ปิดท้ายตำนานภาพยนตร์แอนิเมชั่นโลกของเล่นอย่าง Toy Story ได้อย่างลงตัวกับภาคล่าสุด Toy Story 4 เมื่อยุคทองของนายอำเภอวูดดี้ได้จบลงหลังจากแอนดี้โตขึ้นและต้องไปเรียนมหาวิทยาลัย จึงยกของเล่นทั้งหมดให้หลานสาวอย่างบอนนี่ ตั้งแต่นั้นมานายอำเภอวูดดี้ใช้เวลาส่วนใหญ่มองดูบอนนี่กับเหล่าของเล่นจากภายในตู้เสื้อผ้าเพราะเขาไม่ใช่ของเล่นชิ้นโปรดอีกต่อไปแล้ว อย่างไรก็ตามนั่นไม่สำคัญเท่าวูดดี้เกิดมาเพื่อเป็นหัวหน้าของเหล่าของเล่น เขายังคงยึดติดในหน้าที่ที่จะทำให้เจ้าของมีความสุขที่สุดถึงแม้เขาจะไม่ใช่เพื่อนแท้ที่สุดของเธอก็ตาม

*เตือนสปอยล์ 70%* อาจมีเนื้อหาของภาพยนตร์ในบทความนี้!!!


เรื่องราวความโกลาหลของภาพยนตร์แอนิเมชั่นภาคนี้เริ่มต้นที่ Forky ตุ๊กตาช้อนส้อมที่บอนนี่สร้างขึ้นที่โรงเรียนอนุบาล สำหรับบอนนี่เจ้าตุ๊กตาช้อนส้อมนี้เป็นเพื่อนแท้เมื่อเธอประสบกับความกลัววันแรกของการไปโรงเรียนอนุบาล แต่เจ้าฟอร์คกี้กลับคิดว่าตนเป็นขยะ คอยวิ่งลงถังขยะอยู่ตลอดเวลาและไม่ต้องการเป็นของเล่นของบอนนี่ นายอำเภอวูดดี้จึงรับหน้าที่ดูแลและปกป้องฟอร์คกี้ไม่ให้เขาทิ้งบอนนี่ไป ประจวบเหมาะกับเพลง I Can't Let You Throw Yourself Away ของ Randy Newman ที่หมายถึง ฉันปล่อยให้เธอทำแบบนั้นไม่ได้ นั่นคือวูดดี้จะไม่ปล่อยให้ฟอร์คกี้ทิ้งตนเองลงถังขยะอย่างไร้ค่านั่นเอง https://www.youtube.com/watch?v=fgKpDyM_1y0

ที่มา. https://variety.com/video/toy-story-4-tom-hanks-pixar/

ในภาคนี้จะเห็นได้ว่านายอำเภอวูดดี้เติบโตขึ้นมากจากในภาคแรก ที่เขาไม่พอใจหากไม่ได้เป็นของเล่นชิ้นโปรดของแอนดี้ เมื่อแอนดี้มีของเล่นตัวใหม่อย่างบัซไลท์เยียร์ แต่ตอนนี้เขาเพียงต้องการให้เจ้าของใหม่อย่างบอนนี่มีความสุขที่สุด แม้ว่าจะถูกทิ้งไว้ในตู้เก็บของจนฝุ่นเกาะก็ตาม อย่างที่เขาเคยพูดว่า “Being there for a child is the most noble thing a toy can do.” แปลว่า สิ่งที่มีเกียรติที่สุดที่ของเล่นทำได้คือการอยู่เคียงข้างเจ้าของตัวน้อยของเขา และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยของวูดดี้และฟอร์คกี้เมื่อพวกเขาหล่นลงจากรถบ้านของครอบครัวบอนนี่ขณะกำลังเดินทางไปงานคาร์นิวัล


วูดดี้ได้พบกับโบ พีพ สาวน้อยเลี้ยงแกะที่เคยเป็นโคมไฟตั้งโต๊ะของมอลลี่ น้องสาวของแอนดี้ เธอถูกบริจาคให้กับร้านขายของเก่าจนกลายเป็นของเล่นหลงทางหรือที่เรียกว่า Lost toys จากสาวน้อยแสนหวานนุ่งกระโปรงในภาคแรก โบ พีพปรากฏตัวในรูปแบบสาวเท่นุ่งกางเกงพร้อมออกผจญโลกกว้าง เธอดีใจมากที่พบวูดดี้อย่างบังเอิญ และเธอคิดว่าวูดดี้นั้นไร้เจ้าของเช่นเดียวกับเธอ

Bo Peep: Are u lost now? (เธอหลงทางอยู่หรอ)

Woody: It's awful (มันแย่มาก)

Bo Peep: It's great (มันเยี่ยมมาก)

สองประโยคสุดท้ายวูดดี้และโบพูดขึ้นพร้อมกัน ด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน เพราะวูดดี้เองไม่ต้องการที่จะเป็นของเล่นหลงทางหรือไร้เจ้าของ ในขณะที่โบชื่นชมและหลงไหลชีวิตอิสระของเธอมาก

ที่มา. https://www.everettcollection.com

วูดดี้ไม่เพียงแต่กลัวการหลงทางเท่านั้นแต่เขายังกลัวของเล่นอื่นๆไร้ความรักจากเด็กๆเช่นเดียวกัน เขาพยายามโน้มน้าวให้โบ พีพ กลับไปอยู่กับแก๊งของเล่นของแอนดี้แต่เธอไม่ยอมทิ้งอิสรภาพของการเป็น Lost Toy


เป็น Lost toy มันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ?

