จากปกตินอนตี 4 ให้ปรับมานอน 6 โมงเช้า วันต่อไปก็ปรับไปอีก 2 ชั่วโมงตามเข็มนาฬิกา จาก 6 โมงเช้า เป็น 8 โมงเช้า ทำแบบนี้ไปจนกว่าจะถึงเวลานอนที่ต้องการ จากนั้นให้นอนเวลานี้ต่อไปทุกวันก็เป็นอันว่าปรับนาฬิกาชีวิตได้แล้ว
    อ้างอิงจาก Mahidol Channel

    2. วางอุปกรณ์ที่ใช้ตั้งปลุกไว้ให้ไกลตัว เพื่อที่จะได้ลุกไปปิด การลุกออกจากที่นอนช่วยให้หายง่วงได้ดีเลย และควรให้มีเสียงดังพอที่จะได้ยิน ตั้งปลุกไว้หลาย ๆ รอบ ให้ถี่ ๆ เผื่อรอบแรก ๆ จะไม่ได้ยิน

    3. ออกไปรับแสงข้างนอกในบริเวณใกล้บ้าน ประมาณวันละ 10 นาที แล้วค่อยกลับเข้ามาอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน แต่งตัวพร้อมทำงาน

    4. เลือกวิธีการทำงานจาก 2 รูปแบบนี้ ซึ่งผ่านการวิจัยมาแล้วว่าได้ผลเป็นอย่างดี

    *เวลาพักจะทำอะไรก็ได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือจอ TV

    เมื่อเลือกได้แล้วก็ต้องทำตามให้ได้ด้วยนะ
    แล้วงานของคุณจะออกมาแบบ Super Productive!
    เพราะสมองและร่างกายได้รับการพักผ่อนในเวลาที่เหมาะสม

    5. ถ้าเป็นวันหยุดขอให้คุณทำทุกข้อเหมือนเดิม ยกเว้น ข้อ 4. เนื่องจากเป็นวันพักผ่อน คุณอยากจะทำอะไรหลังจากอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เต็มที่เลย แนะนำให้ไม่เลือกการนอนนะ เพราะถ้านอนกลางวัน ย่อมมีโอกาสสูงที่จะนอนไม่หลับในตอนกลางคืน เป็นผลให้สิ่งที่คุณพยายามทำมาทั้งหมดนั้นจะต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่เอาดื้อ ๆ เลย


    5 เคล็ดลับนี้เองที่นอกจากจะช่วยให้ ‘นาฬิกาชีวิต’ ของคุณกลับมาสมบูรณ์แบบอีกครั้งแล้ว ยังช่วยให้งานของคุณมี Productivity สูงขึ้นอีกด้วย

    เราหวังว่า 5 steps นี้จะง่ายและช่วยให้คุณมีชีวิต work from home ที่ดีขึ้นมาได้แบบจริง ๆ สักทีนะ

    ใครที่กำลังเพลียจิตกับนาฬิกาชีวิตพัง ๆ ในช่วงกักตัวนี้อยู่ล่ะก็ เราอยากให้คุณมาแชร์ให้กันฟังบ้าง เพราะเราจะคอย cheer up และอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้กับคุณเอง!

     

    ภาพปก ขอบคุณ pixabay / ภาพประกอบที่ 1 โดยผู้เขียน / ภาพประกอบที่ 2 ขอบคุณ Pexels / ภาพประกอบที่ 3 ขอบคุณ Unsplash