หากลองย้อนกลับไปพูดถึง Toy Story ทั้งสามภาคก่อนหน้า สิ่งที่บรรดาของเล่นรวมถึงนายอำเภอวูดดี้กลัวที่สุดคือการไร้เจ้าของ เพราะทั้งสามภาคนั้น Toy Story หยิบยกเรื่องราวของเล่นที่ต้องพลักพรากจากเจ้าของ หรือไม่ได้รับความรักจากเด็ก จนผู้ชมติดภาพจำไปว่าของเล่นต้องมีเจ้าของ ที่เป็นเหตุให้วูดดี้ต้องออกตามหาและช่วยให้กลับมาอยู่กับครอบครัวของเล่นของแอนดี้ จึงขัดกับสาวน้อยโบ พีพที่มีใจอยากให้วูดดี้มาใช้ชีวิต Lost toy แบบเธอเช่นเดียวกัน

เปรียบเทียบกับชีวิตจริง วูดดี้คือคนที่แบกรับภาระหน้าที่อยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางการพยายามแบกรับหน้าที่ในการทำให้แอนดี้หรือบอนนี่มีความสุขจนลืมไปว่าตนเองเป็นใคร และกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ดังนั้นคำว่าหลงทางอาจไม่ได้หมายถึงการอยู่ท่ามกลางสถานที่ที่ไม่รู้จักหรือผู้คนแปลกตา แต่หมายถึงการหลงลืมตัวตนและเป้าหมายของตนต่างหาก ก่อนหน้านี้วูดดี้แบกรับหน้าที่ช่วยเหลือบรรดาของเล่นในปกครองของตนไม่ให้กลายเป็นของเล่นไร้เจ้าของ รวมถึงฟอร์คกี้ที่พยายามหนีจากเจ้าของด้วย แต่ในที่สุดวูดดี้ก็ได้ตระหนักว่า จริงๆ แล้วเขาเองนั่นแหละที่เป็น Lost toy เขาพร่ำบอกกับตนเองเสมอว่าทั้งหมดนี้เพื่อความสุขของบอนนี่ แต่จริงๆ แล้วเขาเพียงต้องการให้ของเล่นทุกชิ้นบนโลกมีเจ้าของต่างหาก เขาเพียงต้องการให้เพื่อนๆ ของเขาได้รับความรักจากเด็กๆ นั่นคือแก่นสำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนให้เขาตัดสินใจออกเดินทางไปกับโบ พีพ และยอมตัดใจลาจากครอบครัวของเล่นที่มีทั้งเพื่อนแท้อย่างบัซไลท์เยียร์ เจซซี่ เร็กซ์ และคู่มิสเตอร์และมิสซิสโปเตโต้

ในตอนจบของเรื่องปิดท้ายได้อย่างสวยงามด้วยคำถามของเจ้าไดโนเสาร์เร็กซ์ว่า

Rex: Does this mean Woody’s a lost toy? (วูดดี้กลายเป็นของเล่นหลงทางแล้วหรอ)

Buzz Lightyear: He’s not lost. Not anymore. To infinity… (เขาไม่หลงอีกต่อไป สู่ความเวิ้งว้าง...)

Woody: …and beyond. (อันไกลโพ้น...)

ที่มา. DISNEY/PIXAR

วรรคทองหรือประโยคยอดฮิตของแอนิเมชั่นเรื่องนี้ที่ปรากฏขึ้นใน Toy Story 1 ไม่เพียงสื่อถึงการร่อนอย่างมีสไตล์ของมนุษย์อวกาศบัซไลท์เยียร์เท่านั้น เพราะในภาคนี้วูดดี้เองจะได้ออกไปใช้ชีวิต "สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น" นอกห้องนอนของบอนนี่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ปีกทยานขึ้นไปบนอากาศ เขาใช้เพียงแต่ความกล้าที่จะออกไปใช้ชีวิตในโลกกว้างเท่านั้น


สุดท้ายแล้วภารกิจของวูดดี้ที่จะทำให้สาวน้อยวัยอนุบาลอย่างบอนนี่มีความสุขหรือไม่ต้องติดตามการเดินทางของเขาและเหล่าของเล่นใน Toy Story 4 ที่เราเชื่อว่านี่คือบทสรุปที่ลงตัว เอาใจเด็กยุค 90's ที่โตมากับวูดดี้และบัซไลท์เยียร์ อีกทั้งมีเนื้อหาเข้าใจง่าย สนุกและขบขัน ดูได้ทั้งครอบครัว เพราะยังมีรายละเอียดอีกมากที่คุ้มค่าแก่การใช้เวลา 1 ชั่วโมง 40 นาทีแน่นอน


ที่มารูปภาพ.

https://www.disney.sg/

https://www.everettcollection.com

https://variety.com/video/toy-story-4-tom-hanks-pixar